Tag Archives: slice of life

์Nano and his First day in school

Nano ตอนนี้ไปโรงเรียนได้ 2 อาทิตย์แล้ว และขาดเรียนอีก  1 อาทิตย์เป็นหวัดลงคออย่างหนัก แต่ไม่ได้พาไปหาหมอ ให้ยากินเอง ส่วนลูกในท้องภรรยาผมอีกคน ปรกติดีหลังจากไป Ultra sound ครั้งล่าสุด ขนาดของน้ำในสมองน้อยลงจนเกือบมองไม่เห็น จากที่หมอบอกว่าเดรนไม่ออกและอาจมีภาวะหัวโต ถือว่าโชคดีมาก

กลับมาเล่าเรื่อง Nano อีกครั้ง

Nano ชอบไปโรงเรียน แต่ก็อยากให้พ่อหรือแม่อยู่ด้วยตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ต้องส่งลูกและจากไป ไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ นาโนจะร้องไห้ดังมาก แต่เมื่อพ่อแม่ลับสายตาไป นาโนก็จะกลับมาร่าเริงอืกครั้งกับเพื่อนๆ และครู หลังจากเริ่มไปโรงเรียน นาโนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะเรื่องการกิน ยอมที่จะกินข้าวและอาหารอย่างอื่นมากขึ้น จากเดิมที่กินแต่นม แต่นาโนยังเคี้ยวอาหารไม่เป็น วันพรุ่งนี้จะพานาโนกับภรรยาผมไปเที่ยวหัวหินก่อนที่ภรรยาผมจะท้องแก่และเดินทางไม่ไหว หวังว่าคงจะสนุก ขอให้ฝนอย่าตกเลย

Ultra sound

29 July 2006 วันนี้พาภรรยาไป Ultra sound หลังจากที่รู้ผลตรวจน้ำคร่ำแล้ว ผลตรวจบอกว่าเด็กไม่มีปัจจัยเสี่ยงจากการเป็นโรคทางพันธุกรรม ทำให้เราโล่งอกไปเปราะหนึ่ง การตรวจน้ำคร่ำนี้ทำให้เรารู้เพศของลูกด้วย เราได้ลูกผู้ชาย
ภรรยาผมเลยตั้งชื่อเล่นให้ลูกว่า NEO เป็นศัพท์สมัยใหม่เหมือน NANO และเข้ากัน
วันนี้เราสามคน ภรรยา, ผม, นาโน เข้าไปดู ultra sound ของ Neo ปรากฏว่าร่างกายครบถ้วน แข็งแรงดี แต่ในส่วนสมองพบเป็นถุงน้ำทั้งซ้ายและขวา ซึ่งหมอบอกว่าปกติ ครรภอายุ 5 เดือนน้ำในสมองส่วนนี้ต้องไปเลี้ยงไขสันหลังหมดแล้ว แต่อาจมีการอุดตันหรือสาเหตุอื่นทำให้ยังเห็นอยู่ เดือนหน้าต้อง ultra sound อีกครั้งเพื่อดูว่ามันโตขึ้นหรือเล็กลง ถ้าเล็กลงหรือหายไปก็ถือว่าเป็นปกติ แต่ถ้าโดขึ้น อาจทำให้สมองพัฒนาต่อไปไม่ได้ เพราะน้ำส่วนนี้กินที่ไป อาจมีผลต่อการพัฒนาในเด็กต่อไป
ขออย่าให้เป็นอะไรเลยเราอยากให้ลูกของเรา น่ารักและแข็งแรงเหมือน Nano

