หลังทานอาหารเช้าที่โรงแรม เราก็เริ่มออกเดินทางจาก Scotland กลับเข้ามาฝั่งอังกฤษ โดยใช้ถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกของอังกฤษ เนื่องจากระยะทางที่จะไปปราสาท Alnwick ค่อนข้างไกล ผมเลยวางแผนแวะเที่ยวปราสาทระหว่างทางเอาไว้ ปราสาทที่แรกที่เราจะแวะเที่ยวกัน เป็นปราสาทเล็กๆอยู่บนเกาะที่เรียกว่า Holy Island มีถนนให้รถวิ่งไปบนเกาะได้ในช่วงน้ำลง แต่ไม่สามารถขับไปถึงปราสาทที่อยู่บนเนินเขาได้ รถจะจอดได้แค่บริเวณหมู่บ้านบนเกาะ จากนั้นพวกเราต้องเดินเท้าต่อไปจนถึงตัวปราสาท

วันนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าเมฆครึ้ม มีละอองฝนพัดมาพร้อมกับลมทะเลตลอดเวลา เรามาถึงหมู่บ้านประมาณ 10 โมงเช้า ผมเห็นผู้คนทะยอยเดินกันไปตามทางขึ้นปราสาทก่อนพวกเรา เกาะนี้เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง มีคนเดินจูงหมามาเที่ยวเต็มไปหมด เนื่องจากระยะทางจากหมู่บ้านไปตัวปราสาทไกลพอสมควร ระหว่างทางก็จะมีเก้าอี้ให้นั่งพัก เป็นระยะๆ พอไปถึงยอดเขาตัวปราสาทก็ไม่ได้ใหญ่อะไร เลยไม่ได้เสียค่าบัตรเข้าไปดู แค่เดินดูรอบๆ เก็บภาพถ่ายก็สนุกแล้ว





หลังจากเดินชมรอบปราสาทเสร็จแล้วเราก็ต้องเดินกลับไปที่หมู่บ้านเพื่อไปที่เที่ยวต่อไป หมู่บ้านก็จะมีร้านขายของที่ระลึก และมีร้านกาแฟ พวกเราตัดสินใจนั่งจิบกาแฟและคุ๊กกี้กัน เพราะจะได้เข้าห้องน้ำก่อนออกเดินทางไปจุดถัดไป กาแฟที่ร้านนี้นับว่าอร่อยที่สุดสำหรับทริปนี้เลย รสชาดกลมกล่อมมี body ไม่เหมือนร้านกาแฟทั่วไปในเมืองและตามโรงแรม ผมสังเกตุเองว่ากาแฟอังกฤษจะมีรสค่อนข้างอ่อนเมื่อเทียบกับกาแฟในไทย สงสัยจะเน้นให้ดื่มเยอะๆ ใครมีโอกาสแวะมาเที่ยวที่เกาะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แนะนำให้มาลองชิมกาแฟที่ร้าน Pilgrim Coffee ครับ
เสร็จจาก Holy Island ผมพึ่งสังเกตุว่าเราใช้เวลาอยู่กับที่นี่นานเกินไป ถ้าจะเที่ยวให้ครบทุกปราสาทตามแผนที่วางไว้ ไม่น่าจะทำได้ เราเลยตัดสินใจไม่ทานมื้อเที่ยงกัน และเดินทางแวะไปที่ปราสาทแห่งที่สองคือ Bamburgh castle เป็นปราสาทที่ใหญ่มาก ใหญ่กว่าปราสาท Edinburgh เยอะเลย สามารถเห็นปราสาทบนยอดเขาจากระยะไกลได้เลย แต่ไม่ได้เข้าไปนะครับ เพราะคิดว่าถ้าเข้าไปในปราสาทนี้ เราจะไม่มีเวลาเที่ยวปราสาท Alnwick ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์ของทริปวันนี้ แวะถ่ายรูปทางเข้าปราสาทแป๊บแล้วออกเดินทางต่อเลย ในที่สุดก็มาถึง Alnwick castle ปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทำ Harry Potter และหนังอีกหลายเรื่อง แน่นอนทางปราสาทคงไม่ทิ้งโอกาสที่จะใช้ธีมของหนังเหล่านี้มากระตุ้นการท่องเที่ยวแน่ๆ เราเลยได้เห็นการเนรมิตรส่วนหนึ่งของปราสาทสำหรับกิจกรรมเด็ก มีการให้ยืมไม้กวาดและสอนการขี่ไม้กวาดเหมือนในหนังด้วย พวกเราถึงจะไม่เด็กแต่ก็สนุกกันใหญ่เลย


ปราสาท Alnwick เป็นปราสาทใหญ่ที่มีสวนเขียวขจีรอบตัวปราสาทชั้นใน เดินเก็บภาพสนุกและร่มรื่นมาก มีห้องพิพิธภัณฑ์ให้ดูด้วยแต่พวกผมไม่ค่อยอินกับเรื่องพวกนี้ เน้นเดินชิลๆ





หลังจากจบจาก Alnwick castle ก็แวะเช็คอินที่โรงแรม ก่อนจะไปกินข้าวเย็นกัน มาถึงอังกฤษก็ต้องลอง Fish and Chip อาหารยอดนิยมของคนอังกฤษ ดูซิว่ามันอร่อยยังไง จะลองทั้งทีก็เลือกร้านที่ได้รับ Award-Winning ของ Alnwick ไปเลย ชื่อร้าน Carlo’s สั่งมาคนละจาน ไม่รู้มาก่อนว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้ ตัวแป้งกรอบมาก เนื้อปลาสดเด้งดี แต่มันฝรั่งมันหั่นชิ้นใหญ่ไปหน่อยแล้วก็ไม่ใช้แบบกรอบนอกนุ่มในเหมือนที่คนไทยชอบ
วันนี้ทานอาหารเย็นเร็วหน่อย ประมาณ 5:30pm กะว่าทานเสร็จแล้วจะเดินเล่นตลาดในเมืองสักหน่อย พอเดินไปตลาด กลายเป็นเมืองร้างเลย ทุกๆร้านปิดกันตั้งแต่ 5:30pm เราเลยกลับไปพักที่โรงแรมดีกว่า เมื่อเช้าโดนละอองฝนไปมาก อาการเริ่มแย่ลงมีไข้อ่อนๆ ปวดหัว น้ำมูกไหล ผมนอนพักเอาแรงหลับไปก่อนคนอื่นเลย พรุ่งนี้เช้าเจอกันใหม่






