Tag Archives: slice of life

My life in 2011

สถานะการณ์จากต้นปีถึงปลายปี 2011

ตลอดปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นดังนี้

  • เศรษฐกิจในประเทศผันผวนหนัก เลยหันมาลงทุนกับทองแท่งแทน ตั้งแต่ต้นปีซื้อมา2ก้อน น้ำหนักก้อนละ10บาท ทำให้รู้ว่ามันก้อนเล็กกว่าที่คิดเอาไว้เยอะไม่เหมือนโฆษณาในโทรทัศน์ ไปๆมาๆ ตลาดทองก็ผันผวนตามไปด้วยเพราะเศรษฐกิจโลกเริ่มแย่ลงจากทางฝั่งยุโรปที่บางประเทศมีหนี้สาธารณะมากเกินกว่าจะชำระได้ ผลจากเศรษฐกิจโลกปั่นป่วนทำให้เงินลงทุนใน RMF/LTF ไม่เพิ่มขึ้น และขาดทุนหุ้นเป็นครั้งที่สองนับจากเริ่มเล่นหุ้นมา
  • อาหงิ่นอาการแย่ลง ตอนนี้กินอาหารเองไม่ได้ และมีอาการขาดสารอาหาร (เท้าบวม ปากแห้ง) ต้องทำการผ่าตัดเพื่อให้อาหารทางสายยางหน้าท้อง หลังจากกลับจากโรงพยาบาลก็มีอาการดีขึ้น แข็งแรงขึ้น
    แต่พอกลับมาได้ไม่กี่วันก็มีอาการช๊อคเนื่องจากปอดติดเชื้อต้องเอาเข้าโรงพยาบาลอีกเป็นครั้งที่สอง ซึ่งกินเวลานานเกินครึ่งเดือน จนต้องย้ายไปอยู่โรงพยาบาลรัฐบาลที่บางน้ำเปรี้ยว ตอนนี้กลับมารักษาตัวที่บ้านโดยเป็นอัมพาตครึ่งตัว ค่าใช้จ่ายรวมตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนปัจจุบันประมาณ สองแสนบาท โดยหลานๆช่วยกันออก
  • น้ำท่วมกรุงเทพขนานใหญ่ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน สถานะการเริ่มดีขึ้นจนกลับสู่ปกติ บ้านญาติฝ่ายภรรยาเสียหายจากน้ำท่วมกันทั่วหน้า หมู่บ้านที่ผมอยู่ไม่ท่วมแต่มีช่วงหนึ่งรถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้สะดวกเนื่องจากทางเข้าหมู่บ้านระดับน้ำสูง ต้องย้ายไปอยู่คอนโดของน้องสาวแม่ที่พระราม3 เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์
  • เจ้านายที่มาเลเซีย โดนไล่ออกเดือนตุลาคม ขาดคนสนับสนุนไปขาหนึ่ง เหลือเพียงเจ้านายฝ่ายไทย ไม่รู้จะมีผลต่อการประเมินปลายปีหรือไม่
  • พาครอบครัวไปเที่ยวสิงคโปร์ตอนเดือนสิงหาคมมา นับว่าเป็นการเที่ยวต่างประเทศครั้งที่สองของเด็กๆ ไฮไลท์สำคัญคือ ไปดู ละครบอร์ดเวย์เรื่อง The Lion King, ไปเล่นสวนสนุก Universal Studio และไปว่ายน้ำบนสระลอยฟ้าที่สูงที่สุดในสิงคโปร์ที่ Malina Sands Bay
  • ให้ลูกน้องลาออก เนื่องจากขโมยของบริษัท ซึ่งเป็นลูกหม้อของพนักงานที่ไล่ออกไปเมื่อปีที่แล้ว
  • ขับรถขึ้นเชียงใหม่กับครอบครัวช่วงสิ้นปี เพื่อไปดูงานพืชสวนโลก สนุกสนานส่งท้ายปีเก่า