2nd baby

July 2006 เมื่อวานพาภรรยาไปเจาะน้ำคร่ำมา เธออายุ 35 แล้ว ลูกคนที่ 2 เลยต้องมีขั้นตอนพิเศษมากกว่าคนแรก เราเรียกพี่สาวภรรยามาช่วยดูลูกคนโตให้ แล้วผมก็ขับรถพาเธอไปแต่เช้า หมอก็ทำการ ultra sound ก่อนเพื่อให้รู้ตำแหน่งเด็กจะได้เลี่ยงเข็มได้ ตัวเข็มเป็นเข็มยาวประมาณ 3 นิ้วครึ่งได้ หมอเจาะเข็มลงไปพร้อมทั้งดู ultra sound ประกอบ จะได้เห็นตำแหน่งที่เข็มลงไป กะให้สัมผัสผนังรก และทะลุแตะผนังพอดี แต่ดูเหมือนผนังจะหนา เพราะหมอต้องลองเจาะและดูดน้ำคร่ำถึง 3 ครั้ง สองครั้งแรกได้แต่ลม
พอทะลุเข้าไป เข็มแรกดูดเอาเลือดออก เข็ม 2-3 จึงเป็นตัวน้ำคร่ำจริงๆ ผมนึกในใจ ผมโชคดีจริงๆ ที่เกิดเป็นผู้ชาย เพราะจะได้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ น่าหวาดเสียวมาก ผมนับถือภรรยาผมจริงๆ
ขั้นตอนต่อไปก็แค่รอผลตรวจ ซึ่งจะรู้ในอีก 3 อาทิตย์ ขอให้ลูกของเราแข็งแรงสมบูรณ์ด้วยเถอะ

Vacation again!

5 June 2006 วันนี้ออกไปทำงานตามปกติตอนเช้า ซึ่งปกติแล้วจะสามารถขึ้นทางด่วนได้ตอน 7:30am และจะถึงบริษัทตอน 8:00am แต่วันนี้รถติดมาก  กว่าจะได้ขึ้นทางด่วนก็ 8:00am แล้ว ไปสายแน่ๆ อย่ากระนั้นเลย โทรไปลาพักร้อนเลยดีกว่า เชื่อไหม ผมลาพักร้อนเนื่องจากรถติดบ่อยมากๆ ถือว่าเป็นเหตุผลหลักสำหรับลาพักร้อนเลยก็ว่าได้
แล้วผมทำอะไรบ้างหละ ตอน 10:30am ช่วยภรรยาคุยกับตัวแทนบริษัทกาแฟเพื่อจะประเมินพื้นที่ ที่จะเปิด franchise ไม่ได้รวยนะ แต่พยายามใช้เงินที่ครอบครัวมีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยที่ภรรยาไม่ต้องกลับไปทำงานประจำ ทำไมหรอ ก็เพราะเค้าตัดสินใจลาออกจากการทำงานที่มั่นคงเพื่อเลี้ยงลูกให้ดี และจะหนักขึ้นเมื่ออีกคนคลอดออกมา เค้าเริ่มอยากจะกลับไปทำงานประจำแล้วเพราะเบื่อ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นต่างฝ่ายก็จะกลับมาถึงบ้านประมาณสองทุ่ม แล้วลูกจะให้ใครเลี้ยงดี
ทางเลือกที่ดีกว่า คือทำอะไรที่เป็นของตัวเองโดยให้ภรรยาดูแล แล้วยังมีเวลาเหลือที่จะดูแลลูก ซึ่งจะขยับขยายได้ในอนาคต คงไม่มีใครจ้างผมทำงานจนแก่หรอก จริงไม๊
ตอนนี้ก็รอลุ้นว่าทำเลจะ OK รึเปล่า อยากได้จัง

