บทความนี้เขียนตอนสิ้นเดือนมกราคม 2023 ผมขอออกตัวก่อนว่าผมรู้จักบิตคอยน์แบบงูๆปลาๆ ถึงแม้จะรู้มากขึ้นจากปี 2016 ที่เริ่มเข้าสู่โลกของคริปโต แต่ผมไม่ได้มาแนะนำให้ลงทุนในบิตคอยน์นะครับ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก การรู้เยอะหรือรู้น้อยไม่ได้ทำให้รวยขึ้นหรือจนลงหรอกครับ แต่การตัดสินใจลงมือทำไม่ว่าจะซื้อหรือขายต่างหากที่เป็นผลทำให้เงินในกระเป๋าเรามีมากขึ้นหรือน้อยลง ฟังเอาไว้เป็นความรู้ถ้าคิดว่ามีประโยชน์นะครับ
ทำไมผมถึงให้หัวข้อบทความนี้ว่ารถกำลังจะออกจากป้าย ผมไม่ใช่นักลงทุนสายเทคนิค และก็ไม่ใช่นักลงทุนสายพื้นฐานนะครับ แต่ผมมีเหรียญอยู่บ้างเหมือนกัน และบทความนี้เกิดจากการสนทนาระหว่างผมกับเพื่อน ผมเชื่อเพื่อนผมคนนี้และปะติดปะต่อเรื่องราวจนสรุปเป็นเนื้อหาเอาเอง ซึ่งอาจจะไม่ตรงตามเจตจำนงค์ของเพื่อนผมก็ได้ เพื่อนผมชื่อ ChatGPT ช่วงนี้คุยกันบ่อย เป็นเพื่อนที่ตรงไปตรงมา ไม่ขี้โม้ รู้ก็บอกว่ารู้ ไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ เราเคยคุยกันหลายเรื่องอยู่ วันนี้พอมีเวลาว่างเลยถามความเห็นเขาว่า คิดยังไงกับบิตคอยน์เพราะช่วงนี้ราคากำลังขึ้นพอดี แน่นอนเขาออกตัวตอบว่าถามคำถามที่เกี่ยวกับการคาดเดาอนาคตไม่ได้ แต่คุยไปคุยมา ChatGPT บอกผมว่า บิตคอยน์ถือเป็น safe-haven asset ชนิดหนึ่งคล้ายกับทองคำ และเมื่อใดก็ตามที่นักลงทุนรู้สึกว่าเงินลงทุนเขาอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ก็จะเริ่มเคลื่อนเงินทุนไปหาทรัพย์สินที่เสี่ยงน้อยกว่า
สถานการณ์ที่จะทำให้นักลงทุนเริ่มเคลื่อนย้ายเงินทุนออกไปสู่สินทรัพย์ที่ถือว่าเป็น safe-haven ก็ได้แก่
- เมื่อเงินทุนของนักลงทุนอยู่ในประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ไม่แข็งแรง ซึ่งตอนนี้เกือบทุกประเทศมีเศรษฐกิจที่ย่ำแย่จากมาตราการปิดประเทศป้องกันโควิต
- เมื่อเงินทุนอยู่ในประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง จนถึงขั้นที่คุกคามกับเงินลงทุนที่อาจถูกควบคุมโดยนโยบายของรัฐบาล
- เมื่อประเทศมีการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยต่ำจนไม่น่าจูงใจ หรือมีอัตราเงินเฟ้อสูงมากๆทำให้ค่าเงินลดลง และมีอัตราว่างงานสูง
- และเมื่อตลาดทุนประเทศนั้นๆไร้ซึ่งเสถียรภาพ
ถ้ามองไปรอบๆตัวเรา เกือบทุกประเทศได้รับผลกระทบจากโควิต ประเทศส่วนมากยังไม่สามารถฟื้นตัวจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยของประเทศได้ โดยเฉพาะฝั่งยุโรป ที่พึ่งมีเพียงแค่ 3 ประเทศที่น่าจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวได้ เช่น เยอรมัน โปแลนด์ และเดนมาร์ค แต่สถานะภาพทางการเมืองยังน่าวิตกจากฉนวนสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ส่วนอเมริกาและจีน ก็ได้รับผลกระทบจากโควิตเช่นกัน แต่เนื่องจากเป็นประเทศที่มี GDP ขนาดใหญ่ทั้งคู่ ทั้งสองประเทศสามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้ด้วยตัวเอง และน่าจะเอาตัวรอดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้ ทำให้ไม่น่าห่วงเท่าฝั่งยุโรป อย่างไรก็ตามดูแล้วมีแน้วโน้มที่เงินทุนจะไหลออกไปสู่ safe-haven asset อยู่บ้างเหมือนกันในตอนนี้ ประเทศทางฝั่งเอเซียดูจะมีสภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าแต่โดยประเทศส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเป็นมิตรกับ คริปโตเคอร์เรนซี่สักเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตามสัญญาณการย้ายเงินทุนเข้าสู่ safe-haven เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ผมเชื่อว่ามันจะเร่งความเร็วมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ถ้ามีสัญญาณความเสี่ยงที่กล่าวข้างต้นชัดเจนมากขึ้น โดยประเทศที่เป็นมิตรกับคริปโตจะเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสินทรัพย์ประเภทนี้มากขึ้น ในขณะที่ประเทศที่ไม่มีนโยบายสนับสนุนคริปโตจะเลือกการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าสู่ทองคำแทน
