วันนี้เป็นวันทำงานก่อนหยุดวันแรงงาน ไม่ได้จัดตารางประชุมอะไรพิเศษเลยถือโอกาสรื้อฟื้นความหลังว่าตั้งแต่เริ่มใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกจนถึงปัจจุบันมีอะไรบ้าง

วันนี้เป็นวันทำงานก่อนหยุดวันแรงงาน ไม่ได้จัดตารางประชุมอะไรพิเศษเลยถือโอกาสรื้อฟื้นความหลังว่าตั้งแต่เริ่มใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกจนถึงปัจจุบันมีอะไรบ้าง

ต้นเดือนมิถุนายน 2011 เป็นช่วงเวลาปิดเทอมสั้นของโรงเรืยน นาโน จีโน
ผมเลยลาพักร้อนหนึ่งวันเพื่อพาลูกกับกบไปเที่ยว Siam Paragon
ที่ Paragon มีลานสเก็ตน้ำแข็งเปิดใหม่ เลยพานาโนไปฝึกเล่น นาโนมีทักษะด้านกีฬา
หัดให้หนึ่งชั่วโมงก็เล่นได้ ทรงตัวได้เอง แต่ทำเราล้มเข่ากระแทกพื้นไปสองครั้ง
แต่ไม่เป็นไร สนุกมากหลังจากไม่ได้เล่นมา 10 กว่าปี
อาทิตย์ต่อมารู้สึกปวดหัวเข่า และปวดหลัง ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงปวดหลังและเข่าได้
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ถึงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นเพราะสเก็ต
ตอนนี้เข้าอาทิตย์ที่สอง หายปวดหลังแล้วแต่หัวเข่ายังรู้สึกเจ็บถ้าคุกเข่า หรือเอามือไปกด
ร่างกายรักษาตัวเองใช้เวลานานกว่าตอนเป็นวัยรุ่นมาก
นี่คงเป็นสัญญาณจากร่างกายบอกเราว่า เราเริ่มแก่แล้วจะผาดโผนเหมือนตอนหนุ่มไม่ได้ ต้องระวังตัวเองด้วย
ช่วงปี 2011 นี้ทุกอย่างมันดูยุ่งเหยิงไปหมด เคยเป็นไม๊? มันเหมือนคนมองภาพไม่ทะลุ ติดอะไรสักอย่าง
แต่ไม่รู้มันคืออะไร รู้แต่ว่าถ้ามีเวลานั่งคิดใช้เวลากับมัน ต้องคิดออกแน่ๆ
แต่ก็ขี้เกียจคิด ดูจากสภาพทั่วไป เราน่าจะยังรักษาแผนการเงินไว้ได้ดี แต่ดูเหมือนเงินมันไปอยู่ไหนหนา
ทำไมไม่งอกเงยอย่างที่คิดเอาไว้ ถ้าลองดูละเอียดลงไปทีละองค์ประกอบ มนุษย์เงินเดือนก็จะคิดได้ดังนี้
ปัญหาของผมคือ ต้องวางแผนลงทุนต่อจากนี้ยังไงให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ต่อปีเป็นอย่างน้อย โลกมันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ทุกอย่างมี cycle ของมัน เงินลงทุนระยะยาวข้างต้นติดล๊อคทั้งหมด รอชะตากรรมเป็นผู้ตัดสินว่า เงินทั้งหมดที่ออมไว้จะกำไรหรือขาดทุน
ถ้าอย่างนั้นจะทำยังไง เพื่อจะให้เกิดเงินทบต้นจำนวน 50 ล้านจากนี้ไป 14 ปี? ถ้าระบบเศรษฐกิจยังคงเป็นแบบนี้ไม่ถึงเส้นชัยแน่ๆ
ยังพอมีหวังครับทำตามนี้เลย เรียกว่าการจัด investment portfolio
หมั่นตรวจสอบกำไรในทุกๆก้อนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการบันทึกค่าใช้จ่ายและรายรับ เปรียบเที่ยบกับเป้ารายปี ผมทำใน Excel แบ่งเป็น 3 sheet ดังนี้
ส่วนมากที่ทำกำไรต่ำกว่า 15% เพราะใจไม่แข็งพอ ไม่เชื่อสัญชาติญาณตัวเอง เมื่อไหร่รู้สึกทะแม่งๆ คิดดูอีกที แต่ก็อย่างขี้ตกใจเกินเหตุ รวมถึงค่าใช่จ่ายที่ไม่ได้คาดคิดต่างๆ
ตอบคำถามที่มีอยู่ในหัว และตัดสินใจให้ทันเดี๋ยวนี้ตลาดขึ้นลงเร็ว คนตกรถกันบ่อย ที่สำคัญ ไม่มีใครรู้อนาคต แต่อนาคตขึ้นอยู่กับการตัดสินใจต่อไปของคุณเอง

ตอนนี้ทุกเสาร์อาทิตย์ เป็นเสมือนวันทำงานให้ลูกรัก
เริ่มต้นเช้าของวันด้วยการพาทั้งสองคนไปว่ายนำ้ที่สโมสร
จีโน่เรียนว่ายนำ้กับครู ส่วนนาโนเรียนว่ายนำ้กับคุณพ่อ
สายๆ กลับจากว่ายนำ้ก็จะพาทั้งสองคนไปเรียนการปั้นดินวิทยาศาสตร์ที่ ClayWorks
กินข้าวเที่ยงเสร็จกลับมาชิวๆที่บ้านประมาณบ่ายสอง เล่น UNO เกมส์โปรดของลูก
สี่โมงครึ่งพานาโนไปเรียนฟุตบอลจนถึงหนึ่งทุ่ม กินข้าวเย็นและกลับบ้านประมาณสองทุ่มครึ่ง
เสาร์อาทิตย์งานหนักกว่าที่บริษัทอีกแฮะ
ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้เขียนบล๊อก เป็นเวลาเกือบปี ตั้งใจว่าจะเลิกเขียนแต่ก็เวียนกลับมาอีกครั้งเพราะ Microsoft convert Live spaces ให้กลายเป็น WordPress เนื่องจาก Live spaces เป็นธุรกิจของ Microsoft ที่ไปไม่รอด นับว่าเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าได้ดี พร้อมทั้งแนะนำวิธีการ Migrate content ให้ด้วย
WordPress เป็นหนึ่งในแอพที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการทำบล็อก ผมอยากรู้ว่าทำไม WordPress ถึงดัง เลยกลับมาลองดูสักตั้ง มาดูกันว่าปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นกลับชีวิตบ้าง
1. ตัดสินใจเอาพนักงานในแผนกออกไป3คน
2. ขึ้นศาลแรงงานเป็นพยานฝ่ายจำเลยข้อหากลั่นแกล้งและทำให้พนักงานต้องออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม
3. พาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก(ฮ่องกง)
4. ซื้อจี้เพชรเป็นของขวัญปีใหม่ให้ภรรยา 3.3+3.3กะรัต ภรรยายังคงใส่มันทุกวัน จนถึงวันนี้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก
5. มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมูลค่า 1.5 ล้านตอนต้นปีซึ่งเกิดจากฝีมือการบริหารเงินด้วยตัวเอง(ภายใน 7 ปีที่อยู่กับโฟร์โมสต์ เนื่องจากเป็นแบบ employee choice ให้พนักงานบริหารเงินเอง)
6. ผ่านการทดลองงานในบริษัทใหม่ด้วยคำแนนท่วมท้น
7. ได้อนุมัติให้มีเลขา(คนแรกในชีวิต)ตอนสิ้นปี
8. อาหงิ่นอาการทรุดลงมากหลังเปลี่ยนเครื่องกระตุ้นหัวใจใหม่ เครื่องใหม่ทำงานได้ดี แต่ที่ทรุดเนื่องจากอาการอัลไซเมอร์
9. ต่อเติมห้องโฮมเทียเตอร์ใหม่และจอแอลซีดี
10. ได้รถประจำตำแหน่งเป็นรุ่นที่ภรรยาใฝ่ฝันคือ Honda accord สีเงิน