แนวคิดเบื้องหลังเนื้อหาฉบับที่ 11: ต้องการนำเสนอเรื่องราวของ IT innovation ให้กับผู้ใช้งานได้ทราบกันว่า แนวคิดเหล่านี้มาจากไหน และมันมาช่วยให้ภาคธุรกิจพบกับแนวทางการทำงานใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไร จริงๆแล้วจุดเริ่มต้นของระบบไอทีทั้งหมดย่อมเริ่มมาจากภาพธุรกิจเอง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่เกิดขึ้นในองค์กร การเห็นแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จมาจากธุรกิจอื่นที่คล้ายคลึงกัน หรือใช่อย่างแพร่หลายในกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจนเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Best practice) ก่อนที่จะได้มาซึ่งองค์ความรู้ดังกล่าวย่อมมีวิธึการที่จะได้มาหลายรูปแบบด้วยกัน คือ
- การต่อยอดจากโมเดลที่เกิดขึ้นแล้วในองค์กร โดยนำแนวคิดนี้ไปขายให้กับหน่วยงานอื่นๆที่สนใจ เป็นเสมือน product catalogue หรือ เมนูให้เลือก ซึ่งผมพยายามชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของการทำ Application portfolio ของฝ่ายไอที (แต่จริงๆแล้วการเลือกจาก catalogue ไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ เพรามันไม่ได้แก้ business pain point แต่จะช่วยในการทำให้เกิด process automation มากกว่า)
- การระดมความคิดกันภายในกับไอทีประเทศต่างๆ หรือการระดมความคิดข้ามสายงาน cross function ideation จนไปถึงการระดมความคิดกับบุคคลภายนอกองค์กรที่เรียกว่า Hackathon อะไรที่เราเห็นว่าดี ประสบความสำเร็จในประเทศของเรา หรือเป็นที่ยอมรับกับทุกฟังก์ชั่นที่มาร่วมระดมความคิด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโจทย์ที่นำมาทำการระดมความคิดจะมีจากปัญหาทางธุรกิจที่ยังแก้ไขไม่ได้ (business pain point) และถูกจัดให้มีความสำคัญในการนำมาใช้ ย่อมน่าจะเกิดประโยชน์กับธุรกิจได้ดีกว่าวิธีข้างต้น
- การคิดค้นขึ้นมาใหม่ แน่นอนวิธีสุดท้ายไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเพราะไม่มี Prove of concept เหมือนแนวทางข้างต้น ลองผิดลองถูก (Test to Learn) เปลี่ยนไปมาตามที่ลูกค้าอยากได้ และปรับเปลี่ยนต่อยอดไปเรื่อยๆตามที่ลูกค้าร้องขอ โดยไม่ยึดติดกับความคิดตั้งต้น (Agile methodology) บางองค์กรที่อนุรักษ์นิยมมากๆ อาจปิดทางเลือกนี้ไปเลย แต่บริษัทนี้ต้องการได้เปรียบเชิงธุรกิจจากไอที จึงเปิดให้มีการแข่งขันกันขึ้นซึ่งกล่าวถึงในตอนท้ายของข่าวสารเรื่องรางวัล IT Excellence award ที่ทุกประเทศต้องแข่งขันกันพัฒนาโซลูชั่นที่ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดจากผลงานที่นำเสนอทั่วโลก แต่อย่าลืมว่าวิธีนี้ต้องการ feedback จากผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เพื่อปรับเปลี่ยน ยิ่งบ่อยยิ่งดี
เนื้อหาตามลิงค์ข้างล่างเลยครับ
