แผนเดินทางเปลี่ยนไปเล็กน้อยเนื่องจากไฟลท์ดีเลย์ เดิมที่จะเที่ยวล่องจากต้นทะเลสาบใน Lake District ผ่านเมือง Kendal ลงมาจนถึง Windermere กลายเป็นว่ามีเวลาเดินเที่ยวชมทะเลสาบที่ Windermere เพียงแค่ชั่วโมงเดียว ก่อนออกเดินทางสู่ Scotland เพื่อให้เป็นไปตามแผนเดินทางที่วางเอาไว้ แน่นอนวันดีๆเริ่มด้วยอาหารเช้าที่ดี เมื่อคืนเราพักกันที่ The Gateway Inn เป็นโรงแรมเล็กๆไม่ไกลจากตัวเมือง Kendal ห้องพักน่ารัก บรรยากาศรอบโรงแรมเป็นทุ่งเขียวขจี อาหารเช้าของโรงแรมก็แสนอร่อยแต่ไม่รวมอยู่กับค่าห้อง ต้องจ่ายเพิ่มที่ละประมาณ 11.5 GBP ถือว่าแพงใช้ได้แต่ก็อร่อยน่าประทับใจสำหรับเช้าวันแรกในอังกฤษ

คลิ๊กเข้าไปอ่านต่อได้เลย
หลังทานอาหารเช้าเราก็มุ่งหน้าสู่ Windermere ทันที ยังเช้าอยู่ผู้คนยังไม่ค่อยออกมาเดินเท่าไหร่ เป็นท่าเรือที่สงบสวยงาม ติดกับเมืองเล็กๆที่บรรยากาศหน้านั่งจิบกาแฟ ดูผู้คนใช้ชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ล่องทะเลสาบ แต่ต้องรีบลบภาพในหัวเหล่านั้นออกไป เพราะเวลาจำกัดยังนึกเสียดายแผนเที่ยววันแรกที่วางเอาไว้แต่ต้องติดอยู่ที่สนามบินแทน เราเดินเล่นถ่ายรูปจนใจยิ้มได้ แล้วก็เดินทางต่อเพื่อไปรับลูกชายที่โรงเรียน
วันนี้เป็นวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียน ผมเลยถือโอกาสเดินชมโรงเรียนและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกก่อนจากลา 2 ปีที่ผ่านมาโรงเรียนนี้ให้ความรู้และเติมความฝันของนาโนได้สำเร็จ และพร้อมที่จะก้าวต่อไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย

จาก Lime House school ใน Carlisle สู่ Glasgow ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนิดๆ เรามาถึงทันอาหารเที่ยงที่ร้าน Scran พอดี ร้านนี้เป็นแฟรนไชส์ที่มีชื่อของ Scotland เป็นร้านอาหารขายพวกเมนูไข่และอาหารบนขนมปังหลากชนิด ร้านนี้คนค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะเข้าคิวซื้อเพื่อกลับไปกินบ้าน ส่วนที่นั่งในร้านก็เต็มหมด ถ้าจะรอกินในร้านก็ประมาณอีกครึ่งชั่วโมง ผมไม่อยากรอและเริ่มหิวแล้ว เลยบอกกับเจ้าของร้านว่าเราไม่ว่าอะไรถ้าจะจัดโต๊ะกินที่หน้าร้าน ทางเจ้าของร้านก็จัดให้ทันที รสชาดอาหารและเมนูถือว่าแปลกใหม่สำหรับเราที่พึ่งมาเยือน Scotland เป็นครั้งแรก ราคาก็ไม่แพงอีกด้วยเพราะอาหารของร้านนี้จัดอยู่ในพวก Quick Bite ที่เราเรียกกันว่า Fast food นั่นเอง




