วันนี้เป็นวันทำงานก่อนหยุดวันแรงงาน ไม่ได้จัดตารางประชุมอะไรพิเศษเลยถือโอกาสรื้อฟื้นความหลังว่าตั้งแต่เริ่มใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกจนถึงปัจจุบันมีอะไรบ้าง

Nokia 3210 (ฉายารุ่นหัวปลาดุก)
จำได้ว่าเริ่มใช้เครื่องแรกกับเครือข่าย AIS ซึ่งตอนนั้นมือถือแพงมากๆเพราะเป็นธุรกิจแบบ Monopoly ทำให้ทักษิณรวยเป็นเศรษฐีของเมืองไทยเลย ยังจำได้ว่าซื้อตอนทำงานอยู่ Shell กำลังจะลาออกเพื่อไปทำงาน consultant ที่ Deloitte ในปี 1999 ตอนนั้นซื้อมารวมเบอร์ราคา 15000 บาท พอทำงานที่ Deloitte consulting ได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยเลยรู้ว่ามือถือรุ่นนี้ประเทศมาเลย์เซียเค้าขายกัน 6500 บาท เครื่องแรกเป็นเครื่องที่ใช้นานที่สุด ชอบมากเพราะมันเปลี่ยนหน้ากากได้ทั้งด้านหน้าและหลัง ตอนซื้อแถมหน้ากากสีฟ้า (ตามรูป) ให้มาด้วย
ต้องเปลี่ยนมือถือเพราะทำหายที่ New Zealand ตอนไป Honey Moon กับกบประมาณ Q’1 2002
จำได้ว่าน่าจะหายในห้องน้ำโรงแรมเลยหลังจากนั่งอึเสร็จ เพราะที่เหน็บโทรศัพท์ที่เองเป็นแบบ clip belt แนวดิ่ง ถ้านั่งไม่ดีมันจะดันจากก้นมือถือหลุดออกจากเข็มขัดเลย ซึ่งเคยเกิดมาแล้ว แต่กลับไปโรงแรมเอาไม่ได้เพราะวันนั้นเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมนั่งรถโค้ชข้ามเมืองเพื่อไปเที่ยวเมืองอื่น
Orange SPV (Smartphone ยุคแรกในวงการมือถือ และเป็นรุ่นแรกในเมืองไทย)
จริงๆรุ่นนี้ออกมาในเวลาไล่เลี้ยกับ Nokia 3210 แต่แพงมากเป็นมือถือในฝันของผมเลยก็ว่าได้ ผ่านร้านขายมือถือทีไรต้องไปยืนมือหน้าตู้ ช่วงปี 2002 มันเริ่มราคาตกแล้ว ผมยอมลงทุนเปลี่ยนค่ายมือถือมาเป็น Orange เพราะอยากใช้ SPV มาก ตอนนั้นเป็น Exclusive model ที่มีขายเฉพาะสำหรับ Orange เท่านั้น ตอนนั้นย้ายมาทำงานที่โฟร์โมสต์พอดี จำสาเหตุไม่ได้แล้วว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปใช้ HP smart phone แต่ SPV ก็ได้ให้ป๋าใช้ต่อไปจนถึงกาลอวสานของมัน ผมเคยพยายามที่จะขายผ่าน eBay ก่อนแต่ผู้ประมูลได้ไม่ยอมโอนเงินให้เป็นประสบการณ์เลวร้ายของการเป็น eBay Seller เลย เพราะต้องยื่นเรื่องไปที่ dispute center และต้องถอดใจในที่สุด จากนั้นก็ไม่คิดที่จะเป็น Seller อีกเลย (แต่เป็น Buyer ที่ค่อนข้างเหนียวแน่น)
HP6525 (Windows Smart phone รุ่นแรกๆ)
เป็นรุ่นที่ฮือฮามากในตลาดมือถือและขายดีมาก ถึงกับมีการจัดหลักสูตรอบรมการใช้ให้ฟรีสำหรับผู้ซื้อเลย ผมก็ไปนั่งเรียนอยู่ด้วย เป็นมือถือที่น่าประทับใจอีกเครื่องในชีวิตโดดเด่นทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน แต่มีข้อเสียคือสวิทซ์แบตเตอรี่ที่ฝาหลังสึกง่ายทำให้เครื่องไม่จ่ายไฟติดๆดับๆ แต่ไม่มีอะไรเกินความสามารถช่างไทยที่ Fortune town มันมีปัญหามากใช่ไม๊ครับ บัดกรีมันไปเลย ผมเลิกใช้มือถือรุ่นนี้เพราะเริ่มเข้าสู่ โลกของ corporate mobile โดยผมทำการการเซ็นต์สัญญากับ AIS ซึ่งมาพร้อมมือถือฟรีสำหรับองค์กร ผมเลยยก HP ให้ภรรยาใช้และเปลี่ยนมาใช้มือถือบริษัทตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กบก็ใช้มันจนมันเริ่มเอ๋อแล้วไปซื้อมือถือใหม่ของ LG แล้วยก HP ให้ป๋าต่อไป ชะตากรรมของมันหลังจากนั้นไม่อาจรับรู้ได้แต่ที่แน่ๆน่าจะใช้จนเจ๊ง
Nokia N70
เป็นมือถือบริษัทเครื่องแรก ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ทำอะไรไม่ได้มากเหมือน smart phone ผมเรียกว่ามันเป็นแฟชั่นโฟนละกัน ตอนนั้นตลาดกำลังฮิตเรื่องมัลติมีเดียบนมือถือยุคแรก รุ่นนี้สามารถฟังเพลง ฟังวิทยุ ดู clip vdo ได้แต่ผมเรียกว่าแค่ทำได้ เพราะเอาเข้าจริงเมโมรี่ที่มากับเครื่องเป็นข้อจำกัดที่ทำให้มันทำอะไรมากไม่ได้
