เทวดาคุ้มครอง สิ่งที่ผมหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้

ผมมีความเชื่อเสมอว่าถ้าเราทำดี จะมีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับเราเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องร้องบอกใคร อย่างน้อยเทวดาย่อมรู้และคอยคุ้มครองเราให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง มีเหตุการณ์อยู่หลายเหตุการณ์ที่ผมประสบและหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ผมจะบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ยังจำได้ 4 เหตุการณ์ด้วยกันซึ่งผมยังคงสงสัยจนทุกวันนี้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติกันแน่

angel                

เทวดาช่วยที

สมัยที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ผมได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปแข่งขันวงสตริงชิงแชมป์ประเทศไทยในรายการ โค้กมิวสิคอะวอรด์ ทีมผมเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดฝีมือของมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ ยกเว้นตัวผม  ซึ่งตอนนั้นอาสาเล่นเบสกีต้าร์ให้ เนื่องจากมือเบสคนเก่าก็รู้สึกเหมือนกันว่าจะเป็นตัวถ่วงวงเพราะฝีมือห่างชั้นกับคนอื่นในวงมาก เลยขอถอนตัว จริงๆแล้วฝีมือเค้าก็ไม่ได้แย่ไปกว่าผมเลย แต่ผมคว้าเอาโอกาสนั้นมาเพราะเห็นว่าน้อยคนนักที่จะมีโอกาสเช่นนี้  การแข่งขันในรอบคัดเลือกผ่านไปด้วยดี และได้เข้ารอบลึกที่จะชิงแชมป็ประเทศไทย โดยต้องไปแสดงที่เวทีหน้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (เซ็นทรัลเวิลด์ปัจจุบัน) หลังผ่านรอบคัดเลือกไปไม่นาน สมาชิกในวงก็ทะเลาะกันทำให้เราไม่ได้ซ้อมเตรียมตัวแข่งรอบชิงชนะเลิศเลยและเกือบจะถอนตัวออกจากการแข่งขัน

ท้ายที่สุดกรรมการนักศึกษาต้องมากไกล่เกลี่ยเพื่อให้แข่งเพื่อชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย เรามีเวลาซ้อมก่อนวันแข่งน้อยมาก และตัดสินใจเปลี่ยนเพลงด้วย  แต่เนื่องจากเวลาซ้อมน้อยและคิดว่าเปลี่ยนเพลงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอที่จะชนะคู่แข่ง หัวหน้าวงเลยตัดสินใจขยายท่อนของเพลงบรรเลง เพื่อให้แต่ละคน improvise (การด้นสด) เพื่อแสดงฝีมือเฉพาะบุคคล คนละท่อน  แน่นอนทุกคนทำได้ดีมากทั้งหมดยกเว้นผม ผมมีปัญหาเรื่อง improvise ตั้งแต่เล่นวงดุริยางค์สมัยโรงเรียนมัธยม เพราะผมไม่สามารถคิดแนวเมโลดีสดให้เข้ากับบันไดเสียงที่เล่นในขณะนั้นได้ทันที ต้องเป็นคนที่เก่งเรื่องสเกลมากๆ ถึงจะคิดแนวเมโลดีที่ไพเราะและเป็นตัวโน้ตที่อยู่ในสเกลนั้นๆได้ทันทีโดยไม่ทำให้รู้สึกเหมือนเล่นผิดคีย์  ทุกครั้งที่ซ้อมพอมาถึงแนวเบสโซโลก็จะติดที่ผมเสมอเล่นต่อไม่ได้ เพลงก็จะกลายเป็นท่อนว่างที่มีแต่คอร์ทกับจังหวะกลองจนผ่านไปถึงคนที่จะต้อง improvise ต่อไป จนถึงวันแข่งผมก็ยังทำไม่ได้ ผมกังวลมากว่าจะทำให้ทีมต้องแพ้เพราะผมเป็นเหตุ ก่อนขึ้นเวทีผมจึงอธิฐานในใจว่า “ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีขอให้ผมผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยเถิด” ดนตรีบรรเลงไปตามที่ซ้อมมาทุกอย่าง จนกำลังมาถึงท่อนที่ผมต้องโซโล ผมคิดในใจ “เอาว่ะ เป็นยังไงเป็นกัน” กำลังจะเริ่มมั่วอยู่พอดีทุกคนเล่นข้ามท่อนที่ผมต้องโซโลออกไปโดยพร้อมเพรียงกัน ผมดีใจมาก หลังการแสดงผมเข้าไปขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ตัดสินใจข้ามท่อนโซโล ของผมไป แต่ทุกคนกลับบอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ และไม่รู้เลยว่าข้ามไปตอนแสดงได้ยังไง จะด้วยอะไรก็ตามการแข่งขันก็จบลงไปด้วยดี ถึงจะไม่ชนะ แต่ก็ถือว่าเป็นการแสดงที่ดี

