ช่วงนี้จะเห่อเรื่องเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์มากหน่อย หลังจากจบหลักสูตรออนไลน์ เรื่อง Introduction to Machine Learning มา เวลาว่างจากการเรียนเลยลองหาหนังสือเกี่ยวกับ AI มาอ่าน คราวนี้อ่านจากฉบับแปลไทยแล้วด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ฉบับแปลไทยราคาถูกกว่าต้นฉบับเกือบ 50% อีกอย่างคือหนังสือมันดูบางกว่าต้นฉบับเกือบครึ่งนึง ทำให้มีกำลังใจในการอ่านมากกว่า แต่พอเริ่มอ่านจริงๆแล้ว พบว่าสนุกเลยทีเดียว อ่านจบเล่มภายในอาทิตย์เดียวเลย

ผมว่าเป็นหนังสือที่เขียนได้ดีเข้าใจง่ายเลยทีเดียว อ่านเพลินๆและได้ความรู้ถึง 3 รสในเล่มเดียวคือ
- ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพัฒนาการของ AI ทั้งในฝั่งโลกตะวันตกและโลกตะวันออก หนังสือแปลได้ดีทีเดียว ถึงแม้ผู้เขียนจะเล่าเรื่องโดยพยายามไม่แตะ technical ของ AI เลยเพื่อให้เข้าถึงผู้อ่านทุกคนได้ง่าย ขอ comment นิดนึงเกี่ยวกับการแปลความหมายของคำว่า “ยุคฤดูหนาวของ AI” ซึ่งจริงๆแล้วหมายถึงยุคที่ผู้คนเสื่อมศรัทธาเกี่ยวกับ AI เพราะไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง จากฉบับแปลทำให้ทราบว่าผู้แปลไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เลยอ่านแล้วสะดุดนิดนึง แต่แปลโดยรวมดีมากๆครับ
- มุมมองและวิธีคิดของผู้เขียนเกี่ยวกับอนาคตของ AI แน่นอนว่าอนาคต AI จะฉลาดมากขึ้นและสามารถทำงานวิเคราะห์ซ้ำๆแทนมนุษย์เพราะข้อผิดพลาดน้อยกว่า และไม่ต้องพักผ่อน การถูก AI แย่งงานที่ไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คน รวมถึงด้านมืดเมื่อวัฒนธรรม AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโลก ใครจะเป็นเจ้าโลกในยุคที่ AI ครองโลกระหว่างจีนกับอเมริกา อะไรเป็นจุดอ่อนและจุดแข็งในมุมมองของคนที่เคยทำงานและเติบโตมาในทั้งสองซีกโลก ที่สำคัญคือมุมมองในฐานะบุคคลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดทางด้าน AI ที่นิตยสาร Times จัดว่าเป็นบุคคลทรงอิทธิพล 1 ใน 100 อันดับโลก
- ชีวประวัติของผู้เขียน ลี ไคฟู ปรากฎว่าผมชอบเนื้อเรื่องส่วนนี้มากที่สุดเลย เรียกว่าเป็นจุดไคลแม็กซ์ของเรื่องเลย หนังสือทำให้เราเห็นการเจริญเติบโตของลี ที่เป็นคนบ้างานเอามากๆ ทุ่มเททั้งชีวิตให้กับ พัฒนาการของ AI เรียกว่าหายใจเข้าออกเป็น AI เลยก็ว่าได้ บ้าขนาดที่ว่าเมื่อตายไปแล้วอยากให้ป้ายหลุมศพตัวเองสดุดีกับสิ่งที่เค้าทำให้มนุษยชาติไม่ว่าจะเป็นการพัฒนา AI หรือการสอนนักศึกษารุ่นใหม่ให้มีความเข้าใจ AI ในการพัฒนาโลกต่อไป จนกระทั่งจุดพลิกผันของชีวิตมาถึง เมื่อตอนที่เค้าตรวจพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 4 ชีวิตของคนใกล้ตายนั้นไม่ได้คิดถึงความยิ่งใหญ่ของตัวเอง หรือป้ายหลุมศพที่สวยหรูเลย เมื่อความตายมาเคาะประตูบ้าน น้ำตาลเคลือบชีวิตของเขาทั้งหมดก็ถูกเผยออกมา ใครมันจะอยากใช้ชีวิตเพื่อที่จะได้ข้อความสวยหรูบนป้ายหลุมศพ ไม่เจอกับตัวเองไม่รู้หรอก แต่เค้าเป็นหนึ่งในคนที่โชคดีที่ประสบกับเหตุการณ์เฉียดตาย และได้ตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริงของชีวิต นั่นคือความรักและเอื้ออาทรต่อคนรอบข้างนั่นเอง ประโยคที่ผมชอบมากในหนังสือเล่มนี้ คือ
ผมโฟกัสผิดจุดมาตลอดชีวิตในการพัฒนา AI ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ AI ทำงานได้เหมือนสมองมนุษย์แทนที่ผมจะให้ความสำคัญที่ใจมากกว่า เพื่อให้ AI รู้จักกับความรักและเอื้ออาทรเพื่ออยู่ร่วมกับมนุษย์ได้
มุมมองความคิดที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากวิกฤตของชีวิตน่าจะพลิกโฉบโลกของ AI ต่อจากนี้ไปเลยก็ว่าได้ เล่มนี้ผมให้ 4 ดาวครับ อ่านสนุก ได้ภาพใหญ่ของ AI รู้เท่าทันสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ยังไม่ถึงขั้นสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆให้กับผมเท่าไหร่