สุขสันต์เดือนแห่งสงกรานต์ครับ ต้นเดือนเมษายนนี้ผมได้มีโอกาสไปประชุม Global IT ที่ประเทศจีน ซึ่งจัดขึ้นปีละหน ได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้กับ Country IT Manager จากประเทศต่างๆ และรับทราบถึงความเคลื่อนไหว ทิศทาง และการพัฒนาของระบบต่างๆที่มีอยู่ ผมว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะแชร์ให้ทุกท่านทราบถึง เนื้อหาการประชุมบางเรื่องที่จะมีผลกระทบกับทุกท่าน และจะเป็นประโยชน์กับพนักงานทุกๆท่านอย่างไร
แนวคิดใหม่ในการให้บริการ Lotus Notes Application
หนึ่งในแนวคิดใหม่สำหรับ Lotus Notes คือการให้ทุกประเทศทำการลงทะเบียน Lotus Notes Application ที่มีอยู่ ลงในฐานข้อมูลส่วนกลางเพื่อที่จะทำเป็น application portfolio ส่วนกลาง และพร้อมที่จะให้แต่ละประเทศนำไปใช้ในการต่อยอดได้ทันทีเพื่อตอบสนองความต้องการให้บริการ IT ในแต่ละประเทศ โดยทาง บริษัท ได้นำเสนอ application ส่วนกลางที่มีอยู่ในมือเป็นหมวดหมู่ดังนี้
- HR operation excellence ประกอบไปด้วยระบบ การเบิกค่าใช้จ่ายของพนักงาน รวมถึงค่าเดินทาง, ระบบการของรับการอบรม, ระบบประเมินผลพนักงาน และระบบการติดตามทรัพย์สินของบริษัทที่ติดตามตัวพนักงาน ซึ่งระบบเหล่านี้สามารถ interface กับระบบ HR ได้
- Business Workflow suite ประกอบไปด้วยระบบอนุมัตวงเงินสินเชื่อลูกค้า, ระบบอนุมัติ PR/PO ด้วย Lotus Note, ระบบอนุมัติการคืนสินค้า, ระบบอนุมัติการจำหน่ายสินค้าเพื่อทำลายออกจากระบบ ซึ่งระบบเหล่านี้สามารถ interface กับระบบ SAP ได้
- Support service suite ประกอบไปด้วยระบบ customer complaint ซึ่งสามารถ escalate ไปยังผู้ดูแลระดับสูงด้วย workflow, ระบบแสดงสถานะของโครงการต่างๆ, ระบบสำรวจความคิดเห็น และระบบลงทะเบียนเอกสาร
จะเห็นได้ว่าประเทศไทยก็สามารถได้ประโยชน์จากบาง application ส่วนกลางที่ยังไม่ได้นำมาใช้ ซึ่งหลังจากแต่ละประเทศลงทะเบียน application เป็นที่เรียบร้อยจำนวน application จะเพิ่มมากขึ้น และก็จะสามารถนำไปปรับใช้และลดเวลาในการพัฒนาโปรแกรมได้มากขึ้นด้วย
ทิศทางของระบบรายงานอัจฉริยะ
ดังที่ผมแจ้งให้ทราบเป็นระยะในข่าวสารฉบับก่อนหน้านี้ว่า Business Object สามารถช่วยนำเสนอรายงาน และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการต่อยอดทางธุรกิจ ทางบริษัทพัฒนาระบบ dashboard ซึ่งจะให้มุมมองในภาพรวมสำหรับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งจะถูกนำเสนอในรูปของรายงานแผนภูมิ และรูปภาพ ระบบ dashboard นี้ได้เริ่มทดลองใช้แล้วกับผู้บริหารระดับสูง ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากสิ้นสุดช่วงทดลองใช้ คาดว่าเราสามารถที่จะเริ่มพัฒนาและประยุกต์ใช้กับ key suppliers และ operation management ภายในครึ่งปีหลังนี้
การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างประเทศ
สิ่งที่ขาดไม่ได้ใน Global IT meeting คือการให้ Country IT manager ของแต่ละประเทศได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และบทเรียนในการนำระบบต่างๆไปใช้กับภาคธุรกิจซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นที่สนใจมีโอกาสซักถามเพื่อจะนำไปพัฒนาในประเทศของตัวเอง โดยในปีนี้ประเทศที่ได้รับมอบหมายให้นำเสนอผลงานมีดังต่อไปนี้
- ประเทศญี่ปุ่น แชร์ประสบการณ์และเทคนิคในการให้บริการกับพนักงาน เพื่อให้เพิ่มผลความพีงพอใจในระดับสูง ซึ่งเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่ทุกๆคนมองข้าม โดยการเอาตัวเองเข้าไปนั่งอยู่ในใจของผู้ขอบริการนั่นเอง เนื้อหารายละเอียดต่างๆ ผมได้มอบหมายให้กับทีม service desk ในการแปลและแจกจ่ายให้กับพนักงาน IT ทุกท่านเพื่อปรับปรุงการให้บริการได้ดียิ่งขึ้นต่อไป
- ประเทศมาเลเซีย แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการ roll out ระบบ interface ใหม่ (SAP PI) เพื่อที่จะนำมาทดแทนระบบ E2E เดิมที่ใช้กันอยู่ ซึ่งทำให้เห็นประเด็นและข้อควรระวังต่างๆได้อย่างชัดเจน ประเทศไทยเราก็กำลังจะเริ่มโครงการนี้ในเดือนพฤษภาคม โดยตั้งเป้าหมายว่าจะทำการเปลี่ยนระบบ interface กับ supplier ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้
- ประเทศไทย ส่วนตัวผมได้แชร์ประสบการ์เกี่ยวกับการ implement ระบบ Business Object ให้กับ HEC supplier ซึ่งสามารถเพิ่มความพีงพอใจให้กับ supplier ทั้งหมด และยังสามารถลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากอีกด้วยทั้งในแง่ license และ admin cost ซึ่งขณะนี้เรากำลังเริ่ม implement ให้กับทาง CG อยู่
- ประเทศจีน เป็นประเทศที่พึ่งได้ Country IT Manager คนใหม่มาสดๆร้อนๆ และเขาก็ได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับศักยภาพ และโอกาสการเจริญเติบโตของธุรกิจในประเทศจีน
การระดมความคิดในการ upgrade ระบบ Pegasus (SAP R/3)
เนืองจากเวอร์ชั่นของระบบ SAP (4.7) ที่เราใช้อยู่จะสิ้นสุดการพัฒนาในปี 2013 เราจึงมีความจำเป็นที่จะต้อง upgrade เป็นเวอร์ชั่นใหม่เพื่อให้ได้รับการดูแลจาก SAP อย่างต่อเนื่องโดยวางแผนการ upgradeให้เสร็จสิ้นในปี 2012 แต่ละประเทศได้มีการระดมความคิดกันว่า วิธีไหนจะปลอดภัยที่สุดและเกิดประโยชน์สูงสุดกับ บริษัท เนื่องจากทุกประเทศใช้ระบบ SAP เดียวกันจึงต้อง upgrade ในเป็นเวอร์ชั่นใหม่ในเวลาเดียวกันและไม่สามารถผิดพลาดได้ โดยทาง บริษัท จะทำการสรุปแนวคิดจากประเทศต่างๆอย่างระมัดระวังอีกครั้ง เพื่อจะนำเสนอให้กับผู้บริหารสูงสุดในแต่ละประเทศพิจารณาอีกที
IT excellence award
ปีนี้เป็นปีแรกที่เริ่มมีการจัดรางวัล IT excellence award โดยแต่ละประเทศจะทำการส่งผู้เข้าประกวดในสาขาต่างๆ และมี IT Government board เป็นคณะกรรมการตัดสิน ผมมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะด้วยคะแนนที่เป็นเอกฉันท์ในสาขา Team excellence award จาก โครงการ Business Object for HEC Thailand ผมขอแสดงความยินดีกับทีมงานทุกท่านที่ทุ่มเทให้กับบริษัท และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ มา ณ ที่นี้ด้วย