ช่วงที่ผ่านมาผมใช้เวลาในการสร้าง passive income จาก masternode ซึ่งได้อธิบายรายละเอียดไว้ในบล๊อคเก่าๆ เป็นวิธีที่ทำให้เกิดรายได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือ เราต้องเสียค่าเช่ารายเดือนในการ maintain masternode เอาไว้ ซึ่งเป็นเสมือนต้นทุนที่ทำให้ผลตอบแทนรายปีลดลงไป
ข่าวดีก็คือเมื่อต้นปี 2020 มีกระแสการสร้าง passive income จาก crypto currency ที่เข้าใจง่าย เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันสั้น เพราะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีมากกว่าฝากธนาคาร ที่สำคัญคือไม่มีต้นทุนรายเดือนเหมือนวิธีการทำ masternode อีกด้วย วิธีนี้ก็คือการ Stake เหรียญคริปโต
จริงๆแล้วต้นกำเนิดการ Stake เหรียญน่าจะเกิดจากกระแสรักษ์โลก ที่มีการโจมตีกันว่า การทำเหมืองขุดเหรียญ (mining) เป็นตัวทำให้เกิดภาวะโลกร้อน และสิ้นเปลืองพลังงานในการแก้สมการโดยไม่จำเป็น ซึ่งวิธี mining นี้เป็นหลักการของการสร้างและตรวจสอบบล๊อคใหม่ใน Blockchain ของเหรียญที่เรียกว่า Proof of Work (PoW) ผู้คนจะตั้ง Server แรงสูงเพื่อแข่งกันแก้สมการในการสร้างบล๊อคใหม่ของเหรียญคริปโต ใครแก้เสร็จก่อนก็จะได้เหรียญเป็นรางวัล ซึ่งกระแสโจมตีนี้ทำให้เกิดการพัฒนาเหรียญรุ่นใหม่ที่ใช้กลไกการสร้างบล๊อคใหม่ใน Blockchain ที่ไม่ต้องแก้สมการด้วยการทำ mining อีกต่อไป ที่เรียกว่า Proof of Stake (PoS) แทน โดยหลักการง่ายๆคือการสร้างบล๊อคใหม่จะเกิดขึ้นเรื่อยๆได้เองโดยโปรแกรมของเหรียญแต่จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง ซึงการตรวจสอบจะใช้เครือข่ายตามจำนวนเหรียญที่แต่ละคนถือครองเอาไว้ โดยเหรียญที่ถือครองจะทำหน้าที่ตรวจสอบบล๊อคใหม่ที่สร้างขึ้นนั้นจะต้องมีการล๊อคเอาไว้โดยไม่ใช้จ่ายเหรียญ ด้วยการแจ้งความจำนงค์ที่จะล๊อคเหรียญนั้นไว้ เรียกว่า Stake coins เมื่อเหรียญถูก stake เอาไว้ตามระยะเวลาที่ตกลงกันก็จะถูกรวมเข้าไปในเครือข่ายการตรวจสอบของเหรียญประเภท PoS ผู้ที่มีส่วนในการ Stake เหรียญก็จะได้เหรียญตอบแทนเป็นรางวัล เหมือนการฝากประจำในธนาคาร ซึ่งแนวคิดคล้ายๆการทำ Masternode เลยครับ
แต่เหรียญรางวัลที่เกิดจากการ PoS จะมีมากกว่าเหรียญประเภท PoW เพราะส่วนรางวัลของพวก Miner ถูกยุบรวมไปเป็นเงินรางวัลในการ Stake เหรียญนั้นเอง บางเหรียญให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นรายปีมากถึง 16 – 20% เลยทีเดียว แต่ขึ้นชื่อว่าเหรียญคริปโตแล้ว ให้พึงระวังว่ามันเป็นช่องทางการลงทุนที่มีความผันผวนสูงและความเสี่ยงสูงมาก ไม่ควรลงเงินทั้งหมดในช่องทางนี้ และไม่ความเอาเงินที่ไม่ใช่เงินเย็นมาลงทุนด้วย เราต้องยอมรับการขาดทุนมากได้ด้วยนะครับ เพราะตลาดคริปโตถือว่าใหม่มาก อีกทั้งเหรียญที่ติด Staking ขายออกไม่ได้จนครบระยะสัญญา ไม่ว่าราคาเหรียญจะตกไปแล้วเกิน 50% ก็เปลี่ยนใจไม่ได้ ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้วยังผงกหัวกันอยู่ก็อ่านต่อได้เลย
