Tag Archives: cryptocurrency

สรุปหนังสือ: Bitcoin Standard อ่านแล้วจะทำให้ติดตามบริบทของ El Salvador ได้สนุกขึ้น

เห็นหลายๆคนบอกว่าเล่มนี้ดีมาก ต้องอ่านให้ได้ พออ่านๆไปกลายเป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์มหภาคเฉยเลย ผู้เขียนมีความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์การเงินดีมาก อีกทั้งยังเป็นคนที่มีแนวคิดสุดโต่งเกี่ยวกับบิทคอยน์อีกต่างหาก เรียกว่าเป็น Bitcoin Maximalist เลยก็ว่าได้

จัดว่าเป็นหนังสือที่อ่านยากเล่มหนึ่งของผมเลย ถึงแม้ว่าผู้เขียนพยายามที่จะใช้ภาษาและยกตัวอย่างให้เข้าใจได้ง่ายมากแล้วก็ตาม ผมคงไม่ฉลาดพอที่จะเข้าใจแนวคิดที่ผู้เขียนพยายามจะถ่ายทอดให้ผมได้ทั้งหมด แต่ก็พอจับใจความสำคัญที่เป็นความรู้ใหม่ๆให้ผมได้ดังนี้

Continue reading สรุปหนังสือ: Bitcoin Standard อ่านแล้วจะทำให้ติดตามบริบทของ El Salvador ได้สนุกขึ้น

เหรียญ FLOW การกลับมาใหม่ในฐานะ NFT Ecosystem

NFT เริ่มเป็นที่รู้จักกันในคนหมู่มากเมื่อปี 2017 จากความสำเร็จของเกมส์ที่ชื่อว่า CryptoKitties เป็นเกมส์เพาะพันธุ์ตัวการ์ตูนแมวเหมียวสุดน่ารัก แมวแต่ละตัวจะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป และเมื่อนำมาเพาะพันธุ์จะได้แมวรุ่นลูกที่มีการผสมผสานคุณลักษณะของพ่อและแม่แมว กลายเป็นคุณลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนตัวอื่นๆ ซึ่งคุณลักษณะเหล่านี้เป็นเสมือน DNA ของแมวแต่ละตัวเก็บอยู่ภายใต้มาตราฐาน ERC-721 บน Ethereum Blockchain ด้วยความที่แมวแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ สีสรร รวมถึง ลักษณะพิเศษที่แตกต่างกัน และไม่สามารถทำซ้ำขึ้นมาได้ จึงทำให้เกิดการซื้อขายแมว CryptoKitties กันอย่างแพร่หลาย เป็นเสมือนเหรียญคริปโตที่มีชิ้นเดียวในโลก และได้มีการบัญญัติคำว่า Non-Fungible Token (NFT) ขึ้นมาหลังจากนั้น

Continue reading เหรียญ FLOW การกลับมาใหม่ในฐานะ NFT Ecosystem

AI prophet Part 2: ถ้าคุณรู้ราคา Crypto Currency ในอนาคต คุณจะทำอย่างไร?

จากที่เคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ว่า ปัจจุบันเริ่มมีการนำ AI มาใช้ในการทำนายราคาหุ้นและ Crypto Currency มากขึ้น แต่การทำนายนั้นต้องอาศัยความเข้าใจใน algorithm ของ AI และสามารถปรับแต่ง parameters ต่างๆ ให้ค่าทำนายมีความเที่ยงตรงและสอดคล้องกับข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงในอดีต ทำให้การใช้ algorithm แบบ time series ยังไม่เป็นที่แพร่หลายสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การนำมาใช้เองนั้นไม่ง่ายเอาซะเลยเหมือนที่เขียนไว้ในบทความ Part 1

