ตะลุยเที่ยวจีน 6 วัน 5 คืน กับทัวร์ Trip2Go เส้นทางคุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง

ลูกๆเริ่มโตกันหมดแล้ว นานทีถึงจะมีโอกาสอยู่กันพร้อมหน้า ช่วงปีใหม่ปีนี้เลยมองหาทัวร์ไปเที่ยวจีนกันแบบ 6 วัน 5 คืน เส้นทางคุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง นี่แหละเหมาะสุดเพราะอยากสัมผัสความหนาวช่วงปีใหม่ เอาแบบสุดขั้วกันไปเลย ผมซื้อทัวร์กับ agency เจ้าประจำคือ Mashroom travel แล้วเขาส่งต่อให้กับ Trip2Go อีกที ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบิน Kunming Airline เดินทางจากสุวรรณภูมิไปถึงสนามบินนานาชาติคุนหมิง (KMG) เมืองหลวงของมณฑลยูนนานตอนตีหนึ่ง แล้วแวะพักที่โรงแรมแถวสถานีรถไฟคุนหมิงก่อนในคืนที่ 0 คือนอนกันมาบนเครื่องบินแล้วไปนอนต่อที่โรงแรมไม่ได้เที่ยวอะไร จากนั้นก็เริ่มเที่ยวแบบเต็มวันกันไปเลยในวันรุ่งขึ้น

วันเที่ยววันแรก 29 Dec 2023

หลังจาก check out ในตอนเช้า พวกเราก็เดินเท้าจากโรงแรมไปที่ Kunming railway station เพื่อขึ้นรถไฟความเร็วสูงของที่นี่ เพื่อไปต้าหลี่ โดยกระเป๋าสัมภาระต่างๆแยกเดินทางไปกับรถบัสเพื่อไปรอเช็คอินที่โรงแรมตอนเย็นเลย เราจะได้ขึ้นรถไฟและเที่ยวต้าหลี่ได้ทันทีแบบไม่พะรุงพะรัง รถไฟที่นี่วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 195KM/hr ไม่เร็วเท่าไหร่เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น แต่ถือว่าสะดวกสบาย สะอาดและทันสมัยเลย เพราะประเทศไทยยังไม่มีสักทีไอ้รถไฟความเร็วสูงหรือเร็วต่ำก็ตาม555

พอถึงสถานีปลายทางที่เราจะแวะชมวัดเจ้าแม่กวนอิม (Longji Temple)แล้ว ออกจากสถานีก็ถึงวัดเลย วัดนี้เป็นหนึ่งในวัดเจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดในจีน องค์เจ้าแม่กวนอิมที่นี่ใหญ่โตและสวยงามมาก แต่แปลกตรงที่ว่าที่จีนเขาห้ามถ่ายรูปสิ่งศักดิ์สิทธิของวัดหรือยังไง เห็นขึ้นป้ายทุกวัดที่ไปเยี่ยมเลย ไอ้เราก็เด็กดีซะด้วย ไม่ให้ถ่ายก็ไม่ถ่าย ใครอยากเห็นก็ตามรอยมาเองละกัน

หลังแวะทานข้าวเที่ยงเสร็จเราก็ไปต่อกัน จุดหมายถัดไปคือเที่ยวเมืองโบราณต้าหลี่ เมืองต้าหลี่เป็นเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเลสาบเอ๋อไห่ (Erhai Lake) บรรยากาศของเมืองเก่าที่นี่สวยงามมาก เหมือนอยู่ในหนังจีนกำลังภายใน มีซุ้มประตูเมืองใหญ่ พอเข้าไปด้านในก็คลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และผู้คนท้องถิ่นซึ่งหมายถึงพ่อค้าแม้ค้านั่นเอง:> เดินเล่นถ่ายรูปกันเพลินเลย ในความโบราณของสถาปัตยกรรมนั้น ร้านค้าสมัยใหม่ก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภูมิทัศน์ได้อย่างลงตัวแม้กระทั่งร้าน Starbucks ไม่รู้ว่าเรารู้สึกไปเองหรือเปล่า กาแฟ Starbucks ที่นี่อร่อยกว่าที่เมืองไทย (เดี๋ยวนี้จืดสนิท ขอบ่นหน่อย)

