หุ้น BRK-B: The Next Chapter คุณเชื่อมั่นในระบบ หรือคนเชื่อในตัว Warren Buffett?

การก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ Warren Buffett ได้เปิดทางให้ Greg Abel วัย 62 ปี ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ของ Berkshire Hathaway อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026. Abel ไม่ใช่คนใหม่สำหรับ Berkshire เขาเป็นรองประธานฝ่ายธุรกิจที่ไม่ใช่ประกันภัยมาตั้งแต่ปี 2018 และดูแลธุรกิจที่ไม่ใช่ประกันภัยทั้งหมดกว่า 90 บริษัท ซึ่งคิดเป็นยอดขาย 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีพนักงาน 250,000 คน เขาสามารถสานงานต่อได้อย่างแน่นอน. Warren Buffett ยังได้โปรยยาหอมให้กับนักลงทุนในวันที่ประกาศออกจากตำแหน่ง ว่าเขาเชื่อมั่นในตัว Abel อย่างเต็มที่ โดยกล่าวว่า “Greg เข้าใจการจัดสรรเงินทุนได้ดีพอๆ กับผม” และเชื่อว่า “โอกาสของ Berkshire จะดีขึ้นภายใต้การบริหารของ Greg มากกว่าของผม”.

Warren Buffett เองยอมรับว่าขนาดสินทรัพย์ที่ใหญ่ของ Berkshire ซึ่งมีมูลค่าตลาดกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้การหาการลงทุนใหม่ๆ ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวมของบริษัททำได้ยากขึ้น. ความท้าทายนี้เป็น “ปัญหา” ที่ Greg Abel จะต้องเผชิญในการจัดสรรเงินทุนมหาศาลที่บริษัทมีอยู่. การเติบโตแบบก้าวกระโดดที่เคยเห็นในอดีตอาจทำได้ยากขึ้น เป็นการเตือนนักลงทุนว่าอย่างคาดหวังปาฏิหารที่ราคาหุ้นจะกระโดดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผมขอหยิบ BRK class B ขึ้นมาคุยเพราะเหมาะสำหรับคนจนอย่างเรา (Class B คล้าย ๆ การแตกพาร์เพื่อให้นักลงทุนหน้าใหม่เอื้อมถึงนั่นเอง) ราคาหุ้น BRK-B ณ ปัจจุบัน (กลางเดือนกรกฎาคม 2025) อยู่ที่ประมาณ 470-474 ดอลลาร์สหรัฐฯ. หลังจากการประกาศเกษียณของ Warren Buffett ราคาหุ้น Class B ของ Berkshire Hathaway ได้ลดลงมากกว่า 12% ซึ่งทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2025 ลดลงเหลือเพียง 4.5% เทียบกับ S&P 500 ที่เพิ่มขึ้น 7% ในช่วงเวลาเดียวกัน. การลดลงนี้สะท้อนถึงการลดลงของ “Buffett Premium” หรือมูลค่าที่ตลาดเคยให้เพิ่มขึ้นเนื่องจากชื่อเสียงและความสามารถในการจัดสรรเงินทุนของ Buffett.

อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/B Ratio) ลดลงเหลือ 1.56 เท่าในปี 2025 จากค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 1.62 เท่า และอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio) ลดลงเหลือ 12.63 เท่า จาก 14.2 เท่าในปี 2023. การที่อัตราส่วนเหล่านี้ลดลงมาใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีต อาจบ่งชี้ถึงการลดลงของความเชื่อมั่นของนักลงทุนในความสามารถของ Berkshire ที่จะสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นโดยไม่มีผู้ก่อตั้ง. มูลค่าที่ต่ำลงหลังจากการประกาศเกษียณของ Buffett เรียกกันว่า “ส่วนเผื่อความปลอดภัย” (margin of safety) สำหรับย้อมใจนักลงทุนระยะยาวสาย VI.

สัดส่วนพอร์ตลงทุนล่าสุด (Q1 2025)

พอร์ตการลงทุนยังคงกระจุกตัวในหุ้นคุณภาพสูงที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง การปรับลดสัดส่วนหุ้น Apple ล่าสุดเป็นการบริหารความเสี่ยงหลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก  ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2025 Berkshire Hathaway มีการลงทุนในหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มูลค่าประมาณ 258 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ. พอร์ตการลงทุนนี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นหลักไม่กี่ตัว โดย 5 อันดับแรกในพอร์ตประกอบด้วย

  •  Apple (AAPL)                       25.76%
  • American Express (AXP)  15.77%
  • Coca-Cola (KO)                   11.07%
  • Bank of America (BAC)    10.19%
  • Chevron (CVX)                     7.67%.

หุ้น 5 ตัวแรกนี้รวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 69% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด. นอกจากนี้ บริษัทยังมีการถือครองหุ้นสำคัญอื่นๆ เช่น Occidental Petroleum (OXY), Moody’s (MCO), Kraft Heinz (KHC), Chubb (CB), DaVita (DVA), Kroger (KR), VeriSign (VRSN), Visa (V), Sirius XM (SIRI) และ Constellation Brands (STZ).

การลดสัดส่วนของหุ้น Apple ลงจาก 50% ลงครึ่งหนึ่งทำให้มีเงินสดสำรองมหาศาลและ Insurance Float (เงินสำรองประกันภัย) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องนี้เปรียบเสมือน “ป้อมปราการทางการเงิน” ที่แข็งแกร่งของ Berkshire. ความสามารถในการรักษาสภาพคล่องระดับสูงนี้ไม่เพียงแต่เป็นกันชนที่สำคัญในยามวิกฤต (หรือเขาเชื่อว่าเรากำลังเข้าสู่วิกฤต?) สำหรับการเข้าซื้อกิจการเชิงรุกในช่วงที่ตลาดมีโอกาส. Berkshire Hathaway ยังมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt-to-Equity Ratio) ที่ต่ำเพียง 19.2% ซึ่งลดลงจาก 27.8% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเงินสดของบริษัทสูงกว่าหนี้สินรวมทั้งหมด. ความแข็งแกร่งทางการเงินที่โดดเด่นนี้ช่วยให้บริษัทสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดและเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงเป็นข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับผู้นำคนใหม่ในการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน

คุณเป็นนักลงทุนประเภทไหน?

ถ้าคุณอยากกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดหุ้นไทย แต่กลัวฟองสบู่ของสหรัฐอเมริกา แต่อีกใจก็บอกว่าไม่มีตลาดไหนให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสี่ยงเท่าอเมริกาแล้ว การลงทุนในหุ้นที่เน้นการถือเงินสดและรอจังหวะการลงทุนอยู่ ณ ตอนนี้คงไม่มีใครเหมาะเท่า BRK-B แล้ว ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หุ้น BRK-B มีทั้งช่วงที่ทำผลงานได้ดีกว่าและด้อยกว่าตลาด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหุ้นคุณค่า แต่ในระยะยาว การเติบโตของมูลค่ากิจการยังคงแข็งแกร่ง ขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นนักลงทุนประเภทไหน ผมทำ infographic สรุป investment decision ให้ตามข้างล่างนี้เลย หรือคุณจะหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นอเมริกาก็สุดแล้วแต่ เพราะนี่ไม่ใช้การแนะนำลงทุน แต่มาเล่าให้ฟังว่า CEO คนใหม่มีกลยุทธที่น่าติดตามอย่างไร

Leave a comment