My Personal Data Assistance (PDA) portfolio

วันนี้พอมีเวลาว่างเลยกะจะรีวิว PDA ที่เคยใช้ทั้งหมดเหมือนกับที่เคยทำกับมือถือก่อนหน้านี้

Pocket organizer

เครื่องแรกใช้ตั้งแต่ยังเริ่มทำงานใหม่ๆ ที่เชลล์ในปี 1995 จำได้ว่ายังไม่ค่อยมีคนรู้จัก organizer มากเท่าไรในเมืองไทย

มีประโยชน์มาก ถือว่าเป็นสมองของผมเลยก็ว่าได้ หลักๆใช้ในการจดเบอร์โทรศัพท์ นัดหมาย และ To Do list ยังจำได้ว่าเคยเอาไปแสดงรายละเอียดให้กับเจ้าหน้าที่ที่กรมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในประเทศไทย เค้าไม่เคยเห็น และถามคำถามใหญ่เลยว่ามันต่ออินเตอร์เนทได้ด้วยหรือ ซึ่งยุคนั้นอินเตอร์เนตในไทยยังไม่ค่อยแพร่หลายเลยความเร็วน่าจะประมาณ 256K แต่เครื่องนี้ต่ออินเตอร์เนทไม่ได้หรอกครับ

Palm – 2000

จากนั้นก็เปลี่ยนมาใช้ปาล์มตอนปี 2000 ต้อนนั้นย้ายมาอยู่บริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติ ตอนนั้นเลขาของ Partner ที่เป็นหัวหน้าขายต่อให้ 3000 บาท เพราะเค้าได้มาแต่ใช้ไม่เป็น แต่สภาพก็เยินพอสมควร เพราะเจ้าของเก่า ใช้งานหนักมากถึงกับฟิล์มกันรอยถลอกเลย
แต่ก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์โลก เพราะปาล์มเป็นเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสด้วย Stylus เจ้าแรกของโลก ที่มีผลทำให้ลายมือของคนทั่วโลกเปลี่ยนไปด้วยเทคโนโลยีการเขียน short hand แบบ Graffitti

Sony Clie – 2003

ผมใช้ปาล์มจนกระทั่งออกจากบริษัท โดยเปลี่ยนไปใช้ Sony Clie แทน ซื้อตอนแต่งงานใหม่ๆในปี 2003 Sony เป็น PDA ยี่ห้อเดียวในตลาดที่สามารถใส่เมมโมรี่การ์ดได้ ถึงจะรองรับเพียง Magic Stick ของ Sony เท่านั้นก็ตาม Sony Clie ทำให้ผมกับภรรยารู้จักกับเกมส์ Be Jewel ซึ่งยังเล่นกันอยู่จนถึงปัจจุบันถึงแม้เวลาจะผ่านไปถึง 10 ปีแล้วก็ตาม แน่นอนตอนนี้เป็น Be Jewel Blitz เวอร์ชั่นใหม่ ข้อสำคัญของ Sony Clie อีกอย่างคือมันเป็น PDA สีรุ่นแรกๆของโลก และมันสร้างกระแสคลั่ง Sony Clie ให้กับครอบครัวฝั่งผมไปเลย น้องชายกับพ่อผมก็ยังคงซื้อ Sony Clie ต่อมาอีกหลายรุ่น

Pocket PC – 2004

จากนั้นไม่นานผมได้มีโอกาสไปเที่ยวฮ่องกงกับภรรยาเป็นครั้งแรก ตอนนั้นเริ่มงานใหม่ๆที่โฟร์โมสต์เลย ตอนนั้นประมาณปี 2004และแน่นอนผมต้องหาเวลาสักวันไปเดินย่านไอทีที่ Mong Kok เพื่อหาซื้อ Windows CE (Pocket PC) รุ่นแรกๆตอนนั้นเลือกของ Toshiba เพราะมีราคาถูกเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น หลักๆคือแค่ต้องการทดลองใช้เทคโนโลยีของ Windows CE เป็นหลัก

HP Mobile pocket PC

หลักจากนี้ไปก็เป็นยุคที่มือถือและ PDA เริ่มผสมผสานเข้าด้วยกันโดยมี Windows Pocket PC เป็นเจ้าตลาดอย่างที่คาดไว้ ผมเปลี่ยนมาใช้มือถือของ HP HW6515 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นช่วงพีคสุดๆของ Pocket PC เลยก็ว่าได้ เพราะมี GPS ฝังมาด้วยทำให้สามารถใช้เป็นเนวิเกเตอร์ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วฮาร์ดแวร์เทคโนโลยียังไม่รองรับ ทำให้กินแบตหมดเร็วและแฮงค์บ่อยถ้าใช้เนวิเกเตอร์ ข้อดีอีกอย่างของรุ่นนี้คือมีหน้ากากพลาสติกปิดหน้าจอทำให้เวลาโทรศัพท์ หน้าจอไม่เลอะไม่มัน และมีคีย์บอร์ดเต็มรูปแบบ รุ่นนี้ใช้กันนานเพราะหลังจากผมได้โทรศัพท์ของบริษัทมาใช้ก็ยกต่อให้ภรรยา ซึ่งเธอก็ชอบมาก ใช้จนมันจะเสียแล้วก็ยกต่อให้พ่อผมไปใช้จนพังคามือไปเลย

iPad

ในปี 2010 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์มือถืออีกครั้ง เพราะบริษัทแอปเปิ้ลได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการออกอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มือถือที่เรียกว่าแทปเล็ต เป็นมาตราฐานใหม่ของคอมพิวเตอร์มือถือที่ใช้นิ้วสัมผัสแทน Stylus ผมได้เท่ก่อนใคร ถือว่าเป็นคนแรกๆในประเทศไทยเลยก็ว่าได้เพราะสั่งซื้อที่อเมริกาผ่านเวปไซด์ของแอปเปิ้ลแล้วฝากแม่หิ้วกลับมาตอนไปเยี่ยมพี่สาว ในช่วงนี้ PDA บูมมากรวมไปถึง iPod touch ที่เป็นการรวมเทคโนโลยีของเครื่องเสียงแบบพกพาเข้ากับคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสที่ใช้ระบบไฟฟ้าสถิตย์ (capacitive technology) ผมซื้อ iPod touch G1 ในปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมใกล้จบปริญญาโทพอดีและอีกไม่นานก็ออกจากโฟร์โมสต์มาอยู่บริษัทใหม่ อย่างไม่น่าเชื่อเรียกว่าโชคชะตาพาไปก็ว่าได้ ผมซื้อ iPod touch G3 ในปี 2011 และให้เครื่องเก่ากับหลานสาวฝั่งภรรยาไปเล่น ในปี 2012 ก็ซื้อ iPad รุ่นที่สามอีกเครื่องเป็นของขวัญวันเกิด และกลายเป็นสาวกของ แอปเปิ้ลเทคโนโลยีในที่สุด

Leave a comment