ตกเย็นก็นั่งรถบัสเดินทางเข้าสู่เมืองแชงกรีล่าแต่โปรแกรมการเที่ยวของวันนี้ซึ่งยังไม่จบ เพราะหลังจาก check in เอากระเป๋าเข้าห้องโรงแรมแล้ว เรายังต้องไปเดินหมุนระฆังยักษ์สไตล์ทิเบตในเมืองโบราณแชงกรีล่ากันอีกเพื่อเป็นสิริมงคล เมืองแชงกรีล่ามีสถาปัตยกรรมแบบทิเบตที่อยู่ในมณฑลยูนาน สวยงามแปลกตาและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง กลางคืนมีไฟสวยงามน่าหลงไหลยิ่งนัก อากาศที่นี่ประมาณ 5 องศา เมื่อวานอยู่เมืองไทยยัง 34 องศาอยู่เลย เหมือนปลาช๊อคน้ำแต่ฟินสุดๆ

วันเที่ยวที่สอง 30 Dec 2023

เช้าวันนี้ เราออกเดินทางไปเที่ยววัดซงจ้านหลิน หรือวัดลามะน้อย ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คของเมืองแชงกรีล่าเมืองเก่าที่มีบรรยากาศแบบทิเบต (ที่เราไปเดินหมุนระฆังทองยักษ์กันเมื่อคืนก่อน) วัดนี้ตั้งอยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองแชงกรีล่าประมาณ 5 กิโลเมตรเรานั่งรถบัสมาแต่เช้า วัดนี้ตั้งอยู่แนวเทือกเขาสูงของยูนาน อากาศที่นี่เย็นแบบนี้ตลอดทั้งปี คือเย็นยะเยือกสำหรับคนไทยอย่างเรา ตอนเราไปก็ชิวๆ อุณหภูมิติดลบนิดหน่อย แค่ -5 องศาเท่านั้นเอง บรื้อออออ วัดนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาต้องเดินบันไดขึ้นไป เห็นถึงความยิ่งใหญ่และมั่งคั่งของอารยธรรมในอดีต เพราะบนหลังคาอาคารมีการตกแต่งด้วยทองคำทำให้เปล่งประกายเมื่อสะท้อนกับแสงอาทิตย์ สวยงามมาก ข้างบนสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองแบบ 360 องศาเลยและเห็นทะเลสาบที่สวยงามด้านล่างได้อีกด้วย

ช่วงบ่ายเราไปชมการแสดงกลางแจ้งในอุทยานเทือกเขามังกรหยก และยังได้มีโอกาสไปทดสอบความเสียวบนสะพานแขวนพื้นกระจกที่เชื่อมระหว่างหุบเขาในเขตอุทยานอีกด้วยมองลงไปข้างล่างเห็นแม่น้ำด้านล่างเหลือเส้นนิดเดียว เนื่องจากแดดแรงมากทำให้เกิดภาพสะท้อนของท้องฟ้าเวลาถ่ายรูป ทำให้ดูไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ในรูป แต่ของจริงก็น่ากลัวอยู่ จากนั้นตอนเย็นเราไปจบทริปของวันนี้ ที่เมืองโบราณลี่เจียง มรดกโลกอีกแห่ง เมืองนี้ใหญ่กว่าของต้าหลี่เยอะเลย พื้นของทั้งเมืองเป็นหินสกัด เดินลำบากนิดหนึ่งแต่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา ของขายผู้คนเยอะมาก ทัวร์ของเราให้เวลาเดินกันถึงเย็นเลย และไปจบทริปของวันที่สระมังกรดำ (Heilong pool) ก่อนจะอิ่มอร่อยที่ร้านอาหารเย็น และกลับเข้าพักผ่อนที่โรงแรม

วันเที่ยวที่สาม 31 Dec 2023

เช้าวันนี้ทุกคนต้องตื่นกันแต่เช้าประมาณตีสามครึ่ง เพื่อให้ทันที่จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดภูเขาหิมะมังกรหยก ที่เป็น highlight ของทริปนี้ เรานั่งรถบัสไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ โชคดีที่ทัวร์ไกด์เตือนมาก่อนแล้วว่าให้ ใส่ถุงเท้า 2 ชั้น, กางเกง 3 ชั้นและเสื้ออีก 3 ชั้น รวมถึงอุปกรณ์ปิดหูเพื่อขึ้นไปเที่ยวภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon Snow Mountain)สนุกๆโดยไม่กังวลเรื่องความหนาว ภูเขาหิมะลูกนี้สูงที่สุดในมณฑลยูนนาน พอถึงจุดจอดรถบัสเรายังต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้าไต่ระดับต่อขึ้นไปอีกระยะทางเป็นกิโล เพื่อไปถึงระดับ 4506 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

