Category Archives: Travel

จอยทัวร์ไปเกาหลี A Plane to Busan

ช่วงวันหยุดสิ้นปีจะเป็นเวลาของครอบครัวที่ผมจะพักผ่อนโดยการหาทริปไกลๆไปเที่ยวกัน ปีนี้เราเลือกจะไปเกาหลีกัน เนื่องจากทุนทรัพย์เริ่มเหลือน้อย เพราะนำเงินไปโปะค่าผ่อนบ้านเป็นหลักโดยตั้งเป้าไว้ว่าจะปลดหนี้บ้านทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2018 จีโน่ขอว่าอยากไปเล่นหิมะ เพราะติดใจจากทริปที่อเมริกา และญี่ปุ่นในปีก่อนๆ ผมจึงต้องเลือกประเทศที่ใกล้ที่สุดที่มีหิมะ จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ เกาหลีจึงเป็นคำตอบสุดท้าย

ตอนแรกก็ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะตีตั๋วไปกันเองหรือซื้อทัวร์ดี เพราะงบน้อยมาก แต่พอเช็คค่าตั๋วเครื่องบิน 4 คน ตกคนละ 14,000 บาท ยังไม่รวมที่พักและอาหารเลย เมื่อเทียบราคากับแพ็คเกจทัวร์แล้วตกคนละ 14,500 บาทรวมอาหาร และที่พัก 4 วัน 2 คืน (คือประหยัดที่พักโดยการนอนบนเครื่องบินพอลงสนามบินก็เริ่มเที่ยวเต็มวันเลย) ที่สำคัญในโปรแกรมทัวร์มีพาไปเล่นที่สกีรีสอร์ทด้วย แต่เป็นปูซานนะ ไม่ใช่กรุงโซล และก็เป็นครั้งแรกของครอบครัวที่จะไปเกาหลีด้วย ไม่ได้รู้จักหรืออยากไปที่ใดเป็นพิเศษ ให้ทัวร์พาไปตามจุดท่องเที่ยวต่างๆก็ไม่เลว ไม่ต้องวางแผนเองด้วย แต่ก็เตรียมใจไว้ละว่าจะต้องถูกพาไปแวะตามร้านค้าที่ทัวร์ทำสัญญาไว้ เพราะรัฐบาลและร้านค้าพวกนี้สนับสนุนค่าใช้จ่ายของทัวร์ทำให้ แพ็คเกจทัวร์ถูกมากนั่นเอง

หลังจากลงเครื่อง ทัวร์ไกด์คนไทย คุณโบ ที่ประจำอยู่ที่ปูซานก็เช็คจำนวนลูกทัวร์ พอครบแล้วก็ขึ้นรถบัสและเริ่มเดินทางไปจุดท่องเที่ยวแรกกันเลยคือ หมู่บ้านกัมชอน เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ถูกตกแต่งให้มีสีสรรหลากสีน่ารัก เหมาะแก่การเป็นโลเคชั่นในการถ่ายภาพ ถ่ายหนัง มีร้านกาแฟน่ารักๆให้นั่งจิกกาแฟ ชมวิวบวกอากาศเย็นๆ ความสนุกของหมู่บ้านนี้ คือการตามหาโลเคชั่นในการถ่ายภาพตามจุดต่างๆของหมู่บ้านตามโปสการ์ดที่มีขายในร้านไปรษณีย์ แต่ทัวร์ของเราไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ผมก็ใช้วิธีเดินอิสระกับครอบครัวไปถ่ายรูปตามจุดต่างๆกับการตกแต่งน่ารักๆ ของหมู่บ้านก็สนุกแล้ว

Continue reading จอยทัวร์ไปเกาหลี A Plane to Busan

หลบฝนมาผึ่งแดดที่ Maldives

August 2017: เริ่มต้นมาจากตั๋วราคาถูกของ Air Asia ทำให้ทริปนี้เกิดขึ้นได้ โดยไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับมัลดีฟส์เลย พอได้ตั๋วมาคราวนี้ก็ต้องมาทำการบ้านกันใหญ่เลย ว่าจะพักที่ไหนดี? มีใครรีวิวที่พักที่ไหนบ้าง? จะตั้งงบประมาณทริปนี้เท่าไหร่ดี? มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? สรุปประเด็นหลักๆได้ดังนี้