Facebook คงเล็งเห็น pain point นี้เลยได้พัฒนา algorithm ที่ใช้งานง่ายมากๆในการทำนายทิศทางในอนาคตแบบ time series และไม่ต้องเสียเวลาในการสอน AI คอมพิวเตอร์ให้รู้จักกับข้อมูลในอดีตและรูปแบบผลทำนายที่อยากได้ในอนาคตอีกด้วย (supervised training) เรียกว่า run ปุ๊บก็แสดงผลออกมาได้ในทันที Facebook พัฒนา additive model algorithm นี้เป็นรูปแบบ open source บน Stan platform (เป็น state of the art platform สำหรับงานการประมวลผลทางด้านสถิติ และการวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพระดับสูงที่ใช้ภาษา C++) เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้และทำการพัฒนาต่อยอดได้ โดย Facebook ก็ใช้ algorithm นี้อย่างแพร่หลายในบริษัท Facebook เอง เรียกว่า Facebook Prophet ทาง Facebook ได้พัฒนา Prophet library ให้สามารถใช้ได้กับภาษา R และ Python และเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งผมขออธิบายวิธีการใช้ด้วยภาษา Python ตามข้างล่างนี้

Continue reading AI prophet Part 2: ถ้าคุณรู้ราคา Crypto Currency ในอนาคต คุณจะทำอย่างไร?

AI prophet Part 1: มาลองใช้ AI มาทำนายมูลค่าของ Crypto Currency ในอนาคตกัน

หลังจากที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง AI จากหลักสูตร e-learning ต่างๆ ณ ตอนนี้ก็พอที่จะมีความรู้ในการนำ AI มาใช้งานง่ายๆได้บ้างแล้ว แน่นอนผมต้องลองนำ AI มาใช้กับเรื่องที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ นั่นก็คือการใช้ AI ทำนายราคาของเหรียญคริปโตในอนาคตด้วยภาษา python

Photo by Thought Catalog on Pexels.com

จริงๆแล้วมีคนพยายามใช้ AI ทำนายราคาเหรียญคริปโตมาก่อนหน้านี้เยอะมากๆ สามารถค้นหาดูได้บนกูเกิ้ลหรือ Youtube ผมก็อาศัยโครงโปรแกรมของคนเหล่านั้นมาปรับใช้ในแนวทางของผม การนำโปรแกรมบนอินเตอร์เนทมา copy/paste และรันบน python ก็คงได้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่สำคัญคือเราสามารถเข้าใจเหตุและผลของผลลัพธ์เหล่านั้น และเชื่อที่จะทำตามหรือไม่ต่างหาก?

Continue reading AI prophet Part 1: มาลองใช้ AI มาทำนายมูลค่าของ Crypto Currency ในอนาคตกัน

Zilliqa (Zil) เหรียญเสือหลับ แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

Zilllqa เป็น blockchain แพล็ตฟอร์มที่น่าจับตามอง ผมสนใจระบบและเหรียญตัวนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นเหรียญที่มีเรื่องเล่ามากมาย, Zilliqa ถือกำเนิดขึ้นจาก R&D project ที่มหาวิทยาลัยสิงคโปร์จากกลุ่มหัวกระทิระดับด๊อกเตอร์ มีเป้าหมายที่เรียบง่ายแต่ท้าทายมากๆ คือ ต้องการที่จะเป็น blockchain แรกที่สามารถเอาชนะการประเมินผล transaction ของ Visa และ Mastercard เพื่อที่จะ disrupt โลกการเงินสู่ยุคของ Blockchain โดยสมบูรณ์

