
เดือนเมษายน 2019 เป็นเดือนที่ราคา crypto currency ต่างๆเริ่มปรับตัวขึ้นสูง ความฝันของใครหลายคนที่ต้องการสร้าง เครื่องผลิตเหรียญ masternode ไว้สร้างรายได้แบบ passive income เริ่มเลือนลางออกไป เพราะเงินลงทุนขั้นต่ำเริ่มที่จะสูงขึ้น ส่วน masternode ของเหรียญอื่นๆที่มีราคาถูกพอจะลงทุนไหว ก็มีความเสี่ยงสูงมาก จนต้องคิดอีกครั้งว่าคุ้มที่จะเสี่ยงไหม ผมมีหลักการประเมินเคร่าๆว่าจะไม่เสี่ยงกับเหรียญดังนี้
- – เป็นเหรียญที่มีสภาพคล่องต่ำ คือ list อยู่บน exchange ไม่กี่แห่ง
- – อันดับของเหรียญอยู่ ranking ท้ายๆ เรียกง่ายๆ คือไม่เป็นที่นิยมหรือยังมองไม่เห็นอนาคต
- – อัตราผลตอบแทน ROI ยังไม่น่าจูงใจเท่าที่ควร
- – ราคาเหรียญไม่สัมพันธ์กับทิศทางตลาด ทำให้คาดเดาไม่ได้เลยแม้จะมีการให้ ROI มากกว่า 100%
- – Masternode ยังไม่สามารถใช้ร่วมกับ hardware wallet ได้
แต่มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทั้งหมดเสียทีเดียว ถ้าลองเข้าไปดูข้อมูลในเวป masternodes.online จะเห็นว่าในเหรียญที่คนนิยมติดตั้ง masternode 10 อันดับสูงสุดยังมีเหรียญที่มีความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ตาม criteria ที่กล่าวมาข้างต้น และราคายังน่ารักอยู่ นั่นก็คือ Smartcash เหรียญตัวนี้เริ่มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญมีระบบ support user ค่อนข้างดีและมีคู่มือที่ละเอียดยิบอยู่บนเวปไซด์อีกด้วย แสดงให้เห็นถึง community ของเหรียญที่แข็งแกร่ง และมีอนาคตไกล
หมายเหตุ เดือนตุลาคม 2019: ผมได้ทำการขายและยกเลิก SmartNode ทั้งหมดไปตั้งแต่เดือนก่อนหน้านี้เพราะ ราคาของเหรียญตกลงเรื่อยๆพร้อมๆกับเหรียญสกุลอื่นๆ โดยมูลค่าของ reward ต่อเดือนเริ่มมีค่าเท่ากับค่าเช่า VPS รายเดือน เลยมองว่าไม่คุ้มที่จะถือต่อไปครับ
การสร้าง Masternode ของ Smartcash เราเรียกว่า Smartnode มีความยุ่งยากนิดหน่อย เพราะต้องใช้ความรู้ด้านเทคนิคเบื้องต้นทางด้าน Linux เนื่องจากต้องติดตั้งโปรแกรมลงบน VPS เหรียญนี้เป็นเหรียญที่ยังไม่มี masternode provider อำนวยความสะดวกในการติดตั้งเหมือนอย่าง allnodes.com ตามบทความก่อนหน้านี้ แต่การเก็บเหรียญขั้นต่ำไว้บน Trezor wallet ก็สามารถลดความซับซ้อนทางเทคนิคในการติดตั้งกระเป๋าเหรียญด้วยคำสั่ง Linux ลงไปได้ และทำให้เข้าใจการทำงานในภาพรวมได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
บทความนี้ผมจะแนะนำวิธีการติดตั้ง Smartnode ร่วมกับ Trezor wallet ซึ่งมีขั้นตอนหลักๆ 4 ขั้นตอนคือ
- ขั้นตอนที่ 1 การติดตั้งซอฟแวร์เพื่อให้ Smartcash เก็บเหรียญลงใน Trezor wallet ได้