เทวดาดลใจ

ตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมขับรถฮอนด้าซีวิค 3 ประตู ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ผมขับรถอยู่แถวถนนศรีนครินทร์ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านแถวถนนพัฒนาการ ซึ่งช่วงนั้นจะมีสะพานข้ามคลองไม่สูงมาก และมีไฟจราจรสี่แยกหลังจากนั้น ถนนค่อนข้างโล่งเนื่องจากเป็นวันหยุด ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง ผมอยู่เลนกลางและค่อยๆชะรอรถ มีรถจอดติดไฟแดงอยู่ทุกเลนอยู่แล้วเลนละคัน  ระหว่างรถเกือบหยุดสนิทต่อท้ายคันข้างหน้า เหมือนมีอะไรมาดลใจผมให้เปลี่ยนเลนมาจอดต่อหลังคันที่อยู่เลนซ้ายสุดแทน ผมจึงตัดสินใจเบนพวงมาลัยรถมาต่อแถวเลนซ้าย หลังจากที่รถผมหยุดสนิท ก็มีรถยนต์แล่นด้วยความเร็วสูงลงจากสะพานมาชนท้ายรถที่จอดอยู่เลนกลางอย่างแรงทันที ถ้าผมไม่ตัดสินใจเปลี่ยนเลนตอนนั้นซึ่งวิสัยผมคงจะไม่เปลี่ยนเลนกระทันหันอยู่แล้ว แต่ด้วยอะไรก็แล้วแต่ทำให้ผมรอดพ้นจากอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงนั้นได้

