ก่อนที่จะมาเมืองนี้ ได้ยินแต่คนบอกว่าเป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ ผู้คนไม่ค่อยน่ารัก แต่ยังไงก็ขอมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง เพราะมันมีมหาวิทยาลัยที่นาโนเลือกเป็น secure choice อยู่ด้วย เราเดินทางจาก Leeds มาถึง Birmingham ก่อนเที่ยง ตามแผนที่วางเอาไว้ ดูเหมือนเป็นเมืองที่สงบ อาจเป็นเพราะเรามาถึงช่วงวันอาทิตย์ ผู้คนคงเลือกที่จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านกัน Birmingham เป็นเมืองที่มีคลอง Birmingham canel ไหลผ่าน น้ำนิ่งเสมอตลิ่ง สวยงามน่าประทับใจ เมืองนี้มีเอกลักษณ์คืออาคารบ้านเรือนจะเน้นเป็นอิฐสีแดง สวยดี

เราเดินเรียบคลองมุ่งตรงไปสู่ร้านอาหารเป็นที่แรก ชื่อ Ju Ju’s cafe เป็นร้านที่ตกแต่งสไตล์วินเทจ ผสมผสานกับสีกำแพงที่เบรคกันอย่างรุนแรง โดยผนังจะแขวนรูปโบราณของเมืองเอาไว้เต็มฝาผนัง ในร้านเต็มไปด้วยครอบครัวใหญ่มานั่งกินข้าวกัน กว่าเราจะได้โต๊ะก็ต้องยืนรอสักพัก เราได้โต๊ะตอน 11:45am ผมเริ่มสั่งอาหารเที่ยงตามเมนูทันที่ที่ได้โต๊ะ เจ้าของร้านบอกพวกคุณจะสั่งอาหารเที่ยงไม่ได้ เพราะตอนนี้ยังไม่เที่ยง คุณสั่งได้แต่อาหารเช้า โอ้โห? ทำไมมันเข้มงวดอย่างนี้ ภายหลังได้คุยกับคนขับรถถึงทราบว่า ร้านค้าพวกนี้มี license ที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ไม่งั้นจะถูกปรับหรือยึดใบอนุญาติ เนื่องจากคนเยอะมาก กว่าเราจะได้อาหารที่เราสั่งไปก็เกือบบ่ายแล้ว พวกเราเลยได้กินอาหารเช้าหลังเที่ยงกัน แปลกดีมั๊ย?

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ จะอยู่เรียบคลอง เราสามารถเดินเรียบคลองไปเรื่อยๆ จนถึง City Centre ได้เลย ผมชอบผังเมืองที่นี่มากเลย เดินง่ายมากสำหรับนักท่องเที่ยว มีคลองร่มรื่นไปตลอดทาง มีปฏิมากรรมตามถนน มีจตุรัสเล็กๆที่มีโต๊ะปิงปองให้เล่นฟรีด้วย ไม่รู้เป็นเพราะจะเป็นเจ้าภาพจัด กีฬา Commonwealth เร็วๆนี้รึเปล่า เพราะที่ห้องห้องสมุดประจำเมืองก็มีโต๊ะปิงปองให้เล่นฟรีเหมือนกัน


เดินไปถึงช่วงสะพานข้ามคลองเจออนุสาวรีย์ของวง Heavy Metal รุ่นเก๋าอย่าง Black Subbath ด้วย เด็กรุ่นใหม่คงไม่รู้จัก เราเดินไปจนถึงห้องสมุดประจำเมือง ระหว่างทางก็จะเจอกับปฏิมากรรมที่มีชื่อเสียงต่างๆ ห้องสมุดประจำเมืองเป็นที่ๆทุกคนพูดถึงกันเยอะ ยิ่งถ้ามีเวลา พวกหนอนหนังสือสามารถขลุกอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน ตัวหนังสือเองก็ทันสมัยไม่ใช่พวกปูมประวัติศาสตร์อะไรเทือกนั้น ภายในเหมือนเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีแต่หนังสือ



จุดหมายถัดไปคือ City Centre ซึ่งก็มีปฏิมากรรมที่มีชื่อเสียง และใกล้ย่านถนนคนเดิน New Street ของเมือง จบทริปวันแรกกับการเดินเรียบคลอง ถ่ายรูปกับปฏิมากรรมเลื่องชื่อ วันรุ่งขึ้นเราจะเริ่มบุกมหาวิทยาลัยกัน

ตามแผนคือวันที่สองเราจะไปเที่ยวสถานที่ต่างๆที่อยู่รอบๆเมืองหลังจากไปเยี่ยมคณะวิศวกรรม ซึ่งก็ผิดคาดจากที่ได้ยินคนอื่นๆพูดกันมาว่ามันไม่น่าเรียน จริงๆมหาวิทยาลัยน่าเรียนมาก ตึกวิศวกรรมมีทั้งอาคารเก่าและอาคารสร้างใหม่ ยิ่งใหญ่ทันสมัย นาโนบอกว่าดีกว่าที่นาโนคิดเอาไว้เยอะเลย

จบจากทัวร์มหาวิทยาลัย เราไปต่อกันที่ Cadbury World กะว่าจะไปดูทัวร์โรงงานช๊อคโกแล๊ตสักหน่อย พอไปถึงเจอเด็กอนุบาลต่อแถวเข้าชมยาวยั้วเยี้ยเลย ไม่ใช่แค่โรงเรียนเดียวแต่หลายโรงเรียน พนักงานขายตั๋วบอกว่ารอบถัดไปที่จะว่างคือบ่ายสองโมง ผมคงไม่รออีกสองชั่วโมงเพื่อดูแน่ๆ ก็เลยแวะซื้อช๊อคโกแล๊ต ที่นี่ถูกมาก ขายอยู่แท่งละ 60 penny เมื่อเทียบกับในเมืองคือแท่งละ 1 ปอนด์ และยังมีรสชาดแปลกๆที่หาซื้อในเมืองไม่ได้อีกด้วย

จาก Cadbury World เราไปแวะไปแถวถนน Bullring street เพื่อเดินเล่นและทานข้าวเที่ยงกัน ปิดท้ายด้วยการเดินเที่ยวที่สวนสาธารณะ Cannon Hill Park นอกเมือง ก็ร่มรื่นดีและเต็มไปด้วยนกเป็ดน้ำ วันเหมือนหลายๆสวนสาธารณะในอังกฤษที่เห็นมา โดยรวมแล้ว Birmingham ก็เป็นเมืองที่น่าอยู่ จากที่เห็นมาสองวัน มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ แต่ค่าครองชีพค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ


