- ขั้นตอนนี้มีเคล็ดลับนิดหน่อยคือต้องใช้ ซอฟแวร์และเฟิร์มแวร์ที่ถูกต้องถึงจะใช้ได้ ขณะที่ผมเขียนบทความอยู่นี้จะต้องอัพเกรดเฟิร์มแวร์ของ Trezor wallet ให้เป็นเวอร์ชั่น 1.8.0 หลังการอัพเกรด จะทำให้ Trezor set กลับไปค่าตั้งต้น แปลว่าถ้ามีการใช้ Custom menu อยู่แล้ว มันจะหายไป ไม่ต้องตกใจครับ เหรียญของเรายังคงอยู่ในกระเป๋าไม่หายไปไหน แค่มองไม่เห็น ในกรณีของผม มองไม่เห็น XZC ที่ตั้งเป็น Znode ก่อนหน้านี้ กลับไปดูบทความเก่า configure กลับไปแบบเดิมอีกครั้ง เราก็จะเห็นเหรียญแสดงในกระเป๋าเหมือนเดิมครับ
- จากนั้นก็ต้องดาวน์โหลด Trezor bridge software (URL ตามในรูป) และทำการติดตั้งบนเครื่อง desktop ที่จะใช้ในการติดตั้งกระเป๋าครับ เนื่องจาก Smartcash จัดเป็นเหรียญที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก เหมือนกับกรณีของ XZC ทำให้ไม่มีเหรียญแสดงอยู่ในเวป wallet ของ Trezor ยิ่งไปกว่านั้น ไม่สามารถสร้าง custom menu ในเวป Trezor wallet อีกด้วย bridge software จะทำให้สามารถเก็บเหรียญลงบน Trezor ได้แต่มองไม่เห็นครับ ต้องใช้ซอฟแวร์ wallet ช่วย

- ขั้นตอนที่ 2 Electrum-Smart เป็นซอฟแวร์ wallet ตัวกลางในการจัดการเหรียญแทน Trezor web wallet ซึ่งต้องใช้เวอร์ชั่นให้ถูกด้วย ไม่สามารถใช้เวอร์ชั่นล่าสุดได้ ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ เวอร์ชั่นที่ใช้งานได้ไม่มีปัญหาคือ 4.0RC7 ดาวน์โหลดและติดตั้งบนเครื่อง desktop ของคุณได้เลย ส่วนขั้นตอนการติดตั้งซอฟแวร์อย่างละเอียดมีอยู่บนเวปไซด์ของ smartcash ครับ ตาม URL นี้เลย https://smartcash.freshdesk.com/support/solutions/articles/35000099666-trezor-and-smartcash-a-quick-start-guide (ตอนติดตั้งอย่าลืม encrypt wallet)
- เมื่อติดตั้งเสร็จก็สามารถเริ่มโอนเงินจาก Exchange ที่ใช้บริการอยู่มาเก็บไว้ใน Trezor hardware ได้เลย แต่เนื่องจากสภาพการณ์ของ Smartcash นั้น เหมือนกับอยู่ในช่วยกำลังพัฒนาและมีการ upgrade เวอร์ชั่นอยู่เรื่อยๆ ผมแนะนำให้ลองโอนเหรียญมาสัก 10 เหรียญก่อน ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด ค่อยโอนทั้งล๊อต 100,000 เหรียญเพื่อใช้ในการตั้ง Smartnode ต่อไป (อาจต้องรอประมาณครึ่งชั่วโมง ถึงหนึ่งชั่วโมงเหรียญถึงจะเข้ากระเป๋า ไม่จำเป็นต้องต่อ Trezor ค้างไว้ก็ได้ครับ)
- พอเราเห็นเหรียญใน Electrum wallet แล้ว รอสร้าง Smartnode หลังติดตั้ง VPS เสร็จ อย่าไปทำก่อนครับ ทำตามขั้นตอนที่บอกจะได้ไม่งงทีหลัง

- ขั้นตอนที่ 3 การติดตั้ง VPS และการติดตั้ง Smartcash ซอฟแวร์ลงบน Ubuntu server