Nokia E61 (business phone รุ่นแรกๆ)
เมื่อ MD ของโฟร์โมสต์อยู่ครบเทอมเป็นอันต้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดคืนบริษัท ผมเลยขอมือถือของ MD มาใช้ต่อเป็น smart phone ที่ผมใช้บุกเบิกเพื่อสร้าง Web mail ในองค์กรเลย รวมถึงการนำ E61 ไปใช้แทน Blackberry ในการติดต่อกับ RIM Enterprise Business server สำหรับ MD ของบริษัท แต่ผมใช้ E61ได้ไม่นานก็ครบเทอม 2 ปีของสัญญา corporate mobile กับ AIS เลยได้มือถือใหม่ซึ่งครั้งนี้องค์กรก็เคลื่อนเข้าสู่ยุคของ push mail เต็มตัว
Nokia E71 (ยุคเฟื่องฟูของ corporate mobile ในโฟร์โมสต์)
ตำแหน่งผู้จัดการแผนกขึ้นไปทุกคนจะได้มือถือรุ่นนี้ไปใช้ มาพร้อมกับ push mail function ของ MS Outlook และใช้เป็น modem ต่อผ่าน unlimited GPRS เพื่อทำงานจากที่ไหนก็ได้ เป็นมือถือคุณภาพดีทำจากโลหะคุณภาพสูงของ Nokia ก่อนเข้าสู่ยุคตกต่ำ เพราะตัดสินใจผิดในการไม่เข้าร่วมสงคราม smart phone (รุ่นหลังๆ Nokia เปลี่ยนวัสดุเป็นพลาสติก) ผมใช้รุ่นนี้จนลาออกจากโฟร์โมสต์เลย
Nokia 5800 Music Express (มือถือน่าจอสัมผัสรุ่นแรกๆของ Nokia)
หลังจากเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ ผมได้ Nokia 5800 มาใช้เป็นเครื่องแรกของบริษัท ผมเปลี่ยนเบอร์มือถืออีกครั้งให้เบอร์เก่าคืนบริษัทไปเพราะมี business contact เยอะ มือถือใหม่ที่ได้มาผมถือว่าเป็นมือถือกระโหลกกระลาเลยก็ว่าได้ คิดในใจว่ามันใช้หลักเกณฑ์อะไรในการเลือกมือถือบริษัท ทั้งๆที่บริษัทนี้ ก็มี corporate mobile โปรแกรม ทำให้ผมตัดสินใจทำ corporate mobile contract ฉบับใหม่ให้บริษัทนี้ ทันทีด้วยดีลที่ดีกว่าโฟร์โมสต์ ผมเลยใช้เครื่องนี้แค่หนึ่งปีและเซ็นต์สัญญาใหม่กับ AIS
Nokia E5 (real business phone)
ยุคของ push mail มาเยือนบริษัทนี้แล้ว หลังจากเซ็นต์สัญญาเสร็จก็ครบหนึ่งปีที่อยู่กับบริษัทนี้ พอดีผมสร้างเครือข่าย push mail ให้กับองค์กรถึงแม้ที่นี่จะใช้ Lotus Note เป็นระบบเมลล์ก็ไม่มีปัญหา โดยส่วนตัว E5 เป็น business phone ที่ดี ผมใช้มันอย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่อย่างที่บอกว่ายุคนี้เป็นยุคตกต่ำของ Nokia ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงกับมือถือที่ผลิต สเป็คของเครื่องค่อนข้างต่ำ ผมใช้เครื่องจนเมโมรี่หมดต้อง restart เป็นครั้งคราว ปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้ใช้ในองค์กรหลายคนแต่มันก็ดีกว่าแต่ก่อนมากเพราะไม่เคยมีบริการแบบนี้จาก แผนกไอทีมาก่อน
iPhone 4s (เมื่อเราไม่สามารถแยกเรื่องงานกับชีวิตส่วนตัวออกจากกันได้)
ปี 2012 ตอนนี้เป็นยุคของโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คในไทยเฟี่องฟู ผู้คนติดต่อกันโดยใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายไร้สายเป็นหลัก ทุกคนแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ง่ายขึ้นรวดเร็วขึ้น ผมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคมและเชื่อว่าการควบคุมเครือข่ายสำหรับองค์กรจะเป็นไปได้ยากขึ้นในอนาคต เพราะโลกของธุรกิจและชีวิตส่วนตัวมาบรรจบกันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่เว้นแม้กระทั่งสังคมแม่บ้านแบบกบ ผมตัดสินใจซื้อ iPhone ให้กบและซื้ออีกเครื่องให้ตัวเองและคืนมือถือบริษัทไป เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่เสียเงินซื้อมือถือของตัวเองอีกครั้ง เป็นมือถือที่สุดยอดมากทั้งในแง่ดีไซนและฟังก์ชั่นการใช้งานระบบสัมผัส เรามาดูกันว่าผมจะใช้มันไปได้อีกนานแค่ไหน