สัญญาณตลาดโลกหลัง Jackson Hole, เหล่า Value Investor ควรทำตัวอย่างไร? (อัปเดต กันยายน 2025)

Jackson Hole เป็น การประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่จัดขึ้นที่เมือง Jackson Hole รัฐ Wyoming, USA ที่นักลงทุนทั่วโลกต่างเฝ้ารอฟัง เพราะเป็นการรวมผู้ว่าการธนาคารกลาง, นักเศรษฐศาสตร์, และนักลงทุนระดับโลกมาพูดคุยทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

ทำไมถึงสำคัญ?

  • สิ่งที่ประธาน Fed (เช่น Jerome Powell) พูดในงานนี้มักจะเป็น “สัญญาณล่วงหน้า” เกี่ยวกับการขึ้นหรือลดดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับว่าคุณฟังสัญญาณนั้นออกหรือเปล่า
  • นักลงทุนทั่วโลกใช้คำพูดเหล่านี้ในการคาดการณ์ตลาดหุ้น, พันธบัตร, ค่าเงิน และทองคำ
  • ถ้า Fed ส่งสัญญาณ ลดดอกเบี้ย → หุ้นและทองอาจขึ้น, ค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อน (ตอนนี้ก็อ่อนมากแล้ว)

สรุปสัญญาณและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

  • การประชุม Jackson Hole 2025: ธนาคารกลางสหรัฐส่งสัญญาณ ลดดอกเบี้ยปลายปี หลังเงินเฟ้อมีแนวโน้มเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ถ้าสัญญาณที่ได้ยินยังไม่ชัดพอ ลองดูผลโหวตจากเพื่อน ๆ นักลงทุนในแอปของ Webull ตามภาพข้างบนจะเห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ก็ให้ความเห็นว่าดอกเบี้ยจะลดในการประชุม FOMC วันที่ 17 กันยายน นี้เหมือนกัน
  • ตลาดหุ้นสหรัฐ: “Magnificent 7” เริ่มเสียงแตกชัดเจน — แต่หุ้นเทค AI ยังคงแข็งแกร่ง
  • Global Allocation: นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น่าจะเป็นสัญญาณที่เราต้องโยกเงินเหมือนกัน
  • ถึงเหล่า Value Investor: Q4 จะเป็นช่วง เลือกหุ้นคุณภาพที่ Valuation ยังไม่แพง มากกว่าตามกระแส Momentum


ภาพ Macro & Global Markets

  • เมื่อ Fed ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงิน → Yield พันธบัตร 10 ปี อาจลดลงจาก 4.3% เหลือ 3.9% ซึ่งมีผลโดยตรงกับค่าเงิน US dollars ฉากทัศน์นี้จะกดดันให้เคลื่อนย้ายเงินทุนออกจาก Bond ไปสู่ตลาดทุน แต่จะโยกไปไหนดี?
    • ยุโรป: ECB คงดอกเบี้ย แต่ GDP ยังโตช้า แล้วยังมีปัญหาสงครามยูเครน รัสเซียที่อาจลุกลามเข้ายุโรป → ถ้าชอบตลาดยุโรป หุ้น กลุ่ม Utilities และ Healthcare technology & Biotech ยังน่าสนใจ
    • เอเชีย (EM): เงินทุนต่างชาติไหลกลับ เน้นเวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย (ค่าเงินบาทเริ่มแข็ง ของไทยนี่เห็นชัดมาสักพักแล้ว)

Value Investing Focus ลองวิเคราะห์หุ้นคุณภาพที่น่าสนใจ (Q4/2025)

หุ้นP/EROEFCFMOS/ความเห็น
Alphabet (GOOGL) หุ้นเทค AI~25.9×~34.8%FCF Yield ~2.3%P/E เกินเกณฑ์ 20 แต่ ROE สูงและ FCF แข็งแรง เหมาะกับ Growth Investor
Berkshire Hathaway (BRK.B)~16.8×~9.9%FCF ~$11.6BP/E ตรงเกณฑ์, ROE ยังต่ำกว่า 12% แต่ฐานเงินสดใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยง
Toyota (7203.T)~9.1×~11.2%FCF บวกต่อเนื่องP/E ต่ำ, ROE ใกล้ 12%, MOS มีโอกาส >25% เมื่อเทียบกับ peer automotive
AOT (ไทย)~35×~12.5%FCF บวกหลังโควิดP/E สูงเกิน 20, แต่ ROE >12% และ FCF ฟื้นตัว เหมาะกับผู้ที่มอง Sector Tourism
BBL (ธนาคารกรุงเทพ)~6.6×~8.5%FCF เป็นลบปีล่าสุดP/E ถูกมาก แต่ ROE ยังต่ำกว่าเกณฑ์ ต้องเชื่อว่ากำไรฟื้นตัว
VinFast (VFS)– (ยังขาดทุน)ติดลบFCF ติดลบไม่ผ่าน Checklist VI, เป็น High-risk/High-growth play เท่านั้น

📌 ตะแกรง Checklist สำหรับ VI ที่ใช้วิเคราะห์หุ้นตามตารางข้างต้น

  • P/E < 20 (ถ้าอุตสาหกรรมปกติ)
  • ROE > 12%
  • FCF (Free Cash Flow) เป็นบวกต่อเนื่อง 3 ปี
  • MOS (Margin of Safety) ≥ 25%

หรือจะลองเช็คหุ้นรายตัวเองด้วยตัวเองโดยใช้ GenAI?

📌 Prompt สำหรับเช็คหุ้นรายตัว (Copy & Paste ได้เลย)

สรุปรายงาน 10-K ของบริษัท {{ชื่อหุ้น}} ใน 5 bullet point ภาษาไทย 
พร้อมตัวเลขสำคัญ (Revenue, Net Income, Free Cash Flow, ROE, P/E) 
และวิเคราะห์เชิง Value Investing ว่าราคาหุ้นปัจจุบันแพงหรือต่ำกว่ามูลค่า

👉 ใช้ Prompt นี้ copy ไปแปะใน ChatGPT แล้วเปลี่ยนชื่อหุ้นที่สนใจหรือ ถนัดใช้ GenAI ใด ๆก็ได้ จะช่วยสรุปงบการเงินเร็วขึ้นและเชื่อมโยงกับเกณฑ์ VI ได้ทันที ลองมาดูตัวอย่างผลลัพธ์จาก Prompt โดยผมใส่ชื่อหุ้น MRK (Merck) กลุ่ม Healthcare Tech ที่ผมชื่นชอบลงไป ซึ่งเป็นหนึ่งในหุ้นแนะนำลงทุนต่างประเทศจากบทความที่แล้ว

สรุป 10-K / ข้อมูลการเงินสำคัญ (ล่าสุด, เป็นตัวเลขปี 2024 / TTM)

  1. รายได้ (Revenue)
    Merck มีรายได้รวมราว $63.62 พันล้าน USD StockAnalysis+2fullratio.com+2
  2. กำไรสุทธิ (Net Income)
    กำไรสุทธิราว $16.41 พันล้าน USD StockAnalysis+2fullratio.com+2
  3. กระแสเงินสดอิสระ (Free Cash Flow, FCF)
    Operating Cash Flow = ~$18.53 พันล้าน USD
    ลบ Capital Expenditures ~$3.81 พันล้าน USD
    → Free Cash Flow ประมาณ $14.72 พันล้าน USD StockAnalysis+1
  4. ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)
    ROE ประมาณ 34.9% fullratio.com
  5. อัตราส่วน P/E (Price-to-Earnings Ratio)
    P/E ราว 12.8-12.93 เท่า simplywall.st+1

วิเคราะห์ในมุม Value Investing

มาดูกันว่า MRK น่าซื้อไหม ในฐานะของนักลงทุนนิยมคุณค่า:

จุดแข็งจุดที่ต้องระวัง
• รายได้และกำไรสุทธิมีขนาดใหญ่และถือว่าเสถียร ทั้งยังมี margin (อัตรากำไร) ดีมาก เช่น net margin ~25-26% StockAnalysis+2fullratio.com+2• มีหนี้สินอยู่ค่อนข้างเยอะ (Debt ประมาณ $35.4B เทียบกับ Equity ที่ ~$49B) → leverage ค่อนข้างสูง StockAnalysis+1
• Free Cash Flow สูงมาก สะท้อนว่ามีเงินเหลือพอสำหรับจ่ายปันผล / buyback /ลงทุนขยายธุรกิจได้ดี StockAnalysis+1• การเติบโตของรายได้บางปีมีขึ้น/ลง การแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมยา / ความเสี่ยงด้านการวิจัย, กฎหมาย, สิทธิบัตร ฯลฯ
• ROE สูง (~35%) เป็นสัญญาณที่ดีว่าเงินทุนผู้ถือหุ้นถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ fullratio.com• P/E แม้จะไม่แพงมากเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม แต่ก็ยังต้องดูอนาคตว่า Growth จะ sustain ได้ไหม

เปรียบเทียบราคาหุ้น vs มูลค่าที่ประเมินได้

  • ราคาหุ้นปัจจุบันประมาณ $84.03 Investing.com+1
  • มีการประเมิน “Intrinsic Value” (โดยวิธี DCF) ไว้ที่ประมาณ $116.12 Value Investing
  • ถ้าประเมินแบบสูตร Peter Lynch Fair Value →ได้มูลค่าประมาณ $164.21 Value Investing

ข้อสรุป: ราคาปัจจุบันแพงหรือต่ำกว่ามูลค่า?

จากข้อมูล:

  • ราคาปัจจุบัน (~US$84) ต่ำกว่ามูลค่าที่ประเมินได้ (ทั้งโดย DCF และ Peter Lynch)
  • P/E ประมาณ 12-13x ถือว่าไม่แพง ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมหรือบริษัทที่มี growth คล้ายกัน
  • ROE สูง, FCF ดี แปลว่า MRK มีพื้นฐานแข็งแรง

ดังนั้น ถ้าเป็นนักลงทุนแนวคุณค่า (Value Investor) ผมมองว่า Merck (MRK) น่าจะเป็นหุ้นที่ราคาตอนนี้ “มีโอกาส” ว่า ถูกกว่ามูลค่าที่แท้จริง อยู่พอสมควร → มี margin of safety อยู่บ้าง


เน้นย้ำอีกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบข้างต้น พวกเราควรเคลื่อนย้ายเงินออกจาก Bond ไปยังตลาดทุน ตลาดที่เหมาะสมคือประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ หรือหุ้นกลุ่มเทค AI และ Healthcare Technology + Biotech แต่การเลือกหุ้นให้ผ่าน rules ของคำว่า หุ้น VI ที่ยังไม่แพง มันก็ไม่ง่ายนัก ลองใช้ prompt ตระแกรงร่อนหุ้นตาม check list เพื่อเลือกหุ้นที่คุณชื่นชอบดูก่อนตัดสินใจ

Leave a comment