2 – 3 ปีที่ผ่านมามี Crypto Exchange เกิดขึ้นและดับไปมากมายทั่วโลก หลายๆคนคงคิดว่าการเปิด Exchange หรือเวปซื้อขายเหรียญคริปโต น่าจะเป็นอะไรที่เป็นเหมือนกับเสือนอนกิน ที่คอยรับส่วนแบ่งจากค่าคอมมิชชั่นมากมายจาก transaction ซื้อขายและโอนเหรียญออกจาก Exchange โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ต้องเสียค่านายหน้าให้กับ broker เหมือนในตลาดหุ้นด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาใหญ่สำหรับ Crypto Exchange คือ การที่มีคู่แข่งเป็น Exchange ขนาดใหญ่ทั่วโลก ซึ่งสามารถมีค่า transaction fees ที่ถูกกว่า, มีส่วนต่างราคาซื้อขายที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า ซึ่งเหมาะแก่การทำกำไรระยะสั้นให้กับนักเทรดได้ดีกว่า หรือแม้กระทั่งมี user interface ที่ใช้งานง่ายกว่า ฟังก์ชั่นเยอะกว่า และแก้ไขปัญหาต่างๆได้รวดเร็วทำให้การซื้อขายและการโยกย้ายเหรียญรวดเร็วและราบรื่น เชื่อถือได้ แน่นอนผู้คนก็จะหลั่งไหลไปใช้บริการ Exchange เหล่านั้นมากกว่า เพราะหัวใจหลักของการอยู่รอดของ Exchange คือจำนวนสมาชิกที่ใช้บริการและสร้าง traffic ของ transactions บนเวปของตัวเองนั่นเอง
Exchange ที่ไม่มีกลยุทธที่ดีพอในการ draw traffic ของนักเทรดให้มาใช้บริการบน Exchange ของตัวเองได้ก็ต้องปิดตัวลง หรือเป็นเวปร้างไปในที่สุด แน่นอนครับทุกๆ Exchange จะต้องมีงบการตลาดเพื่อที่จะนำมาโปรโมทเวปของตัวเองให้นักเทรดหันมาสนใจ โดยเท่าที่เห็นจะเป็นมุกซ้ำๆ เช่น ลดค่า transaction fee ลง หรือแม้กระทั่งเทรดฟรีแบบไม่มีค่า fee ตาม credit ที่ให้ หรือตามช่วงเวลา หรือไม่ก็จะออกมาในรูปของการให้ความรู้เพราะเข้าใจว่านักเทรดอาจจะไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับ Crypto หรือ Exchange ของตัวเองมากพอ ในฐานะที่ผมก็เป็นหนึ่งในนักเทรดที่เริ่มเข้าวงการ Crypto currency มาตั้งแต่ปี 2017 ส่วนตัวผมคิดว่าโปรโมชั่นต่างๆที่กล่าวมานั้น ไม่โดนใจผมเลยและ Exchange เหล่านั้น อาจดูถูกนักเทรดมากเกินไป โดยเฉพาะค่า transaction fee อันน้อยนิดไม่ได้มีผลให้ผมเลือกที่จะใช้หรือไม่ใช้บริการ Exchange นั้นๆเลย
จนมาวันหนึ่งผมได้รู้จักกับเวป Crypto.com ซึ่งผมเคยสมัครทิ้งไว้เมื่อหลายปีก่อนแต่ไม่ได้สนใจอะไรมากและไม่เคยซื้อขายบน Exchange ตัวนี้เลย ผมเริ่มมาสนใจการ Stake เหรียญ และ Crypto.com ก็เป็น Exchange ที่ให้บริการ Stake เหรียญที่ดีมากเวปหนึ่ง เหรียญทั้งหมดของผมในตลาดค่อยๆย้ายมาสู่ Crypto.com เกือบจะ 100% แถมยังมีการซื้อเหรียญเพิ่มขึ้นจาก Exchange นี้เป็นหลักทุกๆเดือน สาเหตุที่ทำให้ Exchange นี้ดึงดูดผมเอาไว้ได้ (เรียกว่าเป็น royalty customer เลยก็ว่าได้) คือ Syndication program นั่นเอง
Syndicate คือการที่ Crypto.com เอางบการตลาดของตัวเองไปซื้อเหรียญระดับ Top 50 แล้วเปิดให้สมาชิกมีโอกาสเป็นเจ้าของเหรียญเหล่านั้นได้ในราคาลด 50% โดยผู้ที่มีสิทธิ์ครอบครองเหรียญจะได้รับสิทธิ์ที่แตกต่างกันไปโดยดูจากจำนวนเหรียญ CRO (crypto.com) ที่ได้ Stake ไว้กับทาง Exchange ยิ่ง Stake มากก็ยิ่งมีสิทธิ์มากขึ้น ถ้าจำนวนเหรียญที่ทาง Exchange ซึ้อมามีน้อยกว่าจำนวนการใช้สิทธิ์ของลูกค้าทั้งหมด ก็จะทำการ allocate เหรียญทั้งหมดที่มีตามอัตราส่วนของผู้ใช้สิทธิ์ทั้งหมด เนื่องจากมีผู้ใช้สิทธิ์ทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนจำนวนเหรียญที่ allocate กลับมาเมื่อจบแคมเปญก็ได้คนละจำนวนไม่มาก แต่ให้ผลทางจิตวิทยาสูงมากครับ เพราะผู้ใช้สิทธิ์ได้เหรียญที่ถูกกว่าราคาตลาดถึง 50% ซึ่งถ้าขาย ณ วันนั้นก็กำไรทันที 50% เลยทีเดียว เรียกว่ากำไรเห็นๆ และรอบต่อไป ซึ่งมีขึ้นทุก 15 วัน ก็อยากจะได้เหรียญที่ถูก allocate มากขึ้นๆ ทำให้นักเทรดผันการลงทุนมาบน Exchange นี้มากขึ้นนั่นเอง
ส่วนตัวผมมองว่า ทีมการตลาดของ Crypto.com มองความต้องการของนักเทรดได้เฉียบขาด และจะเป็นเหมือน Binance ได้ในเวลาไม่กี่ปีจากนี้ นอกจากกลยุทธการ lock เหรียญไว้กับ exchange แล้ว ทาง crypto.com ยังเป็นแพลตฟอร์มเจ้าแรกๆที่มีการออกบัตร debit ที่นำไปใช้จ่ายซื้อของได้จริงๆโดยการหักเหรียญ CRO อีกด้วยสำหรับประเทศที่คริปโตเป็นที่ยอมรับแล้ว ทำให้เกิด ecosystem ในการ liqudate เหรียญในวงกว้างกว่าแค่การเทรดและ stake เหมือน exchange อื่นๆผมเชื่อว่าเหรียญ CRO จะมีมูลค่าแบบก้าวกระโดดตามแบบ Binance ในเวลาไม่นาน ใครสนใจสามารถใช้ reference code ของผมในการเปิด account ได้เลยครับ
หมายเหตุ บทความนี้ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนนะครับ การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาให้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อเหรียญใดๆก็ตาม
