Bristol ได้รับรางวัล the most sustainability city in UK เรียกง่ายๆ คือ เป็นต้นแบบเมืองสีเขียวของอังกฤษ บางคนบอกว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุด คงเป็นเพราะรางวัลนี้นี่เอง การออกแบบผังเมือง ที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงาน การสัจจรไปมาสะดวก พื้นที่สีเขียว การนำของเสียมารีไซเคิล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างถูกจัดการอย่างมีระบบและยั่งยืนครบวงจรภายในเมืองของตัวเอง แต่สาเหตุที่เราแวะเที่ยวเมืองนี้ไม่ใช่เพราะมาดู ecosystem ของเมือง แต่เป็นการมาเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยที่นาโนเลือกเป็นอันดับแรกต่างหาก หลังจากเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยแล้ว ผมขอเรียกเมืองนี้ว่าเมืองมหาวิทยาลัยดีกว่า เพราะตัวมหาลัยกินเนื้อที่เป็นบริเวณกว้างมากและแพร่ขยายไปจนเป็นส่วนหนึ่งของเมือง เหมือนไม่มีรั้วมหาวิทยาลัย เพราะฝั่งตรงข้ามของถนนก็คือร้านค้าต่างๆ

การเดินทางของนักศึกษามักจะนิยมใช้สกุ๊ตเตอร์ไฟฟ้า เพราะตัวมหาลัยจริงๆตั้งอยู่บนหุบเขา และแต่ละอาคารเรียนก็อนุรักษ์เป็นรูปลักษณ์เหมือนปราสาทย่อมๆเลย เหมือนเดินทางจากปราสาทหนึ่งไปปราสาทอีกหลัง บรรยากาศก็จะดูขลังๆเก่าๆหน่อย ไม่เว้นแม้แต่คณะวิศวกรรม หลังเดินชมคณะเสร็จแล้ว นาโนขอตัวไปทานอาหารเที่ยงกับเพื่อนที่อยู่เมืองนี้ที่ร้านแถวๆมหาวิทยาลัย

ระหว่างรอนาโนพวกเราก็เดินชม Bristol museum & art gallery ซึ่งเข้าชมฟรี รอจนนาโนกลับมา ในพิพิธภัณฑ์จะมีทั้งส่วนของฟอสซิลสัตว์โบราณ สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ เหมือนที่อื่นทั่วไป แต่ในส่วนของงานศิลปะจะออกแนวกบฎหน่อยๆ ซึ่งน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากงานของศิลปินชื่อดังของเมืองนี้ที่ชื่อ Banksy ซึ่งเป็นศิลปินแนว Street art ที่มีงานของเค้าวาดอยู่ทั่วทั้งเมือง บางคนมาเที่ยว Bristol เพื่อเดินตามหางานของเค้า แม้แต่ใน Google map ยังมีการระบุตำแหน่งของงานศิลปะเอาไว้ด้วย งานของ Banksy มักแฝงไปด้วยการเสียดสี สังคม และการเมือง ในพิพิธภัณฑ์มีการลอกงานของเขาเก็บไว้ให้คนชมด้วย

ช่วงบ่ายเราออกเดินทางไปดูเรือ Brunel SS Great Britain ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เรือจักรไอน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ เมือง Bristol หลังปลดประจำการก็มาจอดเทียบท่าและทำให้เป็นพิพธภัณฑ์ เพื่อให้ทุกๆคนรู้ว่าสมัยก่อนช่วงล่าอณานิคมหรือช่วงทำการค้ากับประเทศอื่น เค้าใช้ชีวิตกันยังไงบนเรือ เราสามารถเข้าไปดูได้ทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องทานอาหาร ห้องเก็บเสบียง หรือแม้กระทั่งห้องครัว





ที่เที่ยวสุดท้ายของวันก็คือ Bristol suspension bridge สะพานที่โด่งดังที่สุดของ Bristol เดินข้ามไปกลับไม่เสียเงินแต่ถ้าจะเอารถยนต์ข้ามสะพาน เสียตังค์นะจ๊ะ จอดแถวนั้นแล้วเดินดีกว่า อ้าวเที่ยวจบซะแล้วสำหรับเมืองนี้ ดูเหมือน Bristol จะไม่ค่อยมีที่ท่องเที่ยวมากนักเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆก่อนหน้านี้ แต่จะเน้นไปทางการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติซะมากกว่า ข้อดีของที่นี่คือหาของกินง่าย และจะมีร้านสไตล์เอเซี่ยฟิวชั่นซะเยอะ แสดงว่าน่าจะเป็นที่ๆคนเอเซียชอบมาเรียนต่อ