  • มัลดีฟเป็นรีสอร์ทแบบ หนึ่งเกาะหนึ่งรีสอร์ท ถ้าใกล้สนามบินก็เดินทางได้ด้วย Jet boat ถ้าเป็นเกาะที่ไกลออกไปก็จะต้องเดินทางด้วยเครื่องบินน้ำซึ่งราคาแพงกว่าตั๋วจากกรุงเทพมามัลดีฟอีก
  • ถ้าไปเป็นแบบครอบครัว รีสอร์ตส่วนใหญ่จะไม่อนุญาตให้พักแบบ Water bungalow ได้ ต้องอยู่บนหาด
  • ที่พักส่วนมากจะให้อยู่ได้ไม่เกิน 2-3 คน หรือบางรีสอร์ทไม่อนุญาติให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 เข้าพักด้วยซ้ำ ของเราเป็นครอบครัว 4 คน ทำให้ตัวเลือกลดลงไปเยอะเลย เพราะเราอยากได้แบบห้องเดียวอบอุ่นๆ ที่สำคัญอยู่ห้องเดียวลดค่าที่พักต่อคืนลงมาได้เยอะ
  • ทุกอย่างที่มัลดีฟเสียภาษีเกาะ และอื่นๆอีก รวมแล้วประมาณ 22% ทำให้ทุกอย่างแพงไปหมด
  • เราสามารถเลือกแพคแกจของที่พักได้ว่าจะรวมอาหารเช้า หรือ เป็นแบบ half board หรือ full board (all inclusive เหมาะกับคนที่ต้องการความคุมค่า) ค่าใช้จ่ายรวมอาหารทุกมื้อไม่ให้บานปลาย แต่จริงๆแล้วก็ต้องเสียเงินค่ากิจกรรมทางน้ำต่างๆอยู่ดี
  • ในที่สุดเราก็เลือกที่ Sheraton Full Moon resort & Spa Maldives เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาวที่อนุญาติให้พัก 4 คนได้ จองผ่าน book.com ได้เรทที่ถูกกว่าแต่รวมแค่อาหารเช้านะ สำหรับคนที่คิดจะจองที่พักผ่าน book.com อยู่แล้ว คลิกตามลิ้งค์นี้จะได้ส่วนลด 550 บาทเมื่อเข้าพักเรียบร้อยแล้ว เชิญใช้ได้เลย https://www.booking.com/s/27_8/tickkv11
  • Maldives เวลาช้ากว่าไทยประมาณ 2 ชั่วโมง ไฟล์เราออกตอน 9:30am มาถึงสนามบิน Male เมืองหลวงของมัลดีฟส์ก็ประมาณบ่ายโมงตามเวลาของ Male บินประมาณ 4 ชั่วโมง

พวกเราเลือกเดินทางวันธรรมดา ก่อนลูกๆเปิดเทอม ขั้นตอน immigration ก็รวดเร็วมากเพราะคนไม่เยอะ พอเอากระเป๋าจากสายพาน ก็เดินตรงไปยัง counter ของ Sheraton เพื่อรอเรือ Jet boat มารับไปพร้อมกับแขกท่านอื่น เนื่องจากเกาะไม่ไกลจากสนามบิน มีเรือมารับทุกชั่วโมง เพียงแค่ไม่นานเราก็มาถึงเกาะ มี Welcome drink ให้เป็นน้ำกระเจี๊ยบ อร่อยดี แดดเปรี้ยงสะใจไปเลย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 31 องศา ลมเย็นพัดตลอด

Continue reading หลบฝนมาผึ่งแดดที่ Maldives

เซี่ยงไฮ้ หน้าตาของจีนสู่ประชาคมโลก

April 2011

อาทิตย์นี้ มาประชุม global IT meeting ของบริษัท ปีนี้จัดที่เซี่ยงไฮ้ ต้องยอมรับว่า เมืองของจีนเมืองนี้ทันสมัยมาก ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่ ทันสมัย สะอาด และค่าครองชีพก็แพงมากจนเว่อร์
ขากลับต้องนั่ง limo ของโรงแรมมาสนามบินเพราะต้องออกจากโรงแรมตอนตีสี่ครึ่ง
ค่า limo 600 หยวน หรือประมาณ 3000บาท ขณะที่ขามานั่งแท๊กซี่มาจ่ายแค่ 135 หยวน
เมืองนี้มีแต่ของแบรนด์เนมขาย แม้แต่รถยนต์ยังเป็นรถ import เกือบทั้งหมด ไกด์ทัวร์ตอนไปกินข้าวเย็นบอกว่า จีนให้ความสำคัญเรื่องน่าตามาก ในการที่จะเป็นที่ยอมรับในประชาคมโลก ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่หรูหรา ทำให้ประชาขนเซี่ยงไฮ้ติดเอานิสัยนี้มาด้วย ทุกคนใช้จ่ายเงินเพื่อเอาหน้าตา มีเท่าไหร่ใช้หมด เน้นวัตถุนิยมเป็นหลัก โดยรวมเซี่ยงไฮ้จัดว่าเป็นเมืองหน้าเที่ยว แต่เสียอย่างเดียว ทั้งเมืองเต็มไปด้วยหมอกควัน ทั้งในและนอกอาคาร ควันบุหรี่ และมลพิษ