จริงๆแล้วพระอาทิตย์ขึ้นมานานแล้วแต่บนนี้ยังคงมืดอยู่ เพราะหุบเขายังคงบังแสงอาทิตย์เอาไว้ เรารอจนกระทั่งพระอาทิตย์โผล่พ้นของแนวเทือกเขา เป็นแสงสีทองสาดมาบนผิวหิมะที่ปรกคลุมยอดเขา เป็นการชมพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดเขาในวันสิ้นปีที่สวยงามติดตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืมเลย บรรยากาศยามเช้าบนยอดเขาสวยงามมาก ทะเลหมอกลอยอ้อยอิ่งต่ำกว่าตัวเรา มองเห็นทิวเขาและทะเลหมอกปกคลุมไปทั่ว พวกเราครอบครัวบ้าพลัง ยังคงใช้เวลาเดินบันไดไต่ระดับความสูงขึ้นไปอีกเท่าที่เวลาจะอำนวย

นาโนบอกว่าถ้าให้เวลาเพิ่มมากกว่านี้จะเดินไปให้สุดทางบันไดเลย จริงๆก็เกือบถึงแล้วบรรยากาศบนสุดคงไม่แตกต่างกันเท่าไหร่จากจุดที่ยืนอยู่ จึงตัดสินใจเดินลงเพราะกลัวคนอื่นในกรุ๊ปทัวร์จะต้องรอ ทุกคนต้องพึ่งออกซิเจนกระป๋องกันเพราะอากาศเบาบางมาก ยกเว้นครอบครัวบ้าพลังของเราที่ไม่รู้สึกอะไรเลย แสดงว่าสอบผ่านด้านสมรรถภาพร่างกายทั้งครอบครัว วิวทิวทัศน์บนเทือกเขาหิมะมังกรหยกแบบ 360 องศานี้คงหาทริปอื่นๆมาเทียบได้ยาก ไม่ผิดหวังเลยที่ตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่และเกิดความอยากไปเที่ยวจุดท่องเที่ยวธรรมชาติอื่นๆของประเทศจีนอีกด้วย

พอลงจากภูเขาหิมะพวกเรายังนั่งเถียงกันอยู่เลยว่าอุณหภูมิข้างบนภูเขามันเท่าไหร่กันแน่ เพราะ Apple Weather แอปมันไม่น่าจะมีเครื่องวัดบนยอดเขา มันรายงานว่า -7 องศา แต่ผมคิดว่ามันน่าจะติดลบสองหลักมากกว่า รถบัสก็พาไปต่อที่หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน (Blue Moon Valley) หุบเขาที่มีความสวยงามและแปลกตา น้ำในหุบเขามีสีมรกตใสไหลไปบนพื้นแอ่งภูเขาหินปูนที่เป็นแอ่งกลมเล็กๆต่อกันตามธรรมชาติเหมือนที่ตุรกีแต่สวยกว่าเยอะ น้ำใสจนเห็นถึงพื้นน้ำเพราะมันคือหิมะบริสุทธิ์ที่ละลายมาจากยอดภูเขาหิมะมังกรหยกนั่นเอง บรรยากาศเหมือนอยู่ในดินแดนเทพนิยาย เล่นเอาผมตะลึงไปกับความงามของธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ในประเทศจีนไปเลย

ที่นี่มีสัตว์สงวนใกล้สูญพันธ์ชนิดหนึ่งที่เหลืออยู่เพียงแค่ในเขตทิเบตและรัสเซียเท่านั้น มันเป็นความภาคภูมิใจของชาวยูนานจนมีอนุสาวรีย์ของสัตว์ชนิดนี้เลย มันถูกเรียกว่าจามรี เป็นเหมือนวัวขนยาว น่ารัก และเชื่องสำหรับคน ทำให้มีบริการขึ้นไปขี่หลังถ่ายรูปกับมันได้ด้วย เสียเงินแค่ 20 หยวนหรือประมาณ 100 บาทไทยก็ถ่ายรูปพร้อม background สวยๆเป็นยอดเขามังกรหยก เหมือนอยู่ในสวิสแลนด์เลย