ปัจจุบัน Zilliqa สามารถประมวลผลได้อยู่ที่ระดับ 2,828 transaction per sec (tps) ในขณะที่ Visa/Master ประมวลผลได้ที่ 22,000 tps นับว่ายังห่างไกลอยู่มากซึ่งตัวเลขที่ Visa เคลมเอาไว้นี้ยังเป็นที่ถกเถียงกัน ไม่ค่อยมีคนเชื่อเท่าไร แต่ถ้าถามถึงธุรกรรม ของ Visa/Master น่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1700 tpsในแต่ละวัน เมื่อเทียบกับ blockchain platform อื่นๆแล้ว Zilliqa ถือว่านำโด่งเลยและสามารถทดแทนธุรกรรมของ Visa/Master ได้แล้วในวันนี้ ตัวอย่างความเร็วของ blockchain อื่น เช่น ETH V1 ซึ่งถือว่าเป็น platform คู่แข่งของ Zil ทำได้ที่ 15 tps เท่านั้น (แต่ตอนนี้ ETH V2 แซง Zil ไปแบบไม่เห็นฝุ่นแล้วนะครับ 555)

Continue reading Zilliqa (Zil) เหรียญเสือหลับ แห่งเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

สรุปหนังสือ: Cryptoassets

หนังสือเล่มนี้ให้อะไรมากกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ เรียกได้ว่า Crypto currency 101 เลยก็ว่าได้ ใครได้อ่านเล่มนี้ก่อนเข้าวงการคริปโตถือว่าได้เปรียบเลย เพราะจะรู้จริง ทฤษฏีจะแน่นเปรี๊ยะ หนังสือเล่มนี้แบ่งออกมาเป็น 3 ส่วน คือ WHAT, WHY และ HOW ผู้เขียนเรียบเรียงข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดมาเป็นอย่างดีเยี่ยม อ่านจบแล้วจะทำให้เรารวยขึ้นในโลกของคริปโตรึเปล่า? ตอบเลย ‘ไม่ครับ’ แต่มันจะทำให้เราคิดอย่างมีเหตุผลมากขึ้นในการลงทุนในโลกของคริปโตครับ เรียกว่าลดความเสี่ยงในการขาดทุนในตลาดคริปโตได้ บางหัวข้อในเล่มผมว่าผมเจอประสบการณ์ตรงมาเลย ถ้าได้อ่านเล่มนี้ก่อนน่าจะลดความเสี่ยงของตัวเองได้เยอะ

บทแรกเริ่มจาก WHAT ทรัพย์สินคริปโต คืออะไร มีที่มาที่ไปอย่างไร?