- ผมเลือกใช้ Digitalocean เป็น VPS ด้วยเหตุผลที่ว่า VPS เจ้านี้มี terminal console มาให้ใช้บนเวปเลย ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการเชื่อมต่อกับเซฟเวอร์ สามารถอ่านรายละเอียดการติดตั้งได้จากบทความ “สร้าง Virtual Private Server (VPS) บน DigitalOcean เพื่อขุดเหรียญคริปโต” ก่อนหน้านี้ได้ครับ แต่ต้องเลือก server ที่มี Ram 2GB นะครับประมาณ 10$ ต่อเดือน (ลองรัน node ด้วย Ram 1GB แล้วแฮงค์ครับ) แต่จะได้ $ credit ถ้า signup โดยอ้างอิงจาก link ในบนความข้างต้น ให้ทำตามจนสามารถ login ด้วย root เข้าไปใน terminal console ก่อนทำการติดตั้ง VPS ต่อตามขั้นตอนต่อไปดังนี้ แวะกลับไปที่ Electrum wallet ก่อน
- ให้ทำการกดปุ่ม Create Smartnode ใน tab Smartnodes ครับ
- ใส่ชื่อ Alias เพื่อเอาไว้เรียกชื่อ Smartnode ของเรา
- ใส่ IP address ของ VPS droplet ที่สร้างเสร็จเข้าไปในช่อง IP address
- Electrum จะฉลาดมากเลือก match กับ transaction ที่เกิน 100,000 เหรียญเพราะมันรู้ว่าสามารถเอามาทำ Smartnode ได้ จากนั้นให้กดปุ่ม Apply มันจะสร้าง private key ของ smartnode นี้ขึ้นมา ให้เรา copy เก็บไว้แล้วเดี๋ยวเราต้องเอาค่านี้ไปใส่ใน config ไฟล์บน VPS ตอนติดตั้ง smartnode ฝั่ง server
- เนื่องจากเราตั้ง VPS ในการสร้างเหรียญปันผล ควรจะมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีขึ้นด้วยการสร้าง user admin ใหม่ที่ไม่ใช้ root (ในที่นี้ผมใช้ชื่อแอดมินว่า smart admin และตามด้วยการติดตั้งไฟล์วอลล์บน VPS พิมพ์ใน terminal console ตามขั้นตอนข้างล่างนี้เลยครับ กด enter ทุกบรรทัดครับ
- apt-get update
- apt-get upgrade
- reboot (หลังการ upgrade system software เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด รีบูทเครื่องหนึ่งครั้งแล้ว login เข้ามาใหม่)
- adduser smartadmin (หลัง enter เครื่องจะให้ตั้งpassword ใหม่สำหรับ account นี้, กด enter ไปเรื่อยๆจนเครื่องถามว่า Y/N ให้ตอบ Y)
- gpasswd -a smartadmin sudo (ขั้นตอนนี้คือการให้สิทธ์ account smartadmin เทียบเท่า root, จากนี้ไปเราจะ login ด้วย smartadmin ทุกครั้งที่เข้า server ครับ)
- apt-get install ufw (เริ่มการติดตั้งไฟล์วอลล์ และทำการเซ็ทพอร์ทต่างๆตามข้างล่างนี้)
- ufw allow ssh/tcp
- ufw limit ssh/tcp
- ufw allow 9678/tcp
- ufw logging on
- ufw enable
- ufw status
- reboot (รีบูทเครื่องหนึ่งครั้งหลังเปิดไฟล์วอลล์เสร็จ, login ด้วย smartadmin)
- sudo apt-get install software-properties-common
- sudo add-apt-repository ppa:smartcash/ppa
- sudo apt-get update
- sudo apt-get install smartcashd (ถึงขั้นตอนนี้คือการติดตั้ง smartcash software เสร็จเรียบร้อย ต่อไปคือการติดตั้ง smartnode บน VPS)
- mkdir ~/.smartcash