ผมทดลองการ Stake เหรียญดูโดยเลือกเหรียญที่อยู่ในอันดับ Top 100 และพยายามเลือกเหรียญที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า Masternode ที่มีอยู่ของผม เหรียญที่เลือกมาทดลองก็คือ Crypto.com chain หรือเรียกสั้นๆว่าเหรียญ CRO เป็นเหรียญที่อยู่อันดับที่ 23 ซึ่งเป็นเหรียญประเภท Token ที่ coinmarketcap.com จัดเรทติ้งว่าเป็นเหรียญเกรด B ซึ่งถือว่าเป็นเหรียญที่ดีมากตัวหนึ่งและความเสี่ยงน่าจะต่ำ ถึงแม้ว่าจะจัดเรทติ้งไว้ดีแค่ไหนแต่ก็ผันผวนได้ครับ (ในเดือนพฤศจิกายน 2020 เหรียญ CRO ราคาล่วงจาก 5 บาทกว่า เหลือแค่ 1.9 บาทกว่า เพราะ CEO เปลี่ยนนโยบายของ CRO โดยไม่ได้แจ้งผู้ถือครองล่วงหน้า) แต่ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ ราคาของเหรียญก็ค่อยๆขยับขึ้นมาทีละนิดๆ
ข้อแตกต่างระหว่าง Coin กับ Token ก็คือ Coin มี Blockchain network เป็นของตัวเอง ส่วน Token เป็นเหรียญที่วิ่งอยู่บน Blockchain network ของเหรียญอื่น สำหรับเหรียญ CRO วิ่งอยู่บน Ethereum blockchain ครับ
- ไปหาซื้อเหรียญ CRO มาให้ได้ขั้นต่ำ 10,000CRO โดยการเทรดบน Exchange แลกกับ BTC หรือ ETH ก็ได้
- เมื่อได้เหรียญมาแล้วก็โอนเหรียญมาเก็บไว้บนกระเป๋าของ crypto.com อย่างน้อย 10,000CRO เกินได้ไม่เป็นไร ข้อพึงระวังมีดังนี้
- กระเป๋าของ crypto.com มี 2 ประเภทที่ทำ stake ได้ คือ
- Crypto.com wallet app จะให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 16% ต่อปี
- Crypto.com/exchange จะให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 20% ต่อปี (ความเสี่ยงจะสูงกว่าเพราะเป็นการ Stake บน Exchange ไม่ใช่กระเป๋าของเราเอง แนะนำให้ Enable 2FA ไว้ก็จะทำให้อุ่นใจมากขึ้น)
- อัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับระยะสัญญาการทำ stake อัตราข้างต้นคือการทำสัญญาระยะ 3 เดือน (สูงสุด) ถ้าระยะสั้นลงผลตอบแทนก็ลดลงด้วย
- กระเป๋าของ crypto.com มี 2 ประเภทที่ทำ stake ได้ คือ
- กดปุ่ม Stake coin ซึ่งอยู่ในหมวด Stake & Earn (Earn interest on your crypto asset) หรือ กดปุ่ม Stake CRO บนหน้าแรกเลยก็ได้สำหรับการ Stake บน Exchange
-
- ระบบจะทำการย้ายเหรียญ 10,000CRO ออกจากยอด balance ของบัญชี ซึ่งจะแสดงเป็นจำนวนเหรียญดอกเบี้ยรายวันที่เพิ่มขึ้น ตรวจสอบได้แต่นำออกมาใช้ไม่ได้จนกว่าสัญญา stake จะสิ้นสุดลง

แค่นี้เราก็สามารถมีรายได้แบบ passive income ที่มากกว่าการฝากประจำกับธนาคารแล้ว แต่ต้องหาจังหวะเข้าและออกที่ถูกต้อง เพราะราคาเหรียญผันผวนตลอดเวลา ถ้าเราเข้าไปช่วงราคาสูง ถึงแม้จะได้ดอกเบี้ยสูงถึง 20 % อาจจะมีมูลค่ารวมเงินต้นต่ำกว่าการฝากประจำธนาคารก็ได้ ผมเตือนแล้วนะ ขอให้สนุกกับ passive income รูปแบบใหม่กันนะครับ ถ้าอยากลองดูใช้ reference code ของผมในการเปิด account ได้เลยครับ
หมายเหตุ บทความนี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนนะครับ การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อเหรียญใดๆก็ตาม




1 thought on “Stake เหรียญคริปโต เพื่อสร้าง passive income (crypto.com)”