นาโน เจ้าจำคำสอนของพ่อได้ดีจริงๆ

นาโนเป็นคนที่จริงจังกับการเล่นฟุตบอลมาก อาทิตย์ไหนไม่สามารถยิงประตูได้จะเสียใจ ร้องไห้ คุณพ่อเลยต้องปลอบไปว่า นาโน มีแพ้ก็ต้องมีชนะ การที่พ่อพามาเล่น พ่อไม่ได้คาดหวังให้นาโนเก่งที่สุด แต่ต้องการให้นาโนได้ออกกำลังกาย และสนุกไปกับมัน แค่นาโนเล่นแล้วสนุกมีความสุข พ่อก็พอใจแล้ว จากนั้นนาโนก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลยเมื่อเตะไม่เข้าหรือสู้พี่ๆที่เล่นด้วยไม่ได้

จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมามีการแข่งกระฉับมิตรกับโรงเรียนญี่ปุ่นในไทย ทีมรุ่นนาโนแพ้ 7-2 และทีมรุ่นอายุอื่นคงแพ้ด้วยเหมือนกัน แต่นาโนดีใจมากที่สามารถยิงเข้าได้ 1 ประตูแก่ทีม แต่โค้ชดูไม่ค่อยแฮปปี้กับการพ่ายแพ้ครั้งนี้ จึงเรียกนักเรียนทั้งหมดทุกรุ่นเข้ามาฟังอบรมแกมดุ ว่า

ทุกคนต้องจริงจังมากกว่านี้ ต้องใช้สมองเล่นจะได้พัฒนาขึ้น
พวกเราทุกคนมาเล่นบอลเพื่อที่จะได้โตเป็นนักบอลที่เก่งในอนาคต ถ้าใครแค่มาเล่นเพื่อความสนุกเฉยๆ กลับบ้านไปเลย
เสียเวลาของโค้ช และ ผู้ปกครองที่ต้องมาคอยดูแลส่งเสียค่าเล่าเรียนให้

โค้ชฟุตบอล: ไหนใครมาเล่นที่นี่เพื่อความสนุกบ้าง ยกมือซิ?

นาโน: (ยกมือสุดแขนคนเดียวจากทั้งหมด 40 คน เพราะจำคำสอนของพ่อได้ดี)

โค้ชฟุตบอล:
???????

สัญญาณของความชรา

ต้นเดือนมิถุนายน 2011 เป็นช่วงเวลาปิดเทอมสั้นของโรงเรืยน นาโน จีโน
ผมเลยลาพักร้อนหนึ่งวันเพื่อพาลูกกับกบไปเที่ยว Siam Paragon
ที่ Paragon มีลานสเก็ตน้ำแข็งเปิดใหม่ เลยพานาโนไปฝึกเล่น นาโนมีทักษะด้านกีฬา
หัดให้หนึ่งชั่วโมงก็เล่นได้ ทรงตัวได้เอง แต่ทำเราล้มเข่ากระแทกพื้นไปสองครั้ง
แต่ไม่เป็นไร สนุกมากหลังจากไม่ได้เล่นมา 10 กว่าปี
อาทิตย์ต่อมารู้สึกปวดหัวเข่า และปวดหลัง ตอนแรกก็นึกไม่ออกว่าทำไมถึงปวดหลังและเข่าได้
ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ถึงนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นเพราะสเก็ต
ตอนนี้เข้าอาทิตย์ที่สอง หายปวดหลังแล้วแต่หัวเข่ายังรู้สึกเจ็บถ้าคุกเข่า หรือเอามือไปกด
ร่างกายรักษาตัวเองใช้เวลานานกว่าตอนเป็นวัยรุ่นมาก
นี่คงเป็นสัญญาณจากร่างกายบอกเราว่า เราเริ่มแก่แล้วจะผาดโผนเหมือนตอนหนุ่มไม่ได้ ต้องระวังตัวเองด้วย

Weekend คือวันของลูก

Weekend activity

ตอนนี้ทุกเสาร์อาทิตย์ เป็นเสมือนวันทำงานให้ลูกรัก
เริ่มต้นเช้าของวันด้วยการพาทั้งสองคนไปว่ายนำ้ที่สโมสร
จีโน่เรียนว่ายนำ้กับครู ส่วนนาโนเรียนว่ายนำ้กับคุณพ่อ
สายๆ กลับจากว่ายนำ้ก็จะพาทั้งสองคนไปเรียนการปั้นดินวิทยาศาสตร์ที่ ClayWorks
กินข้าวเที่ยงเสร็จกลับมาชิวๆที่บ้านประมาณบ่ายสอง เล่น UNO เกมส์โปรดของลูก
สี่โมงครึ่งพานาโนไปเรียนฟุตบอลจนถึงหนึ่งทุ่ม กินข้าวเย็นและกลับบ้านประมาณสองทุ่มครึ่ง
เสาร์อาทิตย์งานหนักกว่าที่บริษัทอีกแฮะ