- pico ~/.smartcash/smartcash.conf (เนื่องจากเราใช้ Trezor กับ Electrum, เราจะไม่มีไฟล์ config อยู่บน desktop เราจะต้องสร้างไฟล์ config ขึ้นใน VPS แทนด้วยคำสั่ง pico และ key ค่าดังต่อไปนี้ลงไป)
- rpcuser=smartadmin (อันนี้ผมใส่เหมือน login account)
- rpcpassword= (password ของ admin account)
- port=9678
- daemon=1
- listen=1
- server=1
- smartnode=1
- txindex=1
- smartnodeprivkey=(ตรงนี้ใส่ privatekey ที่ได้มาจากตอนสร้าง smartnode ใน Electrum wallet ครับ, จากนั้นกดปุ่ม Ctrl + X เพื่อเป็นการ save config file ลงบนเซิฟเวอร์ ตอบ Y แล้ว Enter ด้วย เป็นอันเสร็จพิธี)
- เริ่ม run smartnode ด้วยการพิมพ์คำสั่ง smartcashd แล้วกด enter (ขั้นตอนนี้โปรแกรมจะทำการ sync blockchain ของ smartcash ทั้งหมดมาเก็บไว้บนเซิฟเวอร์ครับ มันจะใชเวลาหลายชั่วโมงถึงจะเสร็จ)
- โดยเราจะสามารถเช็คสถานะความคืบหน้าได้ด้วยคำสั่ง
- smartcash-cli getinfo แล้วกด enter

- smartcash-cli getinfo แล้วกด enter
- ระบบจะแสดงสถานะตามรูปข้างบน ตัวที่เราต้องการรู้คือ blocks ครับ มันจะบอกว่าระบบ sync blockchain ไปจนถึง block ที่เท่าไหร่แล้ว ทุกครั้งที่เรา getinfo มันต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นะครับ ถ้าอยู่ที่เดิมแสดงว่ามีปัญหา วิธีที่จะดูว่ามัน sync ครบแล้วหรือยังให้เช็คกับเวป URL https://explorer.smartcash.cc (ซึ่งเวปนี้จะบอกว่า block สุดท้ายของ smartcash ตอนนี้คือเบอร์อะไร ถ้าเป็นเบอร์เดียวกันแสดงว่าเสร็จแล้ว ถ้ายังไม่ใช้ให้รอต่อไปครับ)
- เมื่อ sync เสร็จโดยสมบูรณ์ เราจะสามารถเช็ค node status ได้ด้วยคำสั่ง
- smartcash-cli smartnode status (ถ้ามันขึ้นคำว่า “node just started, not yet activated” หรือ “Not capable smartnode: Smartnode not in smartnode list” แสดงว่า smartnode เราสมบูรณ์แล้ว พร้อมที่จะทำขั้นตอนสุดท้ายต่อไป)
- โดยเราจะสามารถเช็คสถานะความคืบหน้าได้ด้วยคำสั่ง
- ผมเลือกใช้ Digitalocean เป็น VPS ด้วยเหตุผลที่ว่า VPS เจ้านี้มี terminal console มาให้ใช้บนเวปเลย ลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการเชื่อมต่อกับเซฟเวอร์ สามารถอ่านรายละเอียดการติดตั้งได้จากบทความ “สร้าง Virtual Private Server (VPS) บน DigitalOcean เพื่อขุดเหรียญคริปโต” ก่อนหน้านี้ได้ครับ แต่ต้องเลือก server ที่มี Ram 2GB นะครับประมาณ 10$ ต่อเดือน (ลองรัน node ด้วย Ram 1GB แล้วแฮงค์ครับ) แต่จะได้ $ credit ถ้า signup โดยอ้างอิงจาก link ในบนความข้างต้น ให้ทำตามจนสามารถ login ด้วย root เข้าไปใน terminal console ก่อนทำการติดตั้ง VPS ต่อตามขั้นตอนต่อไปดังนี้ แวะกลับไปที่ Electrum wallet ก่อน