จากนั้นเราก็มาดูการแสดงที่กำกับโดยจางอี้โหมว ผู้กำกับหนังที่มีชื่อเสียงของจีน เป็นการแสดงกลางแจ้งที่มีเวทีแสดงจำลองเทือกเขาสีแดง และมีภูเขามังกรหยกของจริงเป็นฉากด้านหลัง นับเป็นเวทีกลางแจ้งที่ใหญ่อลังที่สุดในจีนเลย อาจจะใหญ่ที่สุดในโลกด้วย การแสดงใช้คนนับร้อยแต่งเป็นชนเผ่าต่างๆของจีน เข้าใจว่าพูดถึงการรวมเผ่าต่างๆเข้าด้วยกันจนกลายเป็นชาติจีน แต่ระบบ subtitle ภาษาอังกฤษทำแบบคนขี้เกียจแปล และสิ่งที่แปลบทพูดภาษาจีนก็ดูไม่สอดคล้องและไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ท้ายที่สุดหลับกันเป็นแถว แต่ต้องยอมรับว่าฉากและการแสดงตระการตามาก

หลังอาหารเย็นทุกคนคุยกันแต่เรื่องทริปวันนี้ว่าประทับใจแค่ไหน เห็นอะไรกันมาบ้าง พวกเราอมยิ้มและภูมิใจลึกๆว่าครอบครัวของฉันไปเกือบจุดสูงสุดได้เพียงครอบครัวเดียวของกรุ๊ปทัวร์เลย ทุกคนกลับเข้าโรงแรมด้วยรอยยิ้มตอนสิ้นวัน ไกด์บอกให้เรานอนตื่นสายได้เพราะพวกเราตื่นแต่เช้ามาหลายวันแล้ว

วันเที่ยวที่สี่ 1 January 2024

เช้าวันปีใหม่ เรานั่งรถบัสข้ามเมืองเพื่อไปเที่ยวยอดเขาซีซาน (Cishang Mountain) ภูเขาที่สูงที่สุดในเมืองคุนหมิง เรานั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นไปชมทิวทัศน์ของเมืองคุนหมิงจากยอดเขา บรรยากาศด้านบนสุดของภูเขาสวยงามมาก มองเห็นวิวเมืองคุนหมิงและทะเลสาบต้าหลี่ได้แบบ 360 องศา ทิวทัศน์ทุกที่ดูยิ่งใหญ่ไปหมด ประเทศจีนช่างยิ่งใหญ่ไพศาลจริงๆ

ที่ยอดเขาซีซานมีวัดของลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับประตูมังกรหลงเหมิน เป็นประตูจีนไม่ใหญ่มากที่อยู่ระหว่างบันไดทางเดินริมหน้าผา เป็นประตูแห่งความสิริมงคลที่ทุกคนรอดแล้วสิ่งไม่ดีจะหลุดออกจากตัวเหลือแต่โชคลาภ แต่ทำไมต้องลูบติ่งกลมๆใต้คานประตูก็ไม่รู้ ไม่รู้ใครคิดค้นพิธีกรรมนี้แต่พวกเราก็ได้ลูบตามกันทุกคนในวันขึ้นปีใหม่ 2024 และหวังว่าจะเหลือเพียงความโชคดีติดตัวพวกเรากลับมาตลอดปี 2024 นี้

เดินลงไปถึงข้างล่างสุดจะมีรูปปั้นคล้ายกวนอูสีแดงอยู่อีกรูป เขาว่ากันว่าจะนำเงินทองมาให้ถ้าลูบก้อนทองที่รูปปั้นถืออยู่แล้วนำมาใส่กระเป๋า ใครนะแต่เรื่องขึ้นมาอีกละ แต่พวกเราก็ทำตามด้วยความสนุกสนาน

จากนั้นเราเดินทางต่อแล้วก็แวะชมสวนน้ำตกคุนหมิง (Kunming Waterfall Park) สวนสาธารณะที่มีน้ำตกฝีมือมนุษย์ขนาดใหญ่ น้ำตกที่นี่ไหลแรงและสวยงาม สามารถเดินไปหลังน้ำตกถ่ายรูปได้ ผู้คนมากมายมาเดินพักผ่อนหย่อนใจที่นี้แต่ตึกอาคารบริเวณนั้นร้างทั้งหมด บ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก

จากน้ำตกเทียมเราเดินทางไปสู่เมืองโบราณกวนตู้ (Guandu ancient town) เป็นเหมือนถนนคนเดิน มีร้านค้าขนาบซ้ายขวาของถนน แต่พวกเราเดินเมืองโบราณมาหลายที่แล้ว และก่อนหน้านี้ก็เที่ยวกันแบบใช้พลังเยอะสุดๆ ไม่ค่อยมีอารมณ์จะเดินเล่นละ ก็เลยหาร้านกาแฟนั่งเล่นดีกว่า ไปเจอร้านหนึ่งชื่อ Yun เลยเข้าไปสั่งชาผลไม้มาลองชิมดูเห็นบอกว่าชาผลไม้ที่คุนหมิงอร่อย ทุกอย่างเป็นภาษาจีนหมด พนักงานในร้านก็พูดอังกฤษไม่ได้สักคำ เลยต้องใช้ google translate ช่วย ในที่สุดก็ได้ Pineapple Baikan fruit tea มาชิม อร่อยแฮะ แต่ใช้เวลาชงนานไปหน่อย ส่วนการจ่ายเงินที่จีนไม่นิยมใช้เงินสดกันแล้ว ผมใช้ True Money จ่ายเพราะเขาร่วมกับ Alipay ที่ประเทศจีน ค่อนข้างสะดวกสำหรับร้านค้าที่มีเครื่องสแกน แต่สำหรับร้านข้างถนนที่ต้องให้เรา scan QR code ของเขาเพื่อจ่ายเงิน ยังคงต้องใช้ Alipay app เพื่อจ่ายอยู่ดี ส่วนเงินหยวนก็จ่ายได้แต่เขามักจะไม่มีแบงค์ย่อยทอนให้ ลำบากต้องหาเงินทอนให้เราอีก

วันนี้เราปิดท้ายอาหารเย็นด้วยสุกี้เห็ด แปลกอร่อยดี จริงๆแล้วอาหารที่ทัวร์พาไปลงทุกมื้ออร่อยหมด และเสริฟทีเต็มโต๊ะจีนไปหมด แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมารีวิวสักเท่าไหร่เพราะส่วนมาก อาหารลงปุ๊บก็กินเลย ลืมถ่ายซะส่วนใหญ่ แต่ความอลังก็ประมาณเดียวกับมื้อนี้ พอจานไหนเริ่มพร่องเป็นจานเปล่า เดี๋ยวก็จะมีจานใหม่มาลงให้จุกกันไปเลย ราวกับว่าถ้าลูกค้าไม่อิ่มถือว่าเสียหน้า

วันเที่ยวที่ห้า 2 January 2024

เช้าวันสุดท้าย เราเริ่มต้นวันที่ใจกลางเมืองคุนหมิง ทุกคนเหนื่อยและอยากกลับกรุงเทพกันแล้ว เราไปถ่ายรูปกับประตูม้าทองไก่หยก เป็นซุ้มประตูสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงเมื่อ 400 ปีก่อน ด้านข้างมีตลาดเก่าให้เดินซื้อของได้ เราแวะถ่ายรูปแป๊บเดียว แล้วก็ขึ้นรถบัสต่อไปยังวัดหยวนทง ซึ่งเป็นที่เที่ยวสุดท้ายของทริปนี้ก่อนจะเดินทางไปสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพ

วัดหยวนทง ผมเรียกว่าเป็นวัดพุทธแบบรวมมิตร เพราะมีโบสถ์วิหารแยกส่วนทั้งนิกายมหายาน, หินยาน และนิกายทิเบตลามะอยู่รวมกันในวัดเดียว จึงไม่น่าแปลกที่ด้านในสุดจะเจอวัดไทยที่มีพระพุทธชินราชจำลององค์ใหญ่จากไทยสถิตอยู่ด้วย ตัววัดไทยมีสไตล์คล้ายวัดทางภาคเหนือ

ตรงกลางวัดมีศาลาแปดเหลี่ยมที่มีเจ้าแม่กวนอิมพันมือทองคำองค์ใหญ่อยู่ด้วย แต่ผมไม่ได้ถ่ายภาพเพราะมีเครื่องหมายห้ามถ่ายในทุกโบสถ์วิหาร วันนี้มีผู้คนมาสวดภาวนาเป็นจำนวนมากที่วิหารใหญ่ด้านใน ไกด์บอกผมว่าในวิหารมีรูปปั้นพระพุทธเจ้า 3 องค์ จากซ้ายไปขวา คือพระพุทธเจ้าองค์อดีต ปัจจุบัน และอนาคต เนื่องจากคนเยอะมากเลยไม่ได้เบียดเข้าไปเพื่อเห็นด้วยตาตัวเอง หลังจากจบจากวัดนี้ก็ไปกินขนมจีนสไตล์ยูนานด้วยการเอาเครื่องเคียงทั้งหมดใส่รวมกับเส้นในชามน้ำซุป รสชาดจะคล้ายๆก๋วยจั๊บญวณอิ่มอร่อยก่อนเดินทางไปสนามบินและกลับสู่กรุงเทพพร้อมพลังชาร์จที่จะเริ่มทำงานในวันถัดไป

สรุปทริปรีวิว

ทริปเที่ยวจีน 6 วัน 5 คืน เส้นทางคุนหมิง-ต้าหลี่-ลี่เจียง เป็นทริปที่สนุกและประทับใจมาก ผมพูดได้เลยว่าดีที่สุดเท่าที่ผมเดินทางไปต่างประเทศมาทั้งชีวิตก็ว่าได้ ผมได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและธรรมชาติที่สวยงามของจีน สถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปแต่ละแห่งล้วนมีความสวยงามและน่าประทับใจ การเดินทางกับ Trip2Go ก็สะดวกสบายมาก อิ่มอร่อยสุดๆ แต่ถ้าต้องกินไปตลอดคงไม่ไหวเพราะอาหารจีนเน้นการใช้น้ำมัน มันจะค่อนข้างเลี่ยนจนต้องร้องขอชีวิต มาเที่ยวจีนแนะนำว่าให้มากับทัวร์ ตัวผมเองยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเดินทางมาเองจะเที่ยวแบบนี้ได้ยังไง ประเทศจีนสะอาดขึ้นเยอะแล้วเมื่อเทียบกับสมัยก่อน รถไฟความเร็วสูงของจีนเดินทางได้รวดเร็วและปลอดภัย เรียกได้ว่าจีนมีพร้อมทุกอย่างที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในอนาคตเลย ติดอยู่เพียงสองอย่าง คือ

  • ห้องน้ำสาธารณะและตามร้านอาหารยังคงสกปรกอยู่ถึงแม้จะดีกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วก็ตาม
  • คนจีนไม่เอาภาษาอังกฤษเลย ไม่สนใจด้วยว่าคู่สนทนาหรือนักท่องเที่ยวจะพูดภาษาอะไร ฉันจะคุยกับคุณเป็นภาษาจีนเท่านั้น อันนี้ก็ชาตินิยมไปนิดดดนึง
แผนที่ในเมืองโบราณจะเป็นแบบแกะหินให้เข้ากับบรรยากาศของเมือง ใส่ใจรายละเอียดนะเนี่ย

คำแนะนำ

  • ควรติดเงินสดไว้บ้าง อย่าไปพึ่งแอปจ่ายเงินอย่างเดียว เพราะบางจุดอินเตอร์เนทไม่ค่อยมีสัญญาณ แอปจะไม่ทำงาน
  • ควรซื้อซิมเดินทางมาจากไทย เพราะจีนจะไม่บล๊อคสัญญาณ roaming data แต่ถ้าเราต่อ wifi ของโรงแรมเราจะเห็นได้เลยว่าเราเข้าเวป social media ที่คนไทยชอบเล่นไม่ได้ แต่พอต่อด้วย data sim ผ่านฉลุยเร็วระดับ 5G
  • ควรเตรียมยารักษาโรคเบื้องต้นมาด้วยเช่น ยาแก้ไข แก้ปวดหัว ยาพ่นคอ เพราะอากาศเปลี่ยนจากกรุงเทพที่ 34 องศามาเป็นติดลบนี่หลายๆคนก็ป่วยเอาง่ายๆเลย
  • ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สบายและเหมาะสมกับสภาพอากาศ เอาง่ายๆขึ้นยอดภูเขาก็ต้องใส่หลายชั้นหน่อย อยู่ในตัวเมืองคุนหมิงเย็นสบายก็แต่งสวยหล่อกันได้เต็มที่
  • ควรเตรียมครีมทาผิวไปด้วยและทาทุกส่วนของร่างกายให้ชุ่มชื้น จะได้ไม่ผิวตึงและแตก เดี๋ยวคันแล้วจะเที่ยวไม่สนุก อย่าลืมลิปมันทาปากด้วย

Leave a comment