My life in 2010

ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่ได้เขียนบล๊อก เป็นเวลาเกือบปี ตั้งใจว่าจะเลิกเขียนแต่ก็เวียนกลับมาอีกครั้งเพราะ Microsoft convert Live spaces ให้กลายเป็น WordPress เนื่องจาก Live spaces เป็นธุรกิจของ Microsoft ที่ไปไม่รอด นับว่าเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าได้ดี พร้อมทั้งแนะนำวิธีการ Migrate content ให้ด้วย

WordPress เป็นหนึ่งในแอพที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการทำบล็อก ผมอยากรู้ว่าทำไม WordPress ถึงดัง เลยกลับมาลองดูสักตั้ง มาดูกันว่าปีที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นกลับชีวิตบ้าง
1. ตัดสินใจเอาพนักงานในแผนกออกไป3คน
2. ขึ้นศาลแรงงานเป็นพยานฝ่ายจำเลยข้อหากลั่นแกล้งและทำให้พนักงานต้องออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรม
3. พาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศเป็นครั้งแรก(ฮ่องกง)
4. ซื้อจี้เพชรเป็นของขวัญปีใหม่ให้ภรรยา 3.3+3.3กะรัต ภรรยายังคงใส่มันทุกวัน จนถึงวันนี้ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก
5. มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมูลค่า 1.5 ล้านตอนต้นปีซึ่งเกิดจากฝีมือการบริหารเงินด้วยตัวเอง(ภายใน 7 ปีที่อยู่กับโฟร์โมสต์ เนื่องจากเป็นแบบ employee choice ให้พนักงานบริหารเงินเอง)
6. ผ่านการทดลองงานในบริษัทใหม่ด้วยคำแนนท่วมท้น
7. ได้อนุมัติให้มีเลขา(คนแรกในชีวิต)ตอนสิ้นปี
8. อาหงิ่นอาการทรุดลงมากหลังเปลี่ยนเครื่องกระตุ้นหัวใจใหม่ เครื่องใหม่ทำงานได้ดี แต่ที่ทรุดเนื่องจากอาการอัลไซเมอร์
9. ต่อเติมห้องโฮมเทียเตอร์ใหม่และจอแอลซีดี
10. ได้รถประจำตำแหน่งเป็นรุ่นที่ภรรยาใฝ่ฝันคือ Honda accord สีเงิน

เหมือนสามล้อถูกหวย ภาค2

สองอาทิตย์สุดท้ายของเดือนธันวาคม ที่ Foremost ตกลงให้ผมไม่ต้องไปทำงานอีกต่อไปพร้อมให้เงินเดือนเต็มเดือน เพราะผมถ่ายงานให้คนใหม่ได้ดีและ Foremost ต้องการให้เขายืนได้ด้วยตัวเอง
ผมต้องยอมรับว่า Foremost กับผมจากกันด้วยดีมาก พร้อมเงินก้อนใหญ่ ผมเลยคุยกับภรรยาว่าเราจะต่อเติมห้องดูหนังกันด้วยเงินส่วนหนึ่งจาก Foremost ผมมีหน้าที่หาโทรทัศน์ใหม่ที่ใหญ่กว่าจอ plasma เดิมเพื่อเอาไว้ในห้องใหม่ ใจจริงอยากได้จอ LCD 50 นิ้วแต่ราคามันร่วมแสน (เพราะต้องการ fullHD function) กำลังตัดใจแล้ว เผอิญเจอโฆษณาบน internet เกี่ยวกับ Sony happy day ซึ่งมีเพียง 3 วันเท่านั้น เอาของค้างสต๊อคมาลดราคา เราก็รีบไปทันทีในวันแรกของงาน แล้วก็เจอจอ LCD 46 นิ้ว Z series ลดราคาจาก 85,000++ เหลือ 51,000 เพราะมีโฉมใหม่ออกมา ผมรีบตัดสินใจซื้อทันที อีกแล้วครับท่าน ดีใจเหมือนสามล้อถูกหวย (รีบใช้เงินซื้อของเมื่อได้เงินก้อนมา)