Edinburgh เป็นเมืองหลวงของ Scotland ปราสาท Edinburgh เป็นจุดหมายอันดับต้นๆของนักท่องเที่ยวเมื่อมา Scotland เราตื่นแต่เช้าเข้าไปในห้องอาหารเช้าของ Hostel เป็นกลุ่มแรกเลย ทานเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ Carlton hill เป็นหุบเขาที่มีอนุสาวรีย์ Monument of Scotland อยู่ อากาศเย็นสบาย หุบเขานี้สามารถเห็นวิวของ Glasgow ทั่วทั้งเมือง สวยงามมากๆ

คลิ๊กเพื่ออ่านต่อได้เลย
ตัวอนุสาวรีย์ก็เป็นเสาแบบโรมันใหญ่ๆ สวยดี ตามประวัติเค้าบอกว่ามันยังสร้างไม่เสร็จ โดยสร้างเลียนแบบวิหาร Pathenon ในกรุงเอเธน เพื่อรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตจากสงคราม Napoleonic War จาก Euro Hostel มุ่งหน้าสู่ ที่เที่ยวแรกของเราที่ Calton hill ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อากาศกำลังเย็นสบาย มีลมหนาวพัดตลอดเพราะเป็นหุบเขาสูง วันนี้มีเมฆปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้า ถือว่าโชคดีมาก ทำให้ไม่ร้อนเหมาะแก่การเที่ยวชมวิว


Calton hill ไม่ได้มีเพียง monument of Scotland เพียงอย่างเดียว มีทั้งหอสังเกตุการณ์, อนุสาวรีย์ Nelson และ Dugald Steward monument อีกทั้งยังเป็นหุบเขาที่มีอายุเก่าแก่หลายร้อยล้านปี มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ จนได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก ที่สำคัญคือสามารถเห็นเมือง Edinburgh ได้แบบ 360 องศาเลย มองเห็นปราสาท Edinburgh และหน้าผา Arther’s Seat ที่โด่งดังได้จากที่นี่ด้วย


เวลาผ่านไปเร็วมาก มารู้ตัวอีกที เกือบเที่ยงซะแล้ว เราลงจากหุบเขาแล้วมุ่งหน้าสู่ร้านพิซซ่า ที่เคลมว่าเป็นร้านพิซซ่าที่จี๊ดจ๊าดที่สุดใน Edinburgh และมีชื่อเสียงระดับโลก เรากินพิซซ่าเป็นมื้อเที่ยงในวันนี้ ก็อร่อยไม่เสียชื่อครับ พอทานเสร็จพวกเราก็เดินไปตามถนน High street เป็นถนนสายช๊อปปิ๊งที่มุ่งหน้าไปสู่ปราสาท Edinburgh

ระหว่างเดินไปตามถนนจะเห็นร้านขาย สก๊อตวิสกี้มากมาย และยังมีคนแต่งชุดทหารโบราณยืนเป่าปี่สก๊อตเล่นเพลงเปิดหมวกอีกด้วย ถนนเต็มไปด้วยผู้คน ตามโปรแกรมเราต้องเข้าไปเที่ยวในโบสถ์ St. Giles’ Cathedral แต่ต้องล้มเลิกไป เพราะคนต่อแถวยาวมาก เลยได้แต่ถ่ายรูปกับหน้าโบสถ์เก็บไว้เป็นที่ระลึก

ผมซื้อตั๋วเข้าชมปราสาทผ่านทางเวป เพราะถูกกว่าแต่ระบุเวลาไว้ บ่ายสองโมง ตั้งเวลาไว้หลวมๆจะได้ไม่มาสาย เลยมีเวลาเหลือพอสมควร คนไทยที่มาเที่ยวที่นี่แนะนำว่าต้องไม่พลาดไอศครีม Homemade Gelato ของร้าน Mary’s Milk bar อยู่ตีนเขาของปราสาท เดินลงบันไดไปก็ถึง ก็เลยแวะทานไอศครีมกันก่อน รสชาดก็ปรกติอะครับ ถามว่าห้ามพลาดไหม ผมว่าพลาดก็ได้ ไม่เป็นไร

ใกล้เวลาบ่ายสองแล้ว พวกเราก็เดินขึ้นบันไดกลับขึ้นไปที่ปราสาท ตัวปราสาทสร้างทับปล่องภูเขาไฟที่มอดดับไปแล้ว ปราสาทดูยิ่งใหญ่และอยู่บนชัยภูมิที่มีความมั่นคงสูง ศัตรูน่าจะตีปราสาทได้ยากมากๆเลย ภายในปราสาทก็เป็นเหมือนชุมชนเล็กๆเลย เมื่ออาคาร บ้านเรือนสร้างอยู่บนนั้นด้วย แต่พวกเราไม่ได้มาดื่มด่ำกับประวัติศาสตร์สักเท่าไหร่ ก็เลยเดินแป๊บเดียวจบ


จบจากเที่ยวชมปราสาท พวกเราก็เดินเล่นตามถนนต่อสักพัก ก่อนจะไปที่ร้านอาหารเย็นที่จองไว้ ร้านนี้ชื่อ Mussel Inn เป็นร้านอาหารทะเลที่ได้รับ Award Winning Seafood หลายรางวัลเลย คนเต็มร้าน ถ้าไม่จองมาก่อนคงไม่ได้กิน เมนูที่ผมจะแนะนำคือ Hot Seafood Platter เฮ้ย! มันอร่อยจริง เป็นเมนูรวมสัตว์ทะเล ผัดฉ่าในซ๊อสเกรวี่สูตรพิเศษของทางร้าน แต่ราคาอาหารทะเลจะแรงหน่อย คุ้มค่ากับการจอง แต่ลูกๆผมไม่ชอบอาหารทะเล เลยสั่งเบอร์เกอร์ให้กินคนละชิ้น
หมดไปอีกวันกับ Edinburgh ตอนนี้ผมเริ่มมีน้ำมูกและมีไข้อ่อนๆ สงสัยตัวเองว่าเราติดหวัดมาจากไหน หรือจะเป็นโควิทรึเปล่า กลับโรงแรมก็รีบนอนพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าจะได้ลุยต่อ Family room ของโรงแรม Murryfield ดีมากเลย ช่วยให้ผมชาร์จพลังกลับมาเที่ยวต่อได้ดี อาหารเช้าก็เยี่ยมซึ่งรวมอยู่กับค่าห้องแล้ว ถือว่าเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดของทริปนี้เลยก็ว่าได้
หลังจากจบทริปทั้ง 13 วัน ผมถามครอบครัวว่าที่ไหนที่ประทับใจมากที่สุด ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนใช้เวลาอยู่บน Calton hill บรรยากาศและวิวเมืองอันน่าตกตะลึง มันยังติดตรึงอยู่ในใจของพวกเขา รวมถึงตัวผมด้วย