ข้อคิดที่ผมได้จาก WHAT section

  • Bitcoin ถือกำเนิดหลังจากวิกฤตซัพไพร์มในสหรัฐ ซึ่งแสดงถึงจุดอ่อนในระบบการเงินแบบรวมศูนย์ ซึ่งเริ่มมาจากแนวคิดในการปลดแอกออกจากระบบการเงินที่มีผู้กุมอำนาจอยู่เบื้องหลัง นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะทุกคนรับรู้ถึงวิกฤตครั้งใหญ่ร่วมกันทั้งโลก อะไรที่มาก่อนเวลาที่เหมาะสมมักจะไม่ประสบความสำเร็จ
  • การที่จะทำให้ระบบใหม่เกิดขึ้นได้ มันก็ไม่ได้มีคุณธรรมในทุกย่างก้าวเสมอไป Bitcoin เริ่มต้นมีการใช้อย่างแพร่หลายในตลาดมืดที่เรียกว่า Silk Road ที่ซึ่งใช้ในการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนที่ผิดกฏหมาย เพราะการออกแบบ decentralize network มีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการของมิชฉาชีพ คือ มีการเข้ารหัสและไม่สามารถสืบหาตัวตนได้ มีระบบการสร้าง block และขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ใช้ โดยไม่อิงกับสถาบันการเงินใดๆ (proof of work) และที่สำคัญคือเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้ทำให้เกิด network effect ขึ้น
  • ความแพร่หลายจำเป็นต้องมีคนช่วยกระพือ ซึ่ง Bitcoin จริงๆแล้วเกิดขึ้นมาได้เพราะ Bloomberg นำเสนอข่าวออกไปจากวิกฤตการเงินอีกครั้งในไซปรัส และข่าวที่เป็น wake up call ให้กับคนทั้งโลกรู้จักบิทคอยท์คือ เมื่อจีนออกกฏหมายเกี่ยวกับ Crypto currency เป็นครั้งแรก เพราะเห็นโอกาสก่อนคนอื่นๆ จำไม่น่าแปลกที่จีนจะเป็นเจ้าโลกในการทำเหมืองคริปโตในเวลาต่อมา
  • การรับรู้ไม่เที่ยบเท่าการเข้าถึง การที่จะทำให้ผู้คนเข้าถึงและใช้งานได้มันต้องมีตัวเชื่อมมายังโลกปัจจุบัน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้ามาใช้บิทคอยท์คือ บริษัท Mt. Gok ก่อตั้งในญี่ปุ่น ซึ่งเป็น exchange แรกของโลกที่ทำการซื้อขายบิทคอยท์ได้ แรกเป็นเงินในโลกปัจจุบันได้จริง
  • โลกของ Open source เติบโตได้เร็วกว่าโลกยุคก่อน เพราะทุกๆคนสามารถเอา source code ที่มีอยู่มาพัฒนาให้ดีขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ เช่น ทุกคนเห็นจุดอ่อนของ Bitcoin ที่ใช้เวลาในการสร้างบล๊อคใหม่ด้วยเวลา 10 นาที ไม่เหมาะสมในการทำธุรกรรมทางการเงิน จึงมีคน copy source code ของ Bitcoin และไปต่อยอดทำให้สร้าง block ใหม่ด้วยเวลาที่น้อยกว่า เช่น Lite Coin หรือการที่ Bitcoin ออกแบบมาให้เป็นสกุลเงินดิจิตอลเทียบเท่าทองคำ ทำให้ไม่สามารถรองรับหรือทดแทน ธุรกรรมการเงินต่างๆในโลกปัจจุบันได้ ทำให้เกิด Smart Contract platform ขึ้นมาเป็น Ethereum และสามารถทดแทนบริการการเงินต่างๆของธนาคารในปัจจุบัน สู่โลกของ Cryptoasset

ข้อคิดที่ผมได้จาก WHY section

  • หัวใจสำคัญของบทนี้คือ คำตอบที่ว่าทำไมโลกถึงยอมรับ Crypto currency เป็นทรัพย์สินทางเลือก เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน การอธิบายทฤษฏี Modern Portfolio Theory (MPT) อย่างละเอียดเข้าใจง่ายว่า คนสมัยก่อนลดความเสี่ยงในการลงทุนโดยการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างตลาดทุน และตลาดตราสารหนี้ (Bond) เพราะ 3 ปัจจัยหลักคือ Standard deviation, Sharp ration และ correlation ที่สวนทางกัน เมื่อตลาดทุนมีความเสี่ยงมาก หรือเริ่มไม่ทำกำไร เงินทุนทั้งหมดก็จะถูกย้ายมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อลดความเสี่ยง แต่สิ่งที่ค้นพบในทฤษฏียุคใหม่คือ ตลาดคริปโตมีผลตอบแทนต่อความเสี่ยงสูงกว่าหุ้นในตลาดทุน แถมยังมี correlation ที่ไม่สัมพันธ์กับตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้อีกด้วย จึงเป็นทางเลือกที่ 3 เป็นตัวเลือกใหม่ในการลงทุนทำให้ portfolio มีความเสี่ยงต่ำลง และให้ผลตอบแทนโดยรวมที่สูงขึ้นอีกด้วย เป็น new asset class ที่โลกยอมรับแล้วในปัจจุบัน
  • จากนี้ไปต้องคอยติดตามพฤติกรรมของตลาดคริปโตให้ดี เนื่องจากพอโลกยอมรับมันแล้ว ทุกๆประเทศจะค่อยๆเปิดรับมัน และผลที่ตามมาคือ จะเริ่มมีกฏ กติกาต่างๆออกมาจากภาครัฐ ความผันผวนของราคาจะค่อยๆแคบลง เพราะเหรียญต่างๆจะเข้าสู่ Matuarity stage จะเห็นราคาเหวี่ยง 1000 เท่าน้อยลง จนทำให้ correlation กับตลาดทุนจะเริ่มมีมากขึ้นเนื่องจากกฏกติกาภาครัฐ ข้อดีคือพวกต้มตุ่น และฟองสบู่คริปโตจะลดลงด้วย