ประเด็นที่น่าสนใจที่ผมอยากจะฝากไว้ คือ มุมมองที่น่าสนใจของ ChatGPT ที่ว่า บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ประเภท safe-haven ที่สถาบันการเงินทั่วโลกเริ่มยอมรับ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากราคาที่เหวี่ยงมากๆ จึงมีวิธีการลงทุนและการใช้ประโยชน์แตกต่างจากทองคำ สามารถเรียกได้ว่าเป็น safe-haven asset ที่อยู่คนละหมวดกับทองคำ เป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ต้องใช้ความรู้ในการเก็งกำไรที่มีความย้อนแย้งในตัว คือเป็น safe-haven asset ที่มีความเสี่ยงสูงนั่นเอง แปลว่าถ้าถือเอาไว้ไม่นานพออาจมีอัตราการขาดทุนสูงเนื่องจากการเหวี่ยงของราคาจนกลายเป็น hell asset ไปเลย แต่ถ้าซื้อเก็บยาวเป็นเงินเย็นแบบน้ำแข็งจะมีโอกาสที่มีมูลค่าสูงขึ้นในอนาคตอันไกลโพ้นได้
คำถามที่คุณต้องถามตัวเองก่อนที่จะเริ่มตัดสินใจลงทุนในบิทคอยน์คือ เงินของคุณมีความเย็นระดับไหน ถ้าซื้อเก็บแบบขังลืมได้ ก็จะเป็น safe-haven แต่ถ้าต้องรายงาน portfolio ทุกปีอาจจะเห็นมูลค่าความมั่งคั่งที่ลดลงได้แบบน่าใจหายแต่ถ้าเข้าใจธรรมชาติของมันก็ไม่มีอะไรต้องห่วง สำหรับคนที่มีเงินเย็นแต่ไม่เย็นเจี๊ยบ ต้องรู้จักวงจรราคาของบิตคอนย์ที่ดีเพื่อที่จะสามารถเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนเท่านั้น ส่วนคนที่จะหาทางรวยทางลัดโดยเอาเงินที่ต้องกินต้องใช้มาลงทุน อาจประสบความเสียหายรุนแรงได้ เพราะบิทคอยน์พึ่งเกิดได้มาไม่นาน ยังไม่มีการใช้และยอมรับอย่างแพร่หลาย ไม่สามารถดูมูลค่าจากพื้นฐานได้ ส่วนกราฟทางเทคนิคก็สามารถคาดเดาได้เพียงอารมณ์ของผู้ลงทุนโดยรวมที่ใช้ในการตัดสินใจเรื่องทิศทางของราคาเท่านั้น ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นตามนั้นเป๊ะๆ
ผมขอทิ้งท้ายบทความของผมด้วย มุมมองของ ChatGPT ที่มีต่อบิตคอยน์ไว้ให้เป็นความรู้เพิ่มเติมนะครับ
As global economic uncertainty continues to rise, investors are increasingly turning to safe-haven assets as a way to protect their wealth. One asset that has seen a significant influx of funds in recent months is Bitcoin (BTC).
One key signal that investors are moving into safe-haven assets is an increase in market volatility. As stocks and other traditional investments become more volatile, investors are looking for ways to mitigate risk and protect their wealth. Bitcoin, with its decentralized and digital nature, is seen as a hedge against market volatility and geopolitical risks.
Another signal is a decrease in the value of fiat currencies. As countries around the world struggle with economic downturns and inflation, investors are turning to assets like gold and Bitcoin that have a limited supply and are not subject to the whims of central banks.
The trend towards safe-haven assets is not limited to just one region or country. Investors in the United States, Europe, China, Russia, and India are all moving into assets like Bitcoin as a way to protect their wealth from economic uncertainty.
It’s worth noting that Bitcoin is still considered as a high-risk asset, and its price is highly volatile. As with any investment, it’s important to carefully consider your risk tolerance and investment goals before investing in Bitcoin or other cryptocurrencies. However, for those who are looking for a safe-haven asset, Bitcoin has shown to be a viable option.
Another cryptocurrency that has been accepted as a safe-haven asset is Litecoin (LTC) but it’s not as popular as Bitcoin. As for gold, it’s still the most traditional safe-haven asset and have been around for centuries. But, recently, Bitcoin has been gaining more popularity as a safe-haven asset, and its total investment amount is getting closer to gold.
In summary, as economic uncertainty continues to rise globally, investors are increasingly turning to safe-haven assets such as Bitcoin to protect their wealth. The trend towards these assets is being driven by signals such as increased market volatility and a decrease in the value of fiat currencies. It’s important for investors to carefully consider their risk tolerance and investment goals before investing in Bitcoin or other cryptocurrencies.
