Category Archives: Life Style

Geno water color works

จีโน่มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ พ่อแม่เลยพยายามหาที่เรียนให้ โดยเทคนิคสีน้ำถือว่าเป็น ขั้นก้าวหน้าของศิลปะและมีความยากมากๆ จากที่ดูงานศิลปะของจีโน่ทั้งหมด นี่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานจีโน่ที่ยังถ่ายภาพเก็บไว้ได้

รูปนี้จีโน่ยกให้ป้าไก่เป็นของขวัญวันเกิด ไปเยี่ยมป้าไก่ทีไรก็ยังเห็นแขวนเอาไว้อยู่ที่บ้านอย่าเลย

รูปนี้นำไปช่วงในงานประมูลเพื่อเอารายได้ส่วนหนึ่งไปทำบุญ ขายได้ 2000 บาท
รูปนี้นำไปช่วงในงานประมูลเพื่อเอารายได้ส่วนหนึ่งไปทำบุญ ขายได้ 2000 บาท

 

Perfect Masterpiece มีขั้นตอนการสร้างบ้านใหม่ยังไง

ผมตัดสินใจซื้อบ้านใหม่เมื่อเดือนมีนาคมปี 2012 โดยที่ยังเป็นที่ดินเปล่าอยู่เลย บ้านใหม่ก็อยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านปัจจุบันแต่ใหญ่ขึ้นนิดหน่อยเพื่อรองรับลูกๆที่โตขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังบ้านเสร็จก็ยังต้องตกแต่งภายในต่อ คงเข้าอยู่ได้ประมาณตุลาคม 2013 นี้แหละ ฉลองวันเกิดภรรยาด้วยบ้านใหม่ไปเลย เรามาดูกันว่าโครงการ Perfect Masterpiece เค้ามีขั้นตอนการก่อสร้างอย่างไร?มาดูกัน

April2012

เมษา 2012 เริ่มก่อสร้าง

บ้านผมสร้างเป็นหลังแรกของโครงการถ้าไม่นับบ้านตัวอย่าง เลยติดตามความคืบหน้าตั้งแต่ลงฐานราก

May2012

พฤษภา 2012 เริ่มเทพื้น

Continue reading Perfect Masterpiece มีขั้นตอนการสร้างบ้านใหม่ยังไง →

นาฬิกาที่แพงที่สุดในชีวิตของผม

lune retrogradeผมไม่เคยสนใจนาฬิการาคาแพงเลย และมองว่ามันฟุ่มเฟือยมาก ตั้งราคาสูงเกินความเป็นจริง นาฬิกาบางเรือนราคาล้านกว่าบาท ไม่เห็นมันจะวิเศษไปกว่านาฬิกาเรือนละหมื่นเลย ผมใส่นาฬิกาควอซท์มาตั้งแต่เด็ก ใช้ดูเวลาได้และเดินเที่ยงตรงดีราคาไม่กี่พันบาท ตอนเริ่มทำงานใหม่ๆ ก็เปลี่ยนมาใส่แทคฮอยเออร์ ราคาเป็นหลักหมื่น ตอนทำงานเป็นที่ปรึกษาในบริษัทดีลอยท์ ผมถึงเริ่มรู้จักว่า นอกจากนาฬิกาใส่ถ่าน นาฬิกาไขลาน แล้วมันยังมีนาฬิกาออโตเมติก ที่ไขลานเองโดยอาศัยการเคลื่อนไหวของมือ อยู่อีกด้วย นาฬิกาประเภทนี้จะมีราคาสูงกว่า นาฬิกาสองประเภทแรกที่ผมรู้จัก พอเริ่มเปลี่ยนงานมาทำงานที่โฟร์โมสต์ ตอนนั้นพ่อผมเริ่มเกษียณตัวเอง และมอบนาฬิกาโลเร็กซ์ให้ผม ผมก็เริ่มเปลี่ยนมาใส่นาฬิกาออโตเมติกแทน ผมทราบมาว่าราคามันประมาณแสนกว่าบาท แต่ความรู้สึกก็ไม่เห็นว่ามันควรจะมีค่ามากถึงขนาดนั้น ต้องมานั่งไขลานถ้าไม่ได้ใส่ข้ามวัน และตั้งเวลาปฎิทินใหม่ทุกเดือน

 

ผมเริ่มเปลี่ยนงานอีกครั้งเข้ามาทำงานที่บริษัทที่ทำด้านกระจายสินค้า บริษัทนี้มีกลุ่มธุรกิจสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย ซึ่งผมมีเพื่อนทำงานในกลุ่มธุรกิจนี้ เลยถามว่าทำไมนาฬิกาที่ขายอยู่มันถึงแพงจัง เขาก็ตอบว่ามันทำด้วยช่างฝีมือโดยไม่อาศัยเครื่องจักร บางเรือนมีกลไกที่ซับซ้อนใช้เวลาในการผลิตนานกว่าจะได้หนึ่งเรือน ฟังดูมันก็ยังไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ และผมยังคิดว่ามันเป็นสินค้าที่ค้ากำไรเกินควรอยู่ดี แต่ความรู้เรื่องนาฬิกาของผมจากไม่กระดิกหูเลย ก็เริ่มพอกพูนมากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มสนใจนาฬิกาที่มีการออกแบบเป็นเอกลักษณ์ ผมเข้าไปอ่านคอมเมนท์ในแอพพลิเคชั่นชื่อ Fancy เป็นแอพที่ทุกคนจะนำภาพที่มีของสวยงามหรือมีการออกแบบที่โดดเด่นมาแชร์กัน มีคนหนึ่งถามคำถามเหมือนที่ผมคิดไว้ในใจเลยว่าทำไมนาฬิกาเรือนเล็กๆถึงได้มีราคาแพงขนาดนี้ได้ ผมสนใจที่อยากรู้คำตอบทันที คนตอบก็ตอบได้ดีมากว่า

Continue reading นาฬิกาที่แพงที่สุดในชีวิตของผม →

เทวดาคุ้มครอง สิ่งที่ผมหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้

ผมมีความเชื่อเสมอว่าถ้าเราทำดี จะมีสิ่งที่ดีๆเกิดขึ้นกับเราเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องร้องบอกใคร อย่างน้อยเทวดาย่อมรู้และคอยคุ้มครองเราให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง มีเหตุการณ์อยู่หลายเหตุการณ์ที่ผมประสบและหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ผมจะบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ยังจำได้ 4 เหตุการณ์ด้วยกันซึ่งผมยังคงสงสัยจนทุกวันนี้ว่ามันเป็นความบังเอิญหรือเกิดจากสิ่งเหนือธรรมชาติกันแน่

angel                

เทวดาช่วยที

สมัยที่ผมยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ผมได้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยไปแข่งขันวงสตริงชิงแชมป์ประเทศไทยในรายการ โค้กมิวสิคอะวอรด์ ทีมผมเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดฝีมือของมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้ ยกเว้นตัวผม  ซึ่งตอนนั้นอาสาเล่นเบสกีต้าร์ให้ เนื่องจากมือเบสคนเก่าก็รู้สึกเหมือนกันว่าจะเป็นตัวถ่วงวงเพราะฝีมือห่างชั้นกับคนอื่นในวงมาก เลยขอถอนตัว จริงๆแล้วฝีมือเค้าก็ไม่ได้แย่ไปกว่าผมเลย แต่ผมคว้าเอาโอกาสนั้นมาเพราะเห็นว่าน้อยคนนักที่จะมีโอกาสเช่นนี้  การแข่งขันในรอบคัดเลือกผ่านไปด้วยดี และได้เข้ารอบลึกที่จะชิงแชมป็ประเทศไทย โดยต้องไปแสดงที่เวทีหน้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (เซ็นทรัลเวิลด์ปัจจุบัน) หลังผ่านรอบคัดเลือกไปไม่นาน สมาชิกในวงก็ทะเลาะกันทำให้เราไม่ได้ซ้อมเตรียมตัวแข่งรอบชิงชนะเลิศเลยและเกือบจะถอนตัวออกจากการแข่งขัน

Continue reading เทวดาคุ้มครอง สิ่งที่ผมหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ →

Review: The Philosophy book

สมัยเด็กๆ เคยมีวิชาเรียนที่เหมือนยาขมไม๊? คือเรียนเท่าไรก็ไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจ ผมมีอยู่ 3 วิชา คือ ปรัชญา, จิตวิทยา และบัญชี ทั้งสามวิชานี้คือวิชาที่ผมเคยได้เกรด “F” ในอดีตถ้าจำไม่ผิด สำหรับบัญชีผมพยายามสู้กับมันตั้งแต่ปริญญาตรี ยันจบปริญญาโท แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร ส่วนสองวิชาที่เหลือไม่ค่อยได้ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็เลยทำเป็นลืมไปเลยว่ามีศาสตร์นี้อยู่ในโลก จนเมื่อสองอาทิตย์ก่อนต้องไปสัมมนาที่สิงค์โปร์ ขากลับมาถึงสนามบินก่อนเวลาเลยแวะไปหาหนังสืออ่านเล่นๆ ไปสะดุดกับหนังสือซีรี่ย์ชุดหนึ่งซึ่งใช้ภาพ และแผนผังอย่างง่ายๆในการเล่าเรื่อง วิธีการนี้เริ่มแพร่หลายในการเรียนรู้ของพวก Gen-Y ครับ แนวเทือกๆ mind mapping ทำนองนั้น ก็เลยลองพลิกดูปรากฏว่าเข้าใจได้ไม่ยาก เท่าที่เห็นหนังสือซีรี่ย์ชุดนี้มันยังคงออกมาเรื่อยๆครับ มีเป็นสิบๆเล่มเลย น่าสะสมเหมือนสารานุกรม ที่โชว์ในร้านหนังสือก็มีอาธิเช่น

  • The Philosophy book
  • The Psychology book
  • The Economic book

สงสัยคนอื่นก็เห็นวิชาพวกนี้เป็นยาขมเหมือนผม แต่ไม่ยักกะเห็น The Accounting book ในซีรี่ย์นี้ (สงสัยมีผมโง่บัญชีคนเดียว) ตอนนั้นสองจิตสองใจว่าจะซื้อทั้ง 3 เล่ม หรือซื้อมาลองอ่านก่อนเล่มเดียว เพราะไม่แน่ใจว่าเราหลงรักดีไซน์ของหนังสือหรือ อย่างรู้จักมันจริงๆ สุดท้ายตัดสินใจเลือกซื้อ The Philosophy book มาก่อนเล่มเดียว

แล้วผมเรียนรู้อะไรจากหนังสือเล่มนี้บ้าง ที่น่าสนใจ?

  • ปรัชญาเกิดมาจากการตั้งคำถามว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร, โลกและสรรพสิ่งเกิดมาได้อย่างไร, อะไรคือความสุขที่แท้จริง อะไรคือเป้าหมายของชีวิต?
  • มีคนที่สนใจศึกษาความหมายนี้ทั้งที่เป็นปัจจัยภายนอก และภายในจิตใจของเราเอง จิตและร่างกายแยกออกจากกันเป็นเอกเทศ ทำให้เริ่มมีการศึกษาเรื่องจิตอย่างจริงจัง เป็นต้นกำเนิดสู่วิชา Phychology
  • พิธากอลัสเป็นชื่อนักปราชญ์สมัยโบราณที่เชื่อว่าทุกสิ่งอย่างในจักรวาลสามารถอธิบายได้ด้วยคณิตศาสตร์ (Rules and Ratio) เป็นต้นกำเนิดสู่วิชา Physic
  • พระพุทธเจ้าถือว่าเป็นหนึ่งในนักปราชญ์สมัยโบราณที่ศึกษาเรื่องภายในจิตใจจนค้นพบมรรคแปด และวิถีการหลุดพ้นอื่นๆ พระพุทธเจ้ารู้จัก อีโก้ก่อนซิคมุน ฟรอยด์ มาเป็น 100 ปีเลย
  • แนวคิดทางปรัชญาเป็นต้นกำเนิดของ Academy โดยขงจื้อที่ต้องการถ่ายทอดความรู้ของการเป็นคนดี และกลายมาเป็นระบบมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน
  • รูปแบบของปรัชญาแตกแขนงจากความเชื่อทางศาสนาในยุคแรกๆ สู่การใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้กฏกติกา และนำมาสู่ระบบการเมืองต่างๆ จนถึงสิทธิทางสังคมในปัจจุบัน
  • มนุษย์แตกต่างจากสัตว์เพราะรู้จักการต่อรองและแลกเปลี่ยน ซึงพัฒนามาเป็นระบบเศรษฐกิจในแบบต่างๆ รวมถึงเงินที่ใช้เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน เป็นต้นกำเนิดวิชาเศรษฐศาสตร์ Economic

ต้องบอกไว้ก่อนว่าหนังสือชุดนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากรู้จักว่าปรัชญาคืออะไร มันเป็นหนังสือไว้สร้างแรงบรรดาลใจ เพื่อให้รักแนวคิดเกี่ยวกับปรัชญา การตั้งคำถาม ไม่ใช่นักปรัชญาตัวจริงอ่าน เป็นเหมือนน้ำจิ้มที่หยิบเอาแนวคิดของนักปรัชญาในแต่ละยุคมาเล่าสู่กันฟังแบบผิวๆ หลังจากผมอ่านหนังสือเล่มนี้ผมถึงรู้ว่าปรัชญา คือวิชาที่ว่าด้วยการตั้งคำถามกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ที่ยังไม่มีมนุษย์คนใดหาคำตอบได้จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้จะมีคนคิดค้นทฤษฎีขึ้นมากมาย เช่น จักรวาลเกิดขึ้นได้ยังไง, ตายแล้วไปไหน เป็นต้น ซึ่งมันทำให้เกิดวิชาแขนงใหม่ๆขึ้นมากมายในอดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนตัวผมว่าหนังสือเล่มนี้คุ้มค่าทำให้ผมเข้าใจในวิชาที่ผมไม่เคยเข้าใจในอดีตไม่มากก็น้อย ถึงแม้แนวคิดของนักปราชญ์บางคนจะยากและลึกซึ้งเกินกว่าผมจะตามทันก็ตาม สำหรับการ review หนังสือเล่มแรกของผม ผมให้ 4 ดาวครับสำหรับเล่มนี้ สิ่งที่ผมไม่ค่อยถูกใจ คือการร้อยเรียงแนวคิดในลักษณะ time line ที่หยาบเกินไปไม่สอดคล้องกับเนื้อหาเท่าไหร่ ทำให้ปะติดปะต่อไม่ค่อยได้

ห้องอบไอน้ำ โลกใบใหม่

คนเราเมื่อชีวิตผ่านไปก็อาจแวะเวียนไปพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เสมอ ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วแต่ถ้าเราไม่แวะเวียนเข้าไป เราก็ไม่มีโอกาสที่จะรู้จักมันเลย ว่ามันมีรายละเอียดอื่นๆอีกเยอะที่รอให้เราได้เรียนรู้ เหมือนกับประสบการณ์การซื้อเพชร และทองแท่งครั้งแรกในชีวิตที่เคยเล่าให้ฟังในอดีต เราจะไม่มีวันรู้เลยว่ามันมีมาตรฐานการตรวจสอบ และการจัดเกรดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค

เมื่อเร็วๆนี้ผมได้มีโอกาสใช้งานห้องอบเซาว์น่า กับห้องอบไอน้ำที่สโมสรของหมู่บ้าน แรกๆก็งงๆอยู่เหมือนกันว่าเขาใช้กันยังไง ก็เลยเริ่มจากห้องเซาว์น่าก่อนเพราะเป็นห้องที่เราเคยได้ยินชื่ออยู่แล้ว และเป็นที่นิยม รู้ว่าต้องเข้าไปนั่งเพื่อให้รูขุมขนขยายตัว และไปอาบน้ำเย็นให้รูขุมขนหดตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อขับของเสียออกจากร่างกายโดยการบีบตัวของรูขุมขน และเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อผิวหนังอีกด้วย แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยชอบเพราะอากาศในห้องแห้งมาก หายใจลำบาก ก็เลยลองไปใช้บริการห้องอบไอน้ำข้างๆดู ลักษณะการใช้งานโดยทั่วไปเหมือนกับเซาว์น่า แต่มีรายละเอียดเยอะกว่าตรงที่ห้องเต็มไปด้วยความชื้นจากไอน้ำ 100เปอร์เซนต์ โดยที่อุณหภูมิห้องโดยรวมจะต่ำกว่าเซาว์น่า อยู่ที่ประมาณ 43 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนจนเกินไป พอหายใจได้ ปกติควรจะอยู่ในห้องคราวละ 10 นาทีก่อนไปอาบน้ำเย็น แต่ผมเป็นมือใหม่จึงเข้าออกเร็วกว่านั้น สิ่งที่รู้สึกได้ในรอบแรกคือผิวหนังนุ่มขึ้น และเส้นผมก็นุ่มขึ้นด้วย น่าจะเหมือนการอบไอน้ำเส้นผมของผู้หญิง ตอนเข้ามานั่งรอบสองหลังจากแช่น้ำเย็น ผมจะนำเกลือเกล็ดหยาบที่มีเตรียมไว้ให้ในห้อง มาขัดผิวโดยเฉพาะบริเวณเท้า ซึ่งปกติผมจะรู้สึกคันและต้องเกาเมื่อกลับบ้านตอนเย็นๆหลังกลับจากที่ทำงานของทุกวัน แต่เมื่อขัดเกลือจะรู้สึกว่าอาการคันจะหายไป คงเป็นเพราะเกลือช่วยขับผิวหนังที่สกปรกให้หลุดออกและฆ่าเชื้อโรคบางชนิดที่ผิวหนังได้ แต่ละครั้งผมจะพยายามเข้าห้องอบไอน้ำอย่างต่ำประมาณ 2-3 รอบ และจะพยายามทำให้ได้ทุกเดือน โดยส่วนตัวผมชอบห้องอบไอน้ำมากกว่าเซาว์น่า และโชคดีที่สโมสรหมู่บ้านมีไว้ให้ลอง เพราะผมคงไม่กระเสือกกระสนไปทดลองแบบเสียตังค์ที่อื่นเป็นแน่