Category Archives: IT Management series

IT Management newsletter ฉบับที่ 4: การนำไอทีโซลูชั่นใหม่ๆเข้ามาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจได้

แนวคิดของเนื้อหาในฉบับที่ 4: ความสอดคล้องกันระหว่างไอทีกับภาคธุรกิจเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนไอทีโซโลชั่นในองค์กร ลำพังไอทีฝ่ายเดียวไม่สามารถที่จะนำเสนอโซโลชั่นที่มีประสิทธิภาพได้จริง ทั้งยังสร้างภาพลักษณ์ในเชิงลบด้วยซ้ำ ว่าไอทีบังคับให้ภาคธุรกิจใช้ในสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์ จะทำอย่างไรที่จะลบภาพลักษณ์ในเชิงลบของไอทีในอดีตออกไปได้ ผมจึงพยายามนำเสนอใจความสำคัญกับพนักงานในองค์กรดังนี้

  • ถึงแม้โซลูชั่นบางอย่างจะใช้เฉพาะในบางกลุ่มธุรกิจ พนักงานส่วนอื่นก็ควรจะรับรู้เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีขององค์กร เพราะพนักงานทุกคนแบกรับภาระ ของการเป็น internal marketing of brand ambassador อยู่
  • โซโลชั่นบางอย่างอาจจะนำไปปรับใช่กับส่วนงานอื่นได้ เพียงเราแค่จุดประกายความคิดให้
  •  เมื่อฝ่ายไอทีและภาคธุรกิจทำงานร่วมกันผลที่ได้รับคือ synergy result

เมื่อเดือนที่แล้วผมได้มีโอกาสไปประชุมไอทีที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการประชุมกับตัวแทนจากประเทศต่างๆในเครือ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ผมได้เห็นถึงสัญญาณที่ดีว่าทุกๆประเทศเริ่มเอาจริงเอาจังกับความพึงพอใจของผู้ใช้บริการระบบไอที ในการประชุมเราได้มีการระดมความคิดว่าจะปรับเปลี่ยนการทำงานของแผนกไอทีอย่างไรให้สอดคล้องกับธุรกิจของบริษัทให้มากที่สุด ผมถือว่านี่เป็นก้าวที่สำคัญมากที่จะนำไอทีมาช่วยให้ธุรกิจเกิดความได้เปรียบทางกลยุทธ เพื่อให้ทุกท่านเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผมขอยกตัวอย่างสักสองตัวอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย

อ่านเนื้อหาของจดหมายข่าวข้างล่างนี้ได้เลยครับ


Continue reading IT Management newsletter ฉบับที่ 4: การนำไอทีโซลูชั่นใหม่ๆเข้ามาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจได้

IT Management Newsletter ฉบับที่ 3: เราจะจัดการกับปัญหาของไอทีโดยมีทรัพยากรบุคคลที่จำกัดได้อย่างไร

แนวคิดของเนื้อหาฉบับนี้คือ การวาดวิสัยทัศน์ของการควบรวมหน่วยงานไอทีเข้าสู่การบริหารส่วนกลาง ซึ่งเป็นการต่อยอดความเข้าใจถึงวิธีการดูแลแก้ไขปัญหาไอทีที่มีประสิทธิภาพขึ้นโดยจำนวนคนที่จำกัดว่าเป็นไปได้อย่างไร หัวใจสำคัญของแนวคิดใหม่คือ พนักงานไอทีไม่จำเป็นต้องออกไปดูแลพนักงานตามโต๊ะของพนักงานที่มีอยู่มากถึง 4000 กว่าเครื่อง แต่สามารถดูแลพนักงานได้ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีหลักการดังนี้

  • การสร้างมาตรฐานการให้บริการในระดับนโยบายสามารถช่วยลดจำนวนปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมีนัยยะ
  • การดูแลแก้ไขปัญหาสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้โดยให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับการส่งคนไปดูแลหน้างาน แต่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเพราะลดระยะเวลาในการเดินออกไปแก้ไขและกลับมา การใช้ remote support technology ทำให้สามารถปิดตั๋วบริการได้มากขึ้นต่อวัน/ต่อจำนวนพนักงานไอที
  • นอกจากการแก้ไขปัญหาหน้างาน non-interaction approach ก็เป็นอีกแนวทางที่ช่วยลดจำนวนปัญหาได้ เช่น การปรับปรุงซอฟแวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอยังช่วยลดข้อผิดพลาดของโปรแกรมลงได้ รวมถึงแก้ปัญหาการติดไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย
  • เริ่มแนะนำให้พนักงานรับรู้ว่านอกจากการวัดความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อการบริการของแผนกไอทีแล้ว แผนกไอทีเองก็มีการสร้างมาตราฐานการให้บริการในส่วนงานต่างๆของไอที ให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นต่อไปด้วย โดยมาตรฐานเหล่านี้จะต้องได้รับการเห็นชอบจากภาคธุรกิจในรูปของ SLA วิธีนี้เป็นกลยุทธในการประวิงเวลาตามความเร่งด่วนของปัญหาแต่ละประเภท ทำให้ไอทีสามารถจัดสรรทรัพยากรบุคคลไปแก้ไขปัญหาเร่งด่วนได้ โดยที่ยังคงความคาดหวังของพนักงานที่ต้องการการดูแลได้
  • ตอกย้ำของประโยชน์ในการใช้ระบบ service desk ticketing ที่ทำให้เราเข้าใจปัญหาในภาพรวมขององค์กรและพยายามแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อไม่ให้เกิดซ้ำขึ้นอีกในอนาคต
  • ถ้าพนักงานมีความรู้ไอทีเบื้องต้นที่ดีพอ และดูแลตัวเองได้ ก็สามารถลดจำนวนการของใช้บริการจากแผนกไอทีได้

อ่านเนื้อหาของจดหมายข่าวข้างล่างนี้เลยครับ


Continue reading IT Management Newsletter ฉบับที่ 3: เราจะจัดการกับปัญหาของไอทีโดยมีทรัพยากรบุคคลที่จำกัดได้อย่างไร

IT Management newsletter ฉบับที่ 2: ไอทีใกล้ตัวกว่าที่คิดและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

แนวคิดของเนื่อหาในฉบับที่สอง: การสื่อสารจำเป็นต้องทำให้เกิดความต่อเนื่อง ผมพยายามสร้าง commitment กับพนักงานโดยการออกฉบับที่สองในเดือนต่อมา เพื่อให้เกิดความเข้าใจกันเองว่าจดหมายข่าวจะมีทุกๆเดือนจากนี้ไป เนื่องจากการสื่อสารด้านไอทีเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในองค์กร เนื้อหาไม่ควรที่จะหนักเกินไปสำหรับพนักงานทั่วไป แต่ควรจะสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของระบบไอทีที่มีใช้อยู่ในองค์กร ว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ใจความสำคัญที่ต้องการนำเสนอในฉบับนี้มีดังต่อไปนี้

  • ย้ำว่าผู้บริหารไอทีให้ความสำคัญกับการบริหารเชิงรุกอย่างจริงจัง
  • นำเสนอว่าพนักงานใช้ระบบไอทีอยู่ในชีวิตประจำวันมีมากกว่าที่คิด แม้กระทั่งมือถือ และระบบไอทีทุกชนิดสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้
  • พนักงานทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้การเปลี่ยนแปลงทางด้านไอทีล่วงหน้า เพราะมันมีผลกระทบโดยตรงกับการทำงานในชีวิตประจำวัน
  • นำเสนอช่องทางใหม่ในการเข้าถึงบริการของไอทีในแบบ self-service ผ่านทาง Service desk tool

อ่านเนื้อหาของ Newsletter ฉบับนี้ตามข้างล่างเลยครับ


Continue reading IT Management newsletter ฉบับที่ 2: ไอทีใกล้ตัวกว่าที่คิดและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง

IT Management Newsletter ตอนที่ 1: การบริหารงานไอทีเชิงรุกเริ่มจากการสื่อสาร

แนวคิดของเนื้อหาในฉบับแรก: ในสองเดือนแรกที่ผมเริ่มทำงานกับบริษัทนี้ ผมพยายามพูดคุยกับผู้คนในองค์กรให้มากที่สุดเท่าที่โอกาสจะอำนวย เพื่อมองหาจุดที่ต้องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเร่งด่วน สิ่งที่ทางภาคธุรกิจกำลังมองหาแต่ไม่รู้ว่าจะไปปรึกษาใครดี รวมถึงการทำแบบสอบถามความพึงพอใจของบริการไอทีในเดือนที่สามของการทำงานด้วย ประเด็นหลักๆที่ต้องการสื่อสารออกไปคือ

  • ถือโอกาสแนะนำตัวของผมเองให้กับพนักงานทุกๆคนผ่านช่องทางอีเมล์ ทำให้เห็นว่าไอทีเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิด
  • ทำการวัดผลความพึงพอใจของผู้ใช้บริการอย่างเปิดเผย เพราะจริงๆแล้วพนักงานทุกคนย่อมทราบดีว่าไอทีที่ผ่านมาบริการได้ตรงใจมากน้อยแค่ไหน
  • Benchmark เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราไม่ทราบว่าเราอยู่ตรงไหน เราจะพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร
  • นำความเดือนร้อนอันดับหนึ่งของบริการไอทีมาตีแผ่ เพื่อให้พนักงานเห็นว่า จากนี้ต่อไปทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
  • การเปลี่ยนกลยุทธในการจัดการบริการไอทีในเชิงรุก โดยการแนะนำ Key Account Management team ประจำแต่ละหน่วยธุรกิจให้ทุกคนได้รู้จัก

อ่านเนื้อหาของ Newsletter ฉบับแรกหลังจากเข้ามาทำงานที่บริษัทใหม่ ได้จากข้างล่างนี้เลย


Continue reading IT Management Newsletter ตอนที่ 1: การบริหารงานไอทีเชิงรุกเริ่มจากการสื่อสาร

เซี่ยงไฮ้ หน้าตาของจีนสู่ประชาคมโลก

April 2011

อาทิตย์นี้ มาประชุม global IT meeting ของบริษัท ปีนี้จัดที่เซี่ยงไฮ้ ต้องยอมรับว่า เมืองของจีนเมืองนี้ทันสมัยมาก ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่ ทันสมัย สะอาด และค่าครองชีพก็แพงมากจนเว่อร์
ขากลับต้องนั่ง limo ของโรงแรมมาสนามบินเพราะต้องออกจากโรงแรมตอนตีสี่ครึ่ง
ค่า limo 600 หยวน หรือประมาณ 3000บาท ขณะที่ขามานั่งแท๊กซี่มาจ่ายแค่ 135 หยวน
เมืองนี้มีแต่ของแบรนด์เนมขาย แม้แต่รถยนต์ยังเป็นรถ import เกือบทั้งหมด ไกด์ทัวร์ตอนไปกินข้าวเย็นบอกว่า จีนให้ความสำคัญเรื่องน่าตามาก ในการที่จะเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่หรูหรา ทำให้ประชาขนเซี่ยงไฮ้ติดเอานิสัยนี้มาด้วย ทุกคนใช้จ่ายเงินเพื่อเอาหน้าตา มีเท่าไหร่ใช้หมด เน้นวัตถุนิยมเป็นหลัก โดยรวมเซี่ยงไฮ้จัดว่าเป็นเมืองหน้าเที่ยว แต่เสียอย่างเดียว ทั้งเมืองเต็มไปด้วยหมอกควัน ทั้งในและนอกอาคาร ควันบุหรี่ และมลพิษ

Familialize with new changes

I already passed 2 weeks in new company. It is hard to adapt myself into new organization, new environment. Harder than what I thought (may be I’m older). This company is a big organization with various of sub-cultures. HR induction program can help me a lot in introducing me to all business units and company overview. I have very high stress in the first week since I don’t know how much they expected from me. I try my hard to understand people and come up with improvement plan. I have wrap up teleconference with my boss every week.
On the first Friday, he told me that don’t try to pressure myself to hard, just try to understand and meet all people. Changing too fast is not good to myself and organization. I’m totally agreed on his remark and my stress have been released a lot.
On the second week, I just focus on knowing people which make my life a lot happier. However, the ex-IT & finance manager expected fast action from me since he is quite fast and agressive type of person. I need to judge carefully which one I need to entertain  between my boss and ex-IT & finance manager (he got promoted to be board of management and quite powerful in the company). I decided to go for easy path, learning people and business before make a move. At the same time, I share my future plan to both of them to understand whether my recipe match their taste or not.
I still have my time until March since I need to present IT long term plan and roadmap to all global IT management team in Hanoi. I quite confident that I can do it within timeframe by using current approach.
However, I also aware that ex-IT & finance manager who would like to see some actions from me. Somehow, I think he is still doubt about my ability to be country IT manager and would like to challenge me. He is good and know a lot about IT stuff. But I may say sorry to him since I’m not his style and I will not follow his style in managing IT department here. I feel some wave moving in the deep blue sea. At the same time, I can feel group of alliances who willing to support me.
I alway think that if I’m a good mind person, there will be good thing to protect me.