ช่วงนี้เศรษฐกิจโลกแย่ไปตามๆกัน เนื่องจากพิษของโควิททำให้ทุกประเทศต้องทำการ locked down ตัวเอง ธุรกิจท่องเที่ยวและการบิน ล้มตึง พนักงานถูกจ้างออก และบริษัทในอุตสาหกรรมเหล่านี้ค่อยๆทยอยปิดตัวลง มันสร้างโดมิโนเอฟเฟคสู่ธุรกิจอื่นๆ ในอัตราเร่ง เพราะกำลังซื้อลดลงเรื่อยๆ จากจำนวนคนว่างงานที่เพิ่มขึ้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าทุกประเทศต้องพึ่งพาอาศัยกัน เราอยู่รวมกันเป็นสังคมโลก เมื่อเงินไม่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ รายได้ของทุกๆบริษัทก็จะลดลง ไม่ช้าก็เร็ว ทุกๆบริษัทต้องเริ่มลดค่าใช้จ่ายเพื่อประคองธุรกิจ ถ้าเลือดยังไม่หยุดก็ต้องใช้ยาแรง ด้วยการลดจำนวนพนักงานลง
ถ้าคุณตกอยู่ในสภาวะตกงานหรือใกล้ตกงาน คุณมี 2 ทางเลือก คือ เริ่มมองหางานใหม่ หรือ มาดูกันว่าเราพร้อมที่จะอยู่แบบ early retirement แล้วหรือยัง? ผมไม่แนะนำให้เปิดธุรกิจใหม่เป็นของตัวเองในช่วงนี้เพราะพึ่งเกริ่นไปใน paragraph แรก ว่า ดีมานด์มันค่อยๆหายไปจากตลาด เก็บเงินก้อนสุดท้ายของคุณเอาไว้ก่อนดีกว่า ยกเว้นคุณเห็นลู่ทางและมั่นใจจริงๆว่า เงินที่ลงทุนลงไปจะสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องให้คุณได้ กลายเป็นเจ้าของกิจการเอง ระหว่างนี้มาตรวจสุขภาพการเงินกันว่า เราสามารถอยู่แบบไม่ต้องทำงานได้หรือยัง?
อันดับแรกเลย รู้ตัวสักทีว่าคุณใช้ชีวิตเหมือนก่อนไม่ได้แล้ว เพราะไม่มีรายได้ประจำเข้ามา วิธีที่ดีที่สุดคือการหา passive income เข้ามาหลังเกษียณ และลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด
การจะใช้ชีวิตหลังเกษียณมีปัจจัยสำคัญอยู่สองสิ่งคือ ทำสุขภาพให้แข็งแรง ไม่เจ็บป่วย และทำให้รายจ่ายน้อยกว่ารายได้ให้ได้ หลักการง่ายๆแค่นี้เอง ถ้าไม่มีรายได้เข้ามาเลยก็ต้องใช้จ่ายให้น้อยลง เพื่อที่จะได้อยู่ได้นานโดยไม่ขาดเงินสะสมที่จะจ่ายในสิ่งจำเป็นประจำวันไปจนวันตาย ถ้าตั้งสติได้แล้วเรามาเช็คกันว่า คุณมีความพร้อมที่จะเกษียณแล้วหรือยัง?
- รายจ่ายประจำ List ออกมาให้หมดว่าในแต่ละเดือน เรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่าอาหาร ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าส่วนกลางหมู่บ้าน ค่า Netflix ค่าเล่าเรียนลูก อื่นๆ อะไรที่ไม่จำเป็นก็ตัดออกไป แต่อย่าตึงจนเครียด จำไว้เราต้องเกษียณอย่างมีความสุข เพราะความทุกข์เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ และจะมาซึ่งค่ารักษาก้อนใหญ่ภายหลัง
- ภาระหนี้ กำจัดหนี้ให้หมดให้ได้เป็นอันดับแรก เราต้องไม่สร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ภาระหนี้เป็นเสมือนเลือดที่ยังไม่หยุดไหล ต้องห้ามเลือดให้ได้ก่อน จะได้ไม่ช๊อคหมดสติไป
- รายได้และเงินออม เงินก้อนที่ได้มา รวมรายได้อื่นๆ นำไปเก็บไว้ในช่องทางที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าได้ไหม ทำยังไงก็ได้ให้มันสามารถสร้างผลกำไรออกมาเป็นรายเดือน เพื่อจะได้เก็บดอกกินโดยไม่กระทบเงินต้น คนสมัยก่อนอาจจะเลือกเปิดบัญชีเงินฝาก 12 เล่มเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยทุกเดือน แต่สมัยนี้ทางเลือกเยอะขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ควรกระจายความเสี่ยงโดยแยกเงินเป็นหลายๆกอง ที่ให้ผลกำไรเป็นรายวันหรือรายเดือน ที่สำคัญความเสี่ยงต้องลดลงเมื่อเที่ยบกับสมัยที่ยังมีงานทำ อย่าเอาเงินไปกองในตลาดหุ้นเพื่อกินปันผลอย่างเดียว ต้องเสี่ยงต่ำกว่านั้นเยอะเลย โดยกระจายไปในกลุ่มเครื่องมือการเงินหลายๆแบบ
- สวัสดิการสังคม ที่เราสามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้ สมัครให้หมด ไม่ต้องกลัวเสียหน้าว่าต้องใช้ประกันสังคม หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะคนอื่นไม่ได้จะอดตายเหมือนเรา ถ้าจะอดตายเราต้องอดตายเป็นคนท้ายๆ ถ้าเราออกจากประกันสังคมเราอาจจะได้เงินบำนาญทุก ๆ เดือน กรณีที่ส่งเกิน 180 งวดในขณะที่ยังทำงานอยู่และอายุเกิน 55 ปี เงินก้อนนี้เอาไปซื้อประกันสุขภาพได้ ถ้ายังไม่แก่เกินหรือมีโรคเรื้อรังที่บริษัทประกันจะรับ
- ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เอามาทบทวนดู อาจมีผลประโยชน์ที่คุณคาดไม่ถึง โดยเฉพาะถ้าจะเกษียณ ผมเชื่อว่าหลายคนไม่ทราบด้วยซ้ำว่าประกันชีวิตของตัวเองอาจมีประกันสุขภาพพ่วงอยู่ด้วย เพราะใช้สวัสดิการบริษัทจนเคยชิน ปัจจุบันโรงพยาบาลประกันสังคมมีให้เลือกเยอะรวมโรงพยาบาลเอกชนด้วย แนะนำให้ประกันตนต่อใน ม.39 เพื่อได้ประโยชน์จากการรักษาพยาบาลฟรี เราจ่ายเพียงเดือนละ 432 บาท เราได้สวัสดิการรักษาพยาบาล เทียบเท่าการซื้อประกันสุขภาพด้วยตัวเอง อาจจะดีกว่าและถูกกว่าด้วยซ้ำ แต่ต้องเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลประกันสังคมที่เลือกเท่านั้น ไม่เหมือนประกันสุขภาพที่เข้ารักษาโรงพยาบาลในเครือได้หลายแห่ง
- ทรัพย์สินต่างๆที่มีสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินได้ เช่นบ้าน รถ อื่นๆ แต่ให้เก็บเอาไว้เป็นไม้ตาย ก่อนจะใช้ท่าไม้ตาย ให้ตระหนักว่า คุณไม่พร้อมที่จะเกษียณ ถ้ายังสามารถหางานประจำหรือไม่ประจำได้ เลือกทำอย่างนั้นก่อน ค่อยใช้ไม้ตาย เพราะท่าไม่ตายใช้ได้เพียงครั้งเดียว
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มที่ไม่ได้วางแผน ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในแผนที่ list ออกมามากขึ้น เพราะต้องรักษาพยาบาลตัวเองและคนในครอบครัว ซ่อมแซมของใช้ในบ้าน ที่ค่อยๆเก่าและพังลง รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่ทำให้เงินเก็บของเราด้อยค่าลงทุกปีอีกด้วย
นำรายได้ทั้งหมดที่มี ณ วันที่จะเริ่มเกษียณ มาเคลียร์หนี้ออก และหักลบค่าใช้จ่ายประจำทั้งหมด ดูสิว่าเราสามารถอยู่ได้ถึงอายุ 80 ปีโดยไม่ต้องมีเงินเดือนประจำหรือไม่ ถ้าไม่ สมควรกลับไปหางานทำ หรือหารายได้เสริมไปก่อนนะครับ ถ้าคำนวณแล้วคุณอยู่ได้ถึง 80 ปีโดยไม่ต้องทำงาน ยินดีด้วยครับ คุณได้ไปต่อถึงแม้จะอายุยืนยาวกว่า 80 ปีก็ตาม ถึงจุดที่คุณใกล้จะตัดสินใจเกษียณคุณน่าจะคำนวณค่าใช้จ่ายรายเดือนเคร่าๆได้แล้วว่าถ้ามีดอกเบี้ย หรือปันผลต่อเดือนเท่าไหร่ถึงจะอยู่รอด ถ้าคุณใช้น้อยกว่า ส่วนที่เกินมาก็นำไปลงทุนทบไป จะทำให้คุณมีรายได้ต่อเดือนที่เรียกว่า passive income เพิ่มขึ้น เอาเป็นว่าการทำให้ได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยทบต้นประมาณ 5% ต่อปีมีคนทำได้เยอะหรือทำได้มากกว่านั้นถ้ากระจายการลงทุนได้ดีพอ
ถ้าคุณสามารถควบคุมรายจ่ายต่อปีไม่ให้เกิน 4% (withdrawal rate) ของพอร์ตเกษียณได้ จะทำให้คุณมีรายได้เพิ่มไปตลอดกาล เพราะว่ามันแสดงว่าดอกผลรายวัน รายเดือนของคุณมันมากกว่าค่าใช้จ่ายรายเดือนนั่นเอง และมันอาจจะงอกเงยขึ้นไปทุกๆเดือนอีกด้วย ถ้าตัดสินใจจะเกษียณแล้ว สิ่งที่สำคัญคนในครอบครัวต้องร่วมตัดสินใจสำหรับ early retirement ของคุณด้วยนะครับ