- ขั้นตอนที่ 4 การเชื่อมต่อระหว่าง VPS และ Electrum-Smart wallet เพื่อ enable smartnode
- กลับมาที่ Electrum-Smart wallet และเลือกเข้าไปที่ Tab Smartnodes, กดปุ่ม Start Alias เพื่อเริ่ม sync กันระหว่าง server กับ Electrum
- ตอนนี้รออย่างเดียวครับ เพื่อให้ Status เปลี่ยนจาก Pre-Enable ให้เป็น Enabled สีเขียว
- เมื่อ status เป็นสีเขียวแล้วให้กลับไปที่ VPS อีกครั้ง เพื่อเช็ค smartnode status อีกครั้ง ด้วยคำสั่ง
- smartcash-cli smartnode status (มันควรจะขึ้นว่า Smartnode successfully started)
- กรณีที่มีปัญหาไม่สามารถ start smartnode ได้ สาเหตุหลักๆที่ผมเจอมี 2 ประเด็นหลักๆคือ
- blockchain database บนเครื่องเรา collapse (sync มาไม่สมบูรณ์ หรือ index พังเลยไปต่อไม่ได้) แก้ไขได้ด้วยการสร้าง smartnode ใหม่อีกครั้ง ด้วยคำสั่ง
- smartcashd -reindex
- ระหว่างการ Sync VPS server หรือ Electrum wallet ขาดการติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง โดยมันจะแสดง status บน wallet และบน server ประมาณว่า “new_start_required” ให้ทำการ กดปุ่ม Start Alias บน wallet อีกครั้ง รอสักพัก status จะกลับมาเขียวอีกครั้ง แต่จะทำช่วงเวลาในการจ่ายปันผลถูกรีเซ็ทเป็น 0 ใหม่ด้วย
- คำสั่งที่มีประโยชน์ในการเช็คสถานะการ sync smartnode บน server คือ
- smartcash-cli snsync status (ถ้าขึ้นตามรูปข้างล่างก็คือสำเร็จแล้วครับ รอรับเงินอย่างเดียว)
- blockchain database บนเครื่องเรา collapse (sync มาไม่สมบูรณ์ หรือ index พังเลยไปต่อไม่ได้) แก้ไขได้ด้วยการสร้าง smartnode ใหม่อีกครั้ง ด้วยคำสั่ง

ถึงแม้ว่าขั้นตอนจะดูค่อนข้างยุ่งยากสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานทางด้าน Linux เลยก็ตาม แต่ผมคิดว่าการใช้ Trezor และ Electrum ร่วมกับ VPS ในการติดตั้ง Smartnode สามารถช่วยลดขั้นตอนทางเทคนิคลงได้เยอะมากแล้วครับ ข้อดีอีกอย่างของ Smartcash คือ คุณสามารถได้ส่วนปันผลโดยที่ไม่จะเป็นต้องมี 100,000 เหรียญเพื่อมาตั้ง Smartnode ขอเพียงแค่มีมากกว่า 1000 เหรียญอยู่ในกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น Electrum หรือ Smartcash wallet ก็ตาม ระบบจะนำมาคิดคำนวณเพื่อที่จะปันผลเป็น SmartReward ให้ด้วย โดยสามารถติดตามสถานะการจ่ายได้ใน tab SmartRewards ครับ รวยซ้ำรวยซ้อนกันเลยทีเดียว
หมายเหตุ บทความนี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนนะครับ การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อเหรียญใดๆก็ตาม
1 thought on “สร้าง Smartcash Smartnode กับ Trezor wallet – passive income ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม”