Category Archives: Life Style

มาลองเป็นนักศึกษา MIT กันในหลักสูตร Blockchain

ช่วงเดือนมกราคม 2021 ที่ผ่านมา ผมกันเวลาวันละ 1 ชั่วโมงครึ่งให้กับการเข้าฟังหลักสูตรออนไลน์ ที่ใครๆก็เข้าร่วมเรียนได้ของ MIT ภายใต้ e-learning platform ที่ชื่อว่า MIT Open Course Ware (ตอนนี้ไม่น่าจะมีเรียนฟรีแล้ว) ข้อดีของ e-learning program คือ มี subtitle ให้อ่านตามและสามารถดูย้อยหลังได้ ไม่งั้นผมคงไม่รอด

โดยส่วนตัวผมมีความอยากรู้อยู่แล้วว่า มหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าเป็น Top 10 ของโลกเค้ามีการเรียนการสอนกันอย่างไร ยิ่งมีหลักสูตรเกี่ยวกับ Block Chain ให้เรียนด้วย ผมยิ่งอยากลองเข้าไปใหญ่เลย

ต้องยอมรับเลยว่าหลักสูตรการเรียนของ MIT แตกต่างจากหลักสูตร e-learning ที่ผมเคยเรียนมา มันเป็นการถ่าย VDO เก็บบรรยากาศในห้องเรียนบรรยายโดยผู้สอน ซึ่ง course นี้ได้รับเกียรติจาก Gary Gensler เป็นผู้บรรยายหลักของหลักสูตรทั้งหมด (Gary เป็น senior advisor และ senior lecturer ของ MIT พึ่งได้รับแต่งต้ังเป็นประธาน กลต ของอเมริกาในยุคสมัยของประธานาธิบดี โจ ไบเดน) ผมทึ่งมากที่ผู้ทรงคุณวุฒิขนาดนี้ เสียสละเวลาและให้ความสำคัญกับการมาเป็นผู้สอนใน MIT และยิ่งไปกว่านั้น มีความรู้เรื่อง Block Chain อย่างลึกซึ้งอีกด้วย (ความลับอีกอย่างของหลักสูตรนี้ คือ Gary มีฝาแฝดหน้าเหมือนกันมาก และได้รับเชิญมาเป็นแขกในห้องเรียนคาบหนึ่งด้วย)

Continue reading มาลองเป็นนักศึกษา MIT กันในหลักสูตร Blockchain

Positive thinking in life 2020

หนึ่งในหลักสูตรที่ทางบริษัทจัดให้กับผู้บริหารในการพัฒนา leadership skill ในปี 2020 คือ Mindfulness ซึ่งหมายถึงการรู้เท่าทันสติของตัวเอง ซึ่งองค์กรเชื่อว่ามีผลอย่างมากในการตัดสินใจและกระบวนการคิดของผู้บริหาร

ในหลักสูตรทุกสัปดาห์จะเริ่มต้นด้วยการนั่งสมาธิ รู้สึกถึงตัวเอง และความคิดของตัวเอง ด้วยหลักที่ว่าถ้าเรารู้เท่าทันสติของตัวเอง เราก็สามารถจะดึงตัวเองกลับมาจากความฟุ้งซ่านและจิตปรุงแต่งของเราได้ การจะทำเช่นนั้นได้ให้เป็นไปโดยอัตโนมัติคือ การฝึกฝนนั่นเอง สิ่งที่สอนเหล่านี้ในฐานะเมืองพุทธ คนไทยน่าจะเก่งในระดับแนวหน้าของโลก แต่หลักสูตรนี้ดันมาจากบริษัทโค้ชชิ่งต่างชาติ นั่งเรียนไปก็นึงขำไป ว่าฝรั่งมันคงตื่นเต้นกับการค้นพบนี้มากเลย แต่เรากลับเฉยๆ แต่ก็เรียนมันทุกอาทิตย์เผื่อจะได้อะไรใหม่ๆบ้าง

Continue reading Positive thinking in life 2020

สรุปหนังสือ: Cryptoassets

หนังสือเล่มนี้ให้อะไรมากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ เรียกได้ว่า Crypto currency 101 เลยก็ว่าได้ ใครได้อ่านเล่มนี้ก่อนเข้าวงการคริปโตถือว่าได้เปรียบเลย เพราะจะรู้จริง ทฤษฏีจะแน่นเปรี๊ยะ หนังสือเล่มนี้แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือ WHAT, WHY และ HOW ผู้เขียนเรียบเรียงข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดมาเป็นอย่างดีเยี่ยม อ่านจบแล้วจะทำให้เรารวยขึ้นในโลกของคริปโตรึเปล่า? ตอบเลย ‘ไม่ครับ’ แต่มันจะทำให้เราคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้นในการลงทุนในโลกของคริปโตครับ เรียกว่าลดความเสี่ยงในการขาดทุนในตลาดคริปโตได้ บางหัวข้อในเล่มผมว่าผมเจอประสบการณ์ตรงมาเลย ถ้าได้อ่านเล่มนี้ก่อนน่าจะลดความเสี่ยงของตัวเองได้เยอะ

บทแรกเริ่มจาก WHAT ทรัพย์สินคริปโต คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร?

ข้อคิดที่ผมได้จาก WHAT section

  • Bitcoin ถือกำเนิดหลังจากวิกฤตซัพไพร์มในสหรัฐ ซึ่งแสดงถึงจุดอ่อนในระบบการเงินแบบรวมศูนย์ ซึ่งเริ่มมาจากแนวคิดในการปลดแอกออกจากระบบการเงินที่มีผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะทุกคนรับรู้ถึงวิกฤตครั้งใหญ่ร่วมกันทั้งโลก อะไรที่มาก่อนเวลาที่เหมาะสมมักจะไม่ประสบความสำเร็จ
  • การที่จะทำให้ระบบใหม่เกิดขึ้นได้ มันก็ไม่ได้มีคุณธรรมในทุกย่างก้าวเสมอไป Bitcoin เริ่มต้นมีการใช้อย่างแพร่หลายในตลาดมืดที่เรียกว่า Silk Road ที่ซึ่งใช้ในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนที่ผิดกฏหมาย เพราะการออกแบบ decentralize network มีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการของมิชฉาชีพ คือ มีการเข้ารหัสและไม่สามารถสืบหาตัวตนได้ มีระบบการสร้าง block และขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ใช้ โดยไม่อิงกับสถาบันการเงินใดๆ (proof of work) และที่สำคัญคือเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ทำให้เกิด network effect ขึ้น
  • ความแพร่หลายจำเป็นต้องมีคนช่วยกระพือ ซึ่ง Bitcoin จริงๆแล้วเกิดขึ้นมาได้เพราะ Bloomberg นำเสนอข่าวออกไปจากวิกฤตการเงินอีกครั้งในไซปรัส และข่าวที่เป็น wake up call ให้กับคนทั้งโลกรู้จักบิทคอยท์คือ เมื่อจีนออกกฏหมายเกี่ยวกับ Crypto currency เป็นครั้งแรก เพราะเห็นโอกาสก่อนคนอื่นๆ จำไม่น่าแปลกที่จีนจะเป็นเจ้าโลกในการทำเหมืองคริปโตในเวลาต่อมา
  • การรับรู้ไม่เที่ยบเท่าการเข้าถึง การที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงและใช้งานได้มันต้องมีตัวเชื่อมมายังโลกปัจจุบัน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาใช้บิทคอยท์คือ บริษัท Mt. Gok ก่อตั้งในญี่ปุ่น ซึ่งเป็น exchange แรกของโลกที่ทำการซื้อขายบิทคอยท์ได้ แรกเป็นเงินในโลกปัจจุบันได้จริง
  • โลกของ Open source เติบโตได้เร็วกว่าโลกยุคก่อน เพราะทุกๆคนสามารถเอา source code ที่มีอยู่มาพัฒนาให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เช่น ทุกคนเห็นจุดอ่อนของ Bitcoin ที่ใช้เวลาในการสร้างบล๊อคใหม่ด้วยเวลา 10 นาที ไม่เหมาะสมในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงมีคน copy source code ของ Bitcoin และไปต่อยอดทำให้สร้าง block ใหม่ด้วยเวลาที่น้อยกว่า เช่น Lite Coin หรือการที่ Bitcoin ออกแบบมาให้เป็นสกุลเงินดิจิตอลเทียบเท่าทองคำ ทำให้ไม่สามารถรองรับหรือทดแทน ธุรกรรมการเงินต่างๆในโลกปัจจุบันได้ ทำให้เกิด Smart Contract platform ขึ้นมาเป็น Ethereum และสามารถทดแทนบริการการเงินต่างๆของธนาคารในปัจจุบัน สู่โลกของ Cryptoasset

ข้อคิดที่ผมได้จาก WHY section

  • หัวใจสำคัญของบทนี้คือ คำตอบที่ว่าทำไมโลกถึงยอมรับ Crypto currency เป็นทรัพย์สินทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การอธิบายทฤษฏี Modern Portfolio Theory (MPT) อย่างละเอียดเข้าใจง่ายว่า คนสมัยก่อนลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดทุน และตลาดตราสารหนี้ (Bond) เพราะ 3 ปัจจัยหลักคือ Standard deviation, Sharp ration และ correlation ที่สวนทางกัน เมื่อตลาดทุนมีความเสี่ยงมาก หรือเริ่มไม่ทำกำไร เงินทุนทั้งหมดก็จะถูกย้ายมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อลดความเสี่ยง แต่สิ่งที่ค้นพบในทฤษฏียุคใหม่คือ ตลาดคริปโตมีผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นในตลาดทุน แถมยังมี correlation ที่ไม่สัมพันธ์กับตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ 3 เป็นตัวเลือกใหม่ในการลงทุนทำให้ portfolio มีความเสี่ยงต่ำลง และให้ผลตอบแทนโดยรวมที่สูงขึ้นอีกด้วย เป็น new asset class ที่โลกยอมรับแล้วในปัจจุบัน
  • จากนี้ไปต้องคอยติดตามพฤติกรรมของตลาดคริปโตให้ดี เนื่องจากพอโลกยอมรับมันแล้ว ทุกๆประเทศจะค่อยๆเปิดรับมัน และผลที่ตามมาคือ จะเริ่มมีกฏ กติกาต่างๆออกมาจากภาครัฐ ความผันผวนของราคาจะค่อยๆแคบลง เพราะเหรียญต่างๆจะเข้าสู่ Matuarity stage จะเห็นราคาเหวี่ยง 1000 เท่าน้อยลง จนทำให้ correlation กับตลาดทุนจะเริ่มมีมากขึ้นเนื่องจากกฏกติกาภาครัฐ ข้อดีคือพวกต้มตุ่น และฟองสบู่คริปโตจะลดลงด้วย

ข้อคิดที่ผมได้จาก HOW section

  • ทำให้เข้าใจถึงวิธีการวัดมูลค่าในตลาดคริปโตมากขึ้น ว่า มันไม่เหมือนตลาดหุ้น และจะใช้ technical analysis หรือการดูปัจจัยพื้นฐานเหมือนหุ้นมาวิเคราะห์เหรียญเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเป็นตลาดที่เกิดมาใหม่มาก ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆเฉพาะทางประกอบด้วย
  • เหรียญคริปโตแต่ละเหรียญจะดังและมีราคาได้จะต้องมีจุดขายทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ ลอกเลียนแบบได้ยาก ต้องอย่าลืมหัวใจของคริปโต คือการขายนวัตกรรม ความคิดจากอากาศ ไม่ได้มีมูลค่าพื้นฐานของทรัพย์สินเหมือนหุ้น ซึ่งนวัตกรรมในโลกคริปโตจะเขียนไว้ใน White paper เราต้องสามารถเข้าใจให้ได้ว่านวัตกรรมของเหรียญใดเหรียญหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ pain point เรื่องอะไร และเรา buy-in กับสิ่งที่เขียนไว้หรือไม่ ถ้าไม่ make sense สักวันมันก็จะตายหายไป อีกประเด็นคือเรากำลังเล่นกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าไม่มี roadmap ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เหรียญนั้นก็อาจถูกทดแทนด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กว่าในอนาคตได้ เหมือนกับ DeFi ที่กำลังเขย่าตลาดคริปโตในปัจจุบัน ทำให้เหรียญเก่าๆตกอันดับกันหมดเลยทีเดียว
  • เราสามารถหามูลค่าของเหรียญได้ โดยดูจาก market cap, จำนวนเหรียญที่ supply อยู่ในตลาด จำนวนผู้ใช้ที่ถือยึดครองเหรียญ และจำนวนเหรียญที่จะเกิดใหม่จากการทำเหมืองในอนาคต รวมถึง geographic ในการครอบครองเหรียญซึ่งจะทำให้เห็นว่าเหรียญมีความเป็น decentralize มากน้อยแค่ไหน โดยการครอบครองเหรียญต้องดูละเอียดลงไปถึง จำนวน Miner, hash rate และจำนวน blockchain transaction ด้วย
  • Developer ของเหรียญนั้นๆก็มีความสำคัญ แต่เป็นปัจจัยที่ดูยาก เหรียญยอดนิยมจะดึงดูด developer เพราะผลตอบแทนดี และจะทำให้เหรียญเหล่านั้นพัฒนาต่อเนื่องไปตาม roadmap ได้ง่าย หนังสือเล่มนี้ยังอธิบายถึงการระดมทุนในตลาดคริปโตอีกด้วย

ข้อดีของตลาดคริปโต คือมีวิธีทำกำไรได้หลายแบบ สุดท้าย คุณต้องตัดสินใจว่าคุณเหมาะกับวิธีการทำเงินแบบไหน ซึ่งหลักๆมีดังนี้คือ

  • การซื้อขายเก็งกำไรเหมือนในตลาดหุ้น
  • การทำเหมืองเพื่อขุดเหรียญต่างๆ (Mining)
  • การฝากเหรียญเพื่อกินดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าทางธนาคาร (Staking)
  • การสร้าง MasterNode เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคริปโต ecosystem
  • การปล่อยกู้เหรียญผ่าน liquidity pool
  • สะสมเป็นรูปแบบของ NFT

เล่มนี้ผมให้ 5 ดาวครับ

สรุปหนังสือ: Stephen Hawking เรื่อง Brief Answers to the Big Questions – คำถามที่ทุกคนบนโลกสงสัย

“เอาไปเลย 5 ดาวสำหรับเล่มนี้ “

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นหนังสือที่อธิบายได้ดีมาก Stephen พยายามจะอธิบายด้วยการเล่าเรื่องที่ไม่อ้างอิงถึงสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และพยายามอ้างถึงทฤษฎีให้น้อยที่สุดเพื่อจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่าย หรือเข้าใจได้บ้าง ตัวผมเองไม่ได้มีความรู้ทางด้านดาราศาสตร์ หรือ Physics เท่าไหร่ เหมือนเราๆท่านๆทั่วไปก็พออ่านและเข้าใจแนวคิดที่ Stephen พยายามนำเสนอให้พวกเราคิดตามได้บ้าง

 

ถึงแม้ว่าเหตุและผลที่อธิบายไว้จะสามารถโน้มน้าวให้ผมเชื่อในแนวคิดของเขา แต่ผมก็ยังไม่สามารถสลัดความเชื่อในเรื่องศาสนาพุทธที่มีอยู่ได้ ผมเลยต้องพยายามผสมผสานความเชื่อส่วนตัวกับแนวคิดตามหลักวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จนกลายมาเป็นการมโนต่อยอดในบทความนี้ มีบล๊อคอื่นๆที่เขียนรีวิวสรุปคำตอบของทุกคำถามได้ดีมากๆอยู่แล้ว รวมถึงมีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์อีกด้วย แต่คำตอบที่ Stephen ตอบในหนังสือเล่มนี้ถึงจะเติมเต็มคำตอบทางวิชาการปัจจุบันได้ แต่ยังขัดความรู้สึกส่วนตัวของผมและชาวพุทธอีกหลายคนกับสิ่งที่เคยได้รับการปลูกฝังมาในอดีต การมโนต่อของผม ก็เพียงเพื่อเก็บเอาไว้อ้างอิงว่าผมมีความเชื่ออย่างไรบ้างกับคำตอบของคำถามที่คนทั้งโลกอยากรู้ในทุกยุคทุกสมัยแต่ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เรามาติดตามดูทีละคำถามในหนังสือเล่มนี้กันเลย

Continue reading สรุปหนังสือ: Stephen Hawking เรื่อง Brief Answers to the Big Questions – คำถามที่ทุกคนบนโลกสงสัย

สรุปหนังสือ: ข้อคิดจากหนังสือ Principle ของ Ray Dalio

หนังสือเล่มนี้เล่าถึงประวัติ มุมมอง และวิธีใช้ชีวิตของ Ray Dalio มหาเศรษฐีทางด้านการเงินและการลงทุนของอเมริกา เมื่อคนๆหนึ่งมาถึงจุดสูงสุด มีเงิน มีบ้าน มีรถ และทุกๆอย่างมากเกินพอที่หลายๆคนใฝ่ฝัน การยืนอยู่บนจุดสูงสุดบวกกับประสบกาณ์ชีวิตที่นำพาให้เขามาถึงจุดที่น้อยคนจะไปถึงนั้นทำให้เขาเห็นโลกในมุมมองที่ต่างไปอย่างไร?

ก่อนที่จะได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมไม่รู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวของ Ray เลย รู้แต่เพียงว่า หนังสือชื่อ Principles เป็นหนังสือ Top Seller ของปี 2020 แข่งคู่กันมากับหนังสือ Sapiens ของ Yuval Noah เลยซื้อมาทั้ง 2 เล่มและกะว่าจะใช้เวลาอ่านในช่วง Work From Home ไปวันละนิด โดยเริ่มจาก Principles ก่อน เป็นหนังสือที่ Ray ถ่ายทอดชีวิตของเขาอย่างหมดเปลือก แบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว โดยหนังสือแบ่งเป็น 3 ส่วน (ประวัติชีวิต, หลักการดำเนินชีวิต และหลักการที่ใช้ในการทำงาน)

Continue reading สรุปหนังสือ: ข้อคิดจากหนังสือ Principle ของ Ray Dalio

สรุปหนังสือ Designing Your Life (ชีวิตออกแบบได้) พร้อมลองทำตามทีละขั้น

ปลายปี 2019 ผมได้มีโอกาสไปฟังสัมนาจากนักเขียน และอาจารย์ที่มีชื่อเสียงจาก Stanford (Bill Burnette) ซึ่งเดินทางมาเมืองไทย ผู้เป็นเจ้าของหนังสือชื่อ Designing Your Life เหตุผลลึกๆในใจคือผมเริ่มเบื่อชีวิตการทำงานประจำ และรู้สึกว่าตัวเองขาด passion ในการทำงาน และหวังว่าผมคงจะได้คำตอบจากการสัมนาครั้งนี้ เพราะเชื่อเหลือเกินว่าหลายๆคนคงจะมีความคิดแบบผม เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีบทความเกี่ยวกับเรื่อง Burn-Out Syndrome (ภาวะหมดไฟทำงาน) กระหน่ำลงบนโลกโซเชียลเยอะมาก คำตอบที่ได้จากการสัมนาและหนังสือซึ่งผมซื้อมาอ่านหลังจากนั้น สร้างความประหลาดใจให้ผมเป็นอย่างมาก คือ มันไม่มีหรอกครับ กับการที่จะค้นหา passion ให้ได้ก่อนแล้วเลือกงานตามแรงปรารถนานั้นๆ แต่เป็นการที่เราค่อยๆเปลี่ยนชีวิตเราเข้าหาสิ่งที่รักต่างหาก

Continue reading สรุปหนังสือ Designing Your Life (ชีวิตออกแบบได้) พร้อมลองทำตามทีละขั้น