เทวดาบันดาล

ครั้งหนึ่งผมมาถึงทางแยกของชีวิตที่ต้องตัดสินใจระหว่างทำงานในบริษัทเดิมต่อไป หรือเปลี่ยนงานไปอยู่บริษัทใหม่ที่ให้เงินเดือนและผลประโยชน์อื่นๆที่ดีกว่าเดิม เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก เพราะงานของบริษัทใหม่มันมีหน้าที่รับผิดชอบน้อยลงมาก เข้าข่ายเงินดีงานสบายเลยทีเดียว ที่ตัดสินใจยากเพราะ เงินก็อยากได้ แล้วงานสบายใครหละจะไม่ชอบ แต่ตำแหน่งหน้าที่การงานก็สำคัญ นอกจากความมั่นคงแล้ว ศักดิ์ศรีของตำแหน่งก็สำคัญ และเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับบริษัทเดิมที่เหนือบ่ากว่าแรง เพียงแค่เบื่อบ้างเท่านั้นเอง เนื่องจากตัดสินใจไม่ได้ ก็เลยคิดว่า ให้มันเป็นไปตามดวงละกัน คือ ไปสัมภาษณ์ตามที่บริษัทใหม่นัด เริ่มจากสัมภาษณ์กับบริษัท นายหน้า (head hunter) ผลออกมาน่าประทับใจมาก รอบถัดไปคือสัมภาษณ์กับหัวหน้าบริษัทใหม่ซึ่งเป็น global CIO ที่อเมริกา เนื่องจากอยู่คนละประเทศทำให้ต้องสัมภาษณ์งานผ่าน Skype ซึ่งผมมั่นใจมากว่าถ้าสัมภาษณ์รอบนี้เสร็จ บริษัทนี้ต้องรับผมแน่เนื่องจากขอบเขตงานใหม่เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของงานที่ผมรับผิดชอบในปัจจุบัน แต่การสัมภาษณ์ผ่าน Skype นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมซึ่งผิดพลาดไม่ได้ ผมจึงทดสอบต่อคอมพิวเตอร์เข้า Skype ก่อนเวลาจริง หนึ่งชั่วโมงเพื่อทดสอบว่ามันใช้งานได้จริง ลองแช็ตกับเพื่อนดูด้วย เมื่อมั่นใจว่ามันใช้ได้แล้วก็นั่งรอเวลาเริ่มสัมภาษณ์ บริษัทนายหน้าเองก็มั่นใจมากว่าผมจะได้เลยนัด Skype ให้กับ Global HR ต่อทันที โดยแบ่งเวลาคนละหนึ่งชั่วโมง ก่อนถึงเวลานัดเพียงแค่ไม่กี่นาที เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมก็ถูกตัดสัญญาณอินเตอร์เนททันทีต่อหน้าต่อตาผม ทำให้ทางอเมริกาติดต่อเข้ามาไม่ได้ ผมดูที่เราท์เตอร์อินเตอร์เนท ก็ทำงานได้ตามปกติ ลองเอาอุปกรณ์อย่างอื่นเชื่อมต่ออินเตอร์เนทก็ใช้งานได้ดี ผมตัดสินใจลองรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ดู ก็ยังเชื่อมต่ออินเตอร์เนทไม่ได้และขึ้นข้อความประมาณว่าไม่มีอุปกรณ์ที่เอาไว้เชื่อมต่ออินเตอร์เนทติดตั้งอยู่ เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ผมตัดสินใจปิดเครื่องคอมพิวเตอร์และเปิดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เครื่องกลับมาใช้ได้เป็นปกติ แต่ Global CIO ออกจาก Skype ไปแล้ว เข้าใจว่าด้วยอารมณ์โมโหทีเดียว ซึ่งในชั่วโมงต่อมาผมก็ได้สัมภาษณ์กับ Global HR อย่างปกติครบหนึ่งชั่วโมง แต่จะมีประโยชน์อะไรเมื่อผู้มีอำนาจในการตัดสินใจเลือกรับพนักงานไม่คุยกับผมแล้ว ผมสันนิฐานได้อย่างเดียวว่าคงเป็นเทวดามาช่วยตัดสินใจให้ผม เพื่อให้ผมทำงานที่บริษัทเดิมต่อไป

มือที่มองไม่เห็น

ผมนั่งเล่นเกมส์อยู่ในห้องทำงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ของผมต่ออยู่กับเครื่องขยายเสียง อยู่ๆ วอลุ่มเสียงก็ถูกหมุนให้เสียงดังขึ้นโดยที่ไม่มีคนอยู่และสักพักก็หยุดลง ผมคิดว่าคงมีแสง ultra violet ความถี่เดียวกับรีโมทเครื่องขยายเสียงมากระทบเซ็นเซอร์พอดี ทำให้วอลุ่มมันหมุนเอง ผ่านไป 2-3 เดือน เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นอีก แต่ขณะที่วอลุ่มเสียงกำลังหมุนไปทางขาว ผมเอามือหมุนกลับมาทางซ้ายแทน ผมรู้สึกถึงแรกต้านในการหมุนด้วย  แต่เมื่อผมหมุนกลับทุกอย่างก็หยุดลงเป็นปกติ ถ้าเป็นแสง ultra violet ที่บังเอิญมากระทบมันควรจะหมุนต่อไปไม่ว่าผมจะหมุนคืนกี่ครั้งจนกว่าต้นกำเนิดคลื่นจะหยุดส่งแสงไม่ใช่หรือ และในห้องนั้นก็ไม่มีรีโมทเลยด้วย ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี

Leave a comment