สงครามแย่งผู้ใช้แพลตฟอร์ม AI : เมื่อ Google และ OpenAI เปิดศึกชิง “ศูนย์กลางจักรวาลปัญญาประดิษฐ์” (อัปเดต ส.ค. 2025)

Last updated: 16 ตุลาคม 2025 

บทนำ: จากโมเดล AI สู่สงครามแพลตฟอร์ม

ในปี 2025 โลกของ AI กำลังเปลี่ยนทิศอย่างรุนแรง จากการแข่งขันเรื่อง “ใครมีโมเดลฉลาดกว่า” กลายเป็น “ใครจะเป็นศูนย์กลางของผู้ใช้มากกว่า”

Google และ OpenAI — สองยักษ์ใหญ่แห่งยุค — เปิดฉาก Platform War ที่มีเป้าหมายเดียว: ดึงให้ “มนุษย์ทุกคน” และ “นักพัฒนาทุกทีม” เข้ามาอยู่ใน ecosystem ของตนให้ได้ก่อนใคร

แต่กลยุทธ์ต่างกันราวกับคนละขั้ว — Google ใช้วิธี “เปิด ecosystem และสร้างชุมชนผู้พัฒนา” ขณะที่ OpenAI เลือก “สร้างจักรวาลแบบ OS” ที่ทุกอย่างหมุนรอบ ChatGPT

คลิกเพื่ออ่านต่อได้เลย

 

กลยุทธ์ของ Google: Ecosystem ที่เปิดกว้าง แต่แฝงด้วยแรงดึงอันแยบยล

Google ประกาศคอร์ส “AI Agents Intensive” สำหรับสตาร์ทอัพสายเทคนิคแบบเข้มข้น 5 วัน พร้อมชุดเครื่องมือ Vertex AI, Gemini, ADK (Agent Development Kit) ให้ลงมือทำจริง

นี่ไม่ใช่คอร์สฟรีธรรมดา — แต่เป็น “หมากกลยุทธ์” เพราะผู้เข้าอบรมต้องสร้าง AI Agent บน Google Cloud ตั้งแต่วันแรก เท่ากับ “ปลูกฝังการใช้งาน ecosystem” ทันที

Google ยังเปิดโครงการ GEAR – Gemini Enterprise Agent Ready เป้าหมายเตรียม developer กว่า 1 ล้านคน ให้พร้อมใช้แพลตฟอร์ม Gemini Enterprise ซึ่งจะเป็นประตูหลักของโลก agentic AI ฝั่งองค์กร

Key Strategy: ใช้ความรู้ + ชุมชน + เครื่องมือจริง = ปลูกฐานผู้ใช้ระยะยาว (ไม่รีบขายของ แต่รีบ “ปลูกนิสัย” ให้ใช้ของ Google ก่อน)

กลยุทธ์ของ OpenAI: ChatGPT กลายเป็น “AI Operating System”

ฝั่ง OpenAI เดินเกมต่างกัน: ไม่เน้นสอนสร้าง agent ภายนอก แต่ “สร้างโลกภายใน” ขึ้นมาเลย ล่าสุดเปิด AgentKit และประกาศแนวทาง “ChatGPT as an Operating System”

เป้าหมายคือให้ผู้ใช้เรียกใช้ แอป/เอเจนต์/บริการ ได้ทั้งหมดใน ChatGPT เดียว — ไม่ต้องออกไปไหน ไม่ต้องโหลดเพิ่ม เพียงพูดกับ ChatGPT ก็จัดการได้

นี่คือ App Store รูปแบบใหม่: เปิดให้บริษัทต่าง ๆ สร้าง “แอปใน ChatGPT” (เช่น Spotify, Canva, Zillow ฯลฯ) และทดลองระบบ AI Agent Commerce สำหรับซื้อขายเอเจนต์ภายใน

OpenAI ยังเดินหน้าเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน จับมือ Broadcom พัฒนา ชิป AI ของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพา Nvidia และรองรับการขยายระบบระยะยาว

Key Strategy: ควบคุมทุกจุด — ตั้งแต่เครื่องมือ, แอป, ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ → สร้าง “โลกปิดที่ใช้งานได้ดีที่สุด” และทำให้ผู้ใช้ไม่อยากออกไปไหน

ตารางเปรียบเทียบ: สองเส้นทาง สองอาณาจักร

มิติ Google: Ecosystem Play OpenAI: Platform OS Play
วิธีดึงผู้ใช้ เปิดคอร์ส, ให้เครื่องมือฟรี, สร้างชุมชน developer รวมทุกอย่างใน ChatGPT, ให้คนอยู่ในระบบเดียว
แนวทางการเติบโต กระจายศูนย์ สร้างพันธมิตร (Vertex, Kaggle, Cloud) รวมศูนย์ ควบคุมตั้งแต่แอปจนถึงฮาร์ดแวร์
จุดแข็ง โครงสร้างพื้นฐานแข็งแรง (TPU, Cloud, Search) ฐานผู้ใช้ ChatGPT มหาศาล ใช้งานง่าย
ความเสี่ยง ต้องรักษาความเปิด ไม่ให้ ecosystem กลายเป็น “ผูกขาด” เสี่ยงถูกมองว่า “ผูกขาด” และจำกัดนักพัฒนา
วิธีสร้างรายได้ Cloud, Marketplace, Enterprise Services Subscription, App Placement, Agent Commerce
เป้าหมายสุดท้าย ให้โลกใช้เครื่องมือของ Google ในทุกกระบวนการ ให้โลกทำงานผ่าน ChatGPT เป็นศูนย์กลาง

มุมมองเชิงกลยุทธ์: “เปิดกว้าง” vs “ควบคุมสมบูรณ์”

สงครามนี้ไม่มีคำว่าใครผิดใครถูก เพราะทั้งสองเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับ DNA ของตนเอง:

  • Google = “จักรวรรดิแห่งเครื่องมือ” — ขยายอิทธิพลด้วยการให้ทุกคนใช้ของฟรีก่อน แล้วค่อยผูก ecosystem
  • OpenAI = “อาณาจักรปัญญาแบบปิด” — ทำให้ระบบดีที่สุดและง่ายที่สุด แล้วผู้ใช้จะสมัครใจอยู่ในนั้นเอง

เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: Google คือ Android (เปิดกว้าง) vs OpenAI คือ iOS (ควบคุมเพื่อประสบการณ์ที่เนียนที่สุด)

สรุป: AI Platform War แห่งปี 2025

ปี 2025 อาจถูกจดจำว่าเป็น “ปีแห่งการแย่งศูนย์กลางจักรวาล AI” ที่ไม่ได้วัดกันที่พลังของโมเดลอีกต่อไป แต่คือ “ใครจะเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มที่คนใช้มากที่สุด”

ท้ายที่สุด ผู้ชนะอาจไม่ใช่ AI ที่ฉลาดที่สุด — แต่คือ AI ที่คนใช้มากที่สุด ซึ่งจะกำหนดอนาคตของเทคโนโลยีในทศวรรษต่อไป

อ่านต่อ (Internal Links)

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์จากข้อมูลสาธารณะ จุดประสงค์เพื่อการศึกษา 

Leave a comment