36th Birthday

พึ่งจะพ้นวันเกิดผมไปไม่นาน วันเกิดจริงๆ ก็ไม่ได้ฉลองอะไรมาก เป็นวันที่ฝนตกหนักแต่เช้า ผมลาพักร้อนทุกปีในวันเกิดปีที่ผ่านๆมา ถือว่าเป็นการให้รางวัลกับชีวิตอย่างหนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากในวันนั้น เป็นการไปเยี่ยมญาติที่พึ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ พูดคุย พบปะกันซะมากกว่า ที่สำคัญ คือแจ้งให้ญาติๆทุกคนทราบว่า ผมกำลังจะทำบุญบ้าน มาช่วยเอาบุญกันกลับไปหน่อย จะได้เป็นศิริมงคลกับทุกคน
ปรากฏว่าทั้งอาทิตย์นั้นยุ่งมากทั้งผมและภรรยา เพื่อที่จะเตรียมงานใหญ่นี้
เราเชิญพระแค่รูปเดียวเป็นพระที่ครอบครัว และพี่ชายผมนับถือมาก เดินทางไปทั่วสารทิศเพื่อช่วยเหลือผู้คน น่าเลื่อมไสจริงๆ ทุกคนที่มาร่วมงานต่างได้รับพลังบุญกันทั่วหน้า แต่สงสารท่านที่ต้องเหนื่อยมาก เพราะการมอบพลังต้องบริกรรมคาถาค่อนข้างนาน ยิ่งตอนทำน้ำมนต์เพื่อพรมทั่วบ้าน ท่านท่องคาถาชุดใหญ่เลย ยาววววววววววววววมากกกกกกกกกกกกกกกกกก แบบที่ผมไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน สำเนียงท่านเวลาบริกรรมคาถาจะออกแขกๆนิดๆ เนื่องจากท่านสำเร็จปริญญาเอกจากอินเดีย ท่านมีของศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างหนึ่ง รูปร่างคล้ายๆก้อนหินรีๆ ทุกพื้นผิวถูกฝังด้วยอัญมณีสีต่างๆ ในพิธีกรรมที่ทำจะเสมือนว่าสามารถนำความดีไหลผ่านก้อนหินนี้เป็นสื่อเข้าตัวได้ ก็ดูแปลกๆดี พี่ชายผมบอกมารับพลังกัน หลังเสร็จพิธีก็พูดคุยกันเล็กน้อย จำใจความได้ว่า จากที่ท่านศึกษามาท่านเชื่อว่าความดี ความเลวสามารถส่งผ่านทางคลื่นเสียงได้ ทำให้คำบางคำในบทสวดส่งต่อพลังงานเหล่านั้นไปสู่สิ่งต่างๆทางคลื่นเสียง ก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจดี
พอสิ้นพิธีกรรมก็เล่นเอาเหนื่อยทุกคน แต่ก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก ต่อไปจะเป็นยังไง คงต้องดูกันไป แต่ต้องดีขึ้นแน่ๆเลยผมเชื่ออย่างนั้น

Bowling at Siam Paragon

11/5/06
ที่ปรึกษาชาวต่างชาติที่บริษัทเกิดอยากจะเล่นโบลลิ่งขึ้นมา มันเกิดขึ้นระหว่างทำงานกัน เป็นหัวข้อสนทนาโดยบังเอิญเนื่องจากเขาใส่เสื้อโบลลิ่งคอปกมาทำงาน ดูเหมือนมืออาชีพมาก ผมก็เลยถามถึง เพื่อไม่ให้บรรยากาศเครียดเกินไป คุยไปคุยมาเกิดอยากเล่นโบลลิ่งในประเทศไทยดูบ้าง
ผมคิดว่าน่าจะดีเหมือนกันเผื่อว่าการทำงานจะได้ราบเรียบขึ้น ปัจจุบันก็ทำงานด้วยกันได้ดีอยู่แล้ว ก็ถึอซะว่ากระชับความสัมพันธ์กับทีมที่ปรึกษาละกัน ผมเลือกที่สยามพารากอน เพราะพึ่งเปิดไม่นาน เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า ก็สร้างความประทับใจได้ดี
พวกเราเล่นกันคนละ 2 เกม มีทั้งหมด 5 คนรวมผมด้วย เป็นชาวอินโดซะ 3 และชาวดัทช์หนึ่งคน ผมได้ 143 กับ 165 คะแนนนำเป็นที่หนึ่งนับว่าไม่เลวเลย หลังจากไม่ค่อยได้โยนมาเป็นเวลานาน ตอนจ่ายตังค์นี่สิ ค่าเกมค่อนข้างแพงมากตกราว 120 บาทต่อเกม สมัยผมเรียนมัธยม ไปโยนกับเพื่อนแถวเพชรบุรี ราคา 40 บาทต่อเกมเท่านั้น แต่โชคดีที่พนักงานต้อนรับแนะนำให้ซื้อคูปองสำหรับ 10 เกมในราคา 500 บาท ประหยัดเงินไปเยอะเลย ถ้าไม่มีคูปองคงไปเล่นที่อื่นดีกว่า