ล้างเครื่องนาฬิกาเค้าทำยังไงกัน

สิ้นปี 2017 หลังจากให้รางวัลชีวิตกับครอบครัวด้วยการไปเที่ยวเกาหลีกันแล้ว กลับถึงกรุงเทพ ผมยังคิดเสมอว่าจะขอหยุดพักต่ออีกสักวันเพื่อให้เวลากับนาฬิกาสุดที่รักของผม ซึ่งรับใช้ผมมาเป็นเวลา 4 ปีกว่าแล้ว และผมรู้สึกได้ว่ามันเริ่มฝืดเวลาขึ้นลาน เครื่องหมุนนาฬิกาก็ไม่สามารถทำให้มันขึ้นลานจนเต็มได้ แต่นาฬิการาคาแพงเวลาเข้าศูนย์มันคงแพงพอสมควร จากประสบการณ์ที่ได้จากการเอา Rolex เข้าศูนย์เมื่อหลายปีก่อน และด้วยความอยากรู้ว่าเวลาเอาเข้าศูนย์ช่างเค้าทำอะไรกับมันบ้าง เลยตัดสินใจเอาเข้าไปทำกับช่างตามห้างที่ดูเหมือนจะพอเชื่อถือในฝีมือได้ โดยบอกกับแฟนไว้ว่าวันนี้ขอเวลาในห้างสัก 3 ชั่วโมงเพื่อรอดูช่างล้างนาฬิกาจนเสร็จ เวลาประมาณการจากที่ได้คุยกับช่างเอาไว้ก่อนหน้านี้

พอกินข้าวเที่ยวกับครอบครัวเสร็จผมก็ขอแยกตัวและตรงดิ่งไปยังร้าน Watch Maker ในห้าง Fashion Island ทันที โดยได้คุยกับช่างก่อนหน้านี้ว่าจะขอนั่งดูช่างทุกขั้นตอนจนเสร็จ ซึ่งช่างก็อัธยาศัยดีมากและยินดีที่จะให้ดูและจะคอยบอกถึงขั้นตอนต่างๆในเชิงความรู้ให้ด้วย โดยช่างเก่งเป็นช่างที่มีประสบการณ์อยู่ตามศูนย์นาฬิกามาหลายยี่ห้อ ก่อนที่จะมาเปิดร้านเอง และเคยล้างนาฬิกาชื่อดังหลายยี่ห้อมาแล้ว เช่น Patek, Rolex, Omega etc. ช่างเก่งพยายามพูดให้ผมมั่นใจและคลายกังวล

บ่ายโมงตรงวันที่ 26 ธันวาคม ปฏิบัติการล้างเครื่องนาฬิกาก็ได้เริ่มขึ้น ช่างเก่งเริ่มจากการแกะนาฬิกา ของผมออกที่ละชิ้น เอาไปวางบนกระดาษขาวจะได้เห็นได้ชัด จากนั้นก็เอาเฟืองและกลไกทุกชิ้นส่วนไปแช่ในน้ำมันเบนซิน เพื่อชะล้างคราบน้ำมันเก่าออก และใช้พู่กันปัดทำความสะอาดทีละชิ้น

เมื่อล้างทุกชิ้นส่วนเสร็จก็ถึงขั้นตอนการเอาน้ำมันหล่อลื่นเคลือบแกนเฟืองต่างๆ และหยอดตามทับทิบเพื่อลดแรงเสียดทานกับเฟืองหมุน สังเกตุตลับน้ำมันทางขาวมือของรูปด้านล่างที่มีหลุม 2 หลุมจะเห็นได้ว่ามีนำ้มัน 2 ชนิดเพราะมีความหนืดต่างกันใช้หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างกัน การหยอดน้ำมันเป็นไปอย่างปราณีต ถึงกับต้องใช้แว่นขยายในการหยอด ถ้าเยอะเกินไปช่างเก่งก็จะซับออกด้วยยางกาว และทำการหยอดใหม่เพราะจะมีผลต่อความเที่ยงตรงในการเดินของนาฬิกา เมื่อก่อนเคยคิดเล่นๆว่าเราเปิดฝาหลังนาฬิกามาแล้วซื้อน้ำมันมาหยอดเองก็ได้ประหยัดดี แต่พอเห็นการทำงานจริงๆของช่างเก่ง ความคิดของผมก็ล่มสลายไปในทันที

image2-2

หลังจากหยอดน้ำมันเสร็จก็ถึงขั้นตอนการประกอบร่าง ซึ่งก็ไม่ง่ายเลยใช้เวลาค่อนข้างนาน หลังจากประกอบตัวเครื่องเสร็จก็เข้าสู่ขั้นตอนวัดความเที่ยงตรงโดยเครื่องวัด โดยในการวัดจะต้องวัดทั้งแนวระนาบ และแนวดิ่ง ที่เห็นในภาพดูเหมือนว่ามีความคลาดเคลื่อนต่ำมากเพียงแค่ 2 วินาทีต่อวัน แต่พอวัดตามแนวดิ่งจะมีความคลาดเคลื่อนสูงกว่า และต้องทำการ calibrate ความเพี้ยนไปเรื่อยๆจนกระทั่ง ค่าแนวราบและแนวดิ่งมีค่าเฉลี่ยความเพี้ยนต่ำที่สุด ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่กินเวลานานที่สุด เพราะเวลาใส่นาฬิกาแขนของเราจะอยู่ในแนวดิ่งซะส่วนใหญ่และจะกลับมาอยู่ในแนวราบเวลาเราดูเวลา ขับรถ และทำงาน

image3จากที่ประมาณการเอาไว้กับช่างว่าน่าจะเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง สุดท้ายต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่า ได้เห็นทุกขั้นตอน และมั่นใจว่าอุปกรณ์ภายในไม่ได้ถูกเปลี่ยน ค่าบริการทั้งหมดตกอยู่ที่ 5,000  บาท ซึ่งปรกติถ้าเอาเข้าศูนย์จะสูงกว่านี้ แต่ดูจากความปราณีตของช่างเก่ง ถือว่าไม่แพงเลย พอได้นาฬิกาคืนมา และลองไขลานดู ความรู้สึกเหมือนกับวันที่ได้เจ้า Maurice Lacroix Retrograde มาครอบครองในวันแรกเมื่อปี 2013 ไม่มีผิดเสียงไขลานนุ่ม หนืด แน่น ผมนี่ยิ้มออกเลย และใส่นาฬิกาเลือนนี้ติดต่อกันหลายวันโดยไม่เปลี่ยนไปใส่เรือนอื่นเลย

Leave a comment