ข้อคิดที่ผมได้จาก HOW section

  • ทำให้เข้าใจถึงวิธีการวัดมูลค่าในตลาดคริปโตมากขึ้น ว่า มันไม่เหมือนตลาดหุ้น และจะใช้ technical analysis หรือการดูปัจจัยพื้นฐานเหมือนหุ้นมาวิเคราะห์เหรียญเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเป็นตลาดที่เกิดมาใหม่มาก ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆเฉพาะทางประกอบด้วย
  • เหรียญคริปโตแต่ละเหรียญจะดังและมีราคาได้จะต้องมีจุดขายทางด้านเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ ลอกเลียนแบบได้ยาก ต้องอย่าลืมหัวใจของคริปโต คือการขายนวัตกรรม ความคิดจากอากาศ ไม่ได้มีมูลค่าพื้นฐานของทรัพย์สินเหมือนหุ้น ซึ่งนวัตกรรมในโลกคริปโตจะเขียนไว้ใน White paper เราต้องสามารถเข้าใจให้ได้ว่านวัตกรรมของเหรียญใดเหรียญหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ pain point เรื่องอะไร และเรา buy-in กับสิ่งที่เขียนไว้หรือไม่ ถ้าไม่ make sense สักวันมันก็จะตายหายไป อีกประเด็นคือเรากำลังเล่นกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ถ้าไม่มี roadmap ในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เหรียญนั้นก็อาจถูกทดแทนด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์กว่าในอนาคตได้ เหมือนกับ DeFi ที่กำลังเขย่าตลาดคริปโตในปัจจุบัน ทำให้เหรียญเก่าๆตกอันดับกันหมดเลยทีเดียว
  • เราสามารถหามูลค่าของเหรียญได้ โดยดูจาก market cap, จำนวนเหรียญที่ supply อยู่ในตลาด จำนวนผู้ใช้ที่ถือยึดครองเหรียญ และจำนวนเหรียญที่จะเกิดใหม่จากการทำเหมืองในอนาคต รวมถึง geographic ในการครอบครองเหรียญซึ่งจะทำให้เห็นว่าเหรียญมีความเป็น decentralize มากน้อยแค่ไหน โดยการครอบครองเหรียญต้องดูละเอียดลงไปถึง จำนวน Miner, hash rate และจำนวน blockchain transaction ด้วย
  • Developer ของเหรียญนั้นๆก็มีความสำคัญ แต่เป็นปัจจัยที่ดูยาก เหรียญยอดนิยมจะดึงดูด developer เพราะผลตอบแทนดี และจะทำให้เหรียญเหล่านั้นพัฒนาต่อเนื่องไปตาม roadmap ได้ง่าย หนังสือเล่มนี้ยังอธิบายถึงการระดมทุนในตลาดคริปโตอีกด้วย

ข้อดีของตลาดคริปโต คือมีวิธีทำกำไรได้หลายแบบ สุดท้าย คุณต้องตัดสินใจว่าคุณเหมาะกับวิธีการทำเงินแบบไหน ซึ่งหลักๆมีดังนี้คือ

  • การซื้อขายเก็งกำไรเหมือนในตลาดหุ้น
  • การทำเหมืองเพื่อขุดเหรียญต่างๆ (Mining)
  • การฝากเหรียญเพื่อกินดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าทางธนาคาร (Staking)
  • การสร้าง MasterNode เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของคริปโต ecosystem
  • การปล่อยกู้เหรียญผ่าน liquidity pool
  • สะสมเป็นรูปแบบของ NFT

เล่มนี้ผมให้ 5 ดาวครับ