หลังจากทานอาหารเที่ยงพวกเราก็ไปแวะโบสถ์ Glasgow Cathedral เป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดใน Glasgow และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปชมภายในโบสถ์ได้ ติดกับโบสถ์เป็นหุบเขาที่ไม่สูงมาก เชื่อมกับโบสถ์ด้วยสะพานคนเดิน หุบเขานี้เรียกว่า Necropolis หรือแปลเป็นไทยว่าป่าช้าใหญ่ นั่นเอง เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยป้ายหลุมศพของขุนนางระดับสูงของสก๊อตแลนด์หลายชั่วอายุคน ว่ากันว่า มีศพฝังอยู่บนเขานี้มากกว่า 5,000 ศพเลย จากสุสานที่ควรจะน่ากลัวกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนนิยมมาชมวิวของเมืองกัน

Glasgow เป็นเมืองธุรกิจที่ค่อนข้างทันสมัย เต็มไปด้วยผู้คนและตึกสูง เมืองนี้เต็มไปด้วย Street Art ที่สวยงาม ต้องใช้เวลาค้นหาและเดินดูตามถนน กำแพง และผนังตึก ผมจึงเลือกพักที่ Euro Hostel ในเมือง เป็นห้องครอบครัวขนาด 4 เตียง มีห้องน้ำในตัว ราคาถูก พวก Backpacker นิยมมาพักที่นี่กัน เพราะอยู่ในเมือง ใกล้แหล่งเที่ยวกลางคืน หลังเช็คอินเก็บของแล้ว เราก็ออกเดินเที่ยวไปตามถนน Buchanan และ Queen street เพื่อตามหารูป Street Art ต่างๆ เป็นกิจกรรมที่ไม่เสียตังค์ และยังได้เห็นการใช้ชีวิตของผู้คนที่นี่อีกด้วย ระหว่างถนนหลักแต่ละสายจะถูกเชื่อมกันด้วยถนนคนเดิน ตามถนนเต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนที่ออกมาทำกิจกรรมบนท้องถนน น่าเดินมาก


เรามีเวลาเดินเล่นกันถึงแค่ 5:30pm เพราะผมจองร้านอาหารเอาไว้ ชื่อ Fanny Trollopes เป็นร้านอาหาร fine dining แบบสก๊อตแลนด์ ที่ขึ้นชื่อด้านอาหารทะเล ผมเลยสั่งเมนู Chicken Supreme และ Fish of the day ซึ่งไม่รู้คืออะไรสุดแต่เชฟจะรังสรรค์มาให้ ก็อร่อยใช้ได้ทีเดียว ส่วนนาโนสั่งพาสต้าที่มีส่วนผสมของน้ำมันทรัฟเฟิลกับแป้งย่างถ่านอะไรสักอย่าง อยากลองของแปลก ผมลองสั่งเบียร์ IPA ของสก็อตแลนด์มาด้วย ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ อาจเป็นเพราะบรรยากาศ วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นาโนดื่มเบียร์ ติดใจใหญ่เลย เสร็จจากอาหารเย็นเราก็เดินกันต่อไปที่ร้านไอศครีมแถวนั้นเป็นของหวาน ร้านชื่อ Big Licks เป็นเหมือนร้านที่วัยรุ่นมารวมตัวกัน มีไอศครีมให้เลือกหลากหลาย อร่อยดี


จากนั้นเราก็เดินกลับโรงแรมกัน ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงเพลงออกมาจากผับข้างทาง เสียงดีเจสแค๊ชแผ่น รวมถึงเสียงจากร้าน Casino ที่มีอยู่ทั่วไปทั้งในอังกฤษและสก๊อตแลนด์ เนื่องจากเป็นธุรกิจถูกกฏหมายที่นี่ เรากลับมาถึงที่พักเกือบสามทุ่มแต่ท้องฟ้ายังสว่างอยู่เลย ที่นี่พระอาทิตย์ขยันมาก ขึ้นแต่เช้ากว่าจะตกก็ประมาณสามทุ่มได้ อาบน้ำกันเสร็จก็ต้องพยายามนอนกันละ เพราะพรุ่งนี้เช้าต้องเดินขึ้น Carlton hill ที่ Edinburgh แต่เช้า ลาก่